วันพุธ, 8 ธันวาคม 2564

Galaxy A12 VS OPPO A54 ราคาต่างกัน 1,000 บาท รุ่นไหนคุ้มที่สุด!

วันนี้เราจะมาเปรียบเทียบ 2 แบรนด์มือถือที่ราคาต่างกันเพียง 1,000 บาท ระหว่าง Galaxy A12 ราคา 4,999 บาท และ OPPO A54 ราคา 5,999 บาทในรุ่นเริ่มต้น ซึ่ง OPPO A54 ตัวท็อป มี RAM เพิ่มอีก 2GB แต่ราคาต่างกันเพียง 1,500 บาท เท่านั้น เรามาดูกันว่ารุ่นไหนคุ้มที่สุด

 สเปค 

เรามาดูกันที่สเปค ของ Galaxy A12 มีหน่วยประมวล Exynos 850 (8nm) และ OPPO A54 คือ Helio P35 (12nm) เมื่อเปรียบเทียบกันโดยรวมแล้ว Exynos 850 ดีกว่า เหตุผลแรกคือ เรื่องสถาปัตยกรรมในการผลิต Exynos 850 มีขนาดที่เล็กกว่า Helio P35 ทำให้การจัดการพลังงานได้ดีกว่า ส่วนเรื่องความแรง เราได้ทำการทดสอบ Benchmark กับ AnTuTu แล้ว Galaxy A12 มีคะแนนเยอะกว่า สำหรับการทดสอบกราฟฟิกด้วย 3DMark ประเภท Sling Short และ Sling Short Extreme เราจะเห็นว่า Galaxy A12 ที่ใช้ GPU เป็น Mali – G52 ทำคะแนน performance ได้ดีกว่า OPPO A54 ที่ใช้ PowerVR 8320 ปิดท้ายด้วยการทดสอบ Geekbench 5 ก็เห็นได้ชัดเลยว่า คะแนน CPU มีความใกล้เคียงกัน เมื่อใช้งานจริงแล้วไม่รู้สึกต่างกัน 

  • ทดสอบกับ AnTuTu
  • ทดสอบกับ 3DMark
  • ทดสอบกับ Geekbench 5

RAM / ROM 

เรื่องของ RAM ทั้งสองรุ่น มี RAM 4GฺB เท่ากัน หากเทียบกับ คะแนน AnTuTu จะเห็นได้ว่า Galaxy A12 ดีกว่า แต่ใช้งานในการจำข้อมูลแอปฯ หรือ การสลับแอปพลิเคชันไปมา มีความใกล้เคียงกันทั้งสองรุ่น ส่วนหน่วยความจำของ Galaxy A12 และ OPPO A54 มีความจุ 128GB เท่ากัน รวมถึงการใส่ MicroSD Card ตัว Galaxy A12 สามารถเพิ่มความจุได้สูงสุด 1TB แต่ OPPO A54 ใส่ความจุสูงสุด 256GB

รองรับ MicroSD Card

Protocol 

โดยสองรุ่นนี้ รองรับ 4g ทั้งสองซิมเหมือนกัน การเชื่อมต่อ WiFi นั้น Galaxy A12 รองรับสัญญาณ 2.4GHz แต่ OPPO A54 รองรับทั้ง 2 ย่านความถี่ 2.4GHz และ 5GHz ซึ่งมีความเร็วมากกว่าเท่าตัว 

ซอฟต์แวร์ 

เริ่มที่ Galaxy A12 มีเวอร์ชั่น Android 11 แล้ว แต่ OPPO A54 ยังเป็น Android 10 ส่วน UI ของแต่ละแบรนด์จะมีชื่อ UI เป็นของตัวเอง 

หน้าจอ 

ทั้งสองรุ่นมีขนาดหน้าจอใกล้เคียงกันอย่างมาก เมื่อดูจากตัวเลขนั้น Galaxy A12 มีขนาดหน้าจอ 6.52 นิ้ว แต่ OPPO A54 ขนาดหน้าจอ 6.51 นิ้ว หากมองด้วยตาแล้วก็แยกไม่ออกแน่นอน

จุดที่เห็นได้ชัดคือ พาแนลจอ Galaxy A12 เป็น PLS TFT LCD โทนสีอมฟ้านิดหน่อย ส่วน OPPO A54 เป็น IPS LCD สีหน้าจอออกแดง หากวัดจาก Skin Tone ทางฝั่งของ OPPO A54 ดูผิวสวยกว่า ถ้าใครชอบโทนเหลืองขาว Galaxy A12 น่าจะตอบโจทย์ที่สุด ถ้าใครชอบโทนชมพู แนะนำ OPPO A54 ซึ่งความละเอียดที่ HD+ เท่ากัน

ทั้งสองรุ่นสามารถดู Youtube ในความละเอียดสูงสุด 1080P ส่วน Netflix สามารถดูได้ที่ความละเอียดเท่ากันในระดับ Standard Definition เพราะ Widevine ของทั้งสองรุ่นอยู่ที่ L3 และ Disney+ Hotstar ก็สามารถดูได้ปกติด้วยความละเอียดสูงเช่นกัน เรื่องแสงสว่างหน้าจอของสองรุ่นนี้มีความใกล้เคียงกัน ส่วนตัวชอบสีสันของ OPPO A54 เพราะว่าเทคโนโลยี Sunlight Scene สูงแสงได้ดีกว่าประมาณนึงเลย เรื่องทัชสกรีนพอๆ กัน แยกความแตกต่างกันได้ยากมาก

แบตเตอรี่ 

แบตเตอรี่ของทั้งคู่ มีความจุ 5,000 mAh เท่ากัน แต่จากการใช้งานจริงแล้ว ด้วยการทำงานชิปเซ็ตของ Galaxy A12 สามารถใช้งานได้ยาวนานกว่า ถ้าพูดถึงเรื่องแบตอึดต้องให้ Galaxy A12 แต่เรื่องการชาร์จเร็ว Galaxy A12 รองรับการชาร์จเร็ว 15W ซึ่ง OPPO A54 รองรับการชาร์จเร็วสูงถึง 18W สามารถชาร์จได้เร็วกว่า

กล้องถ่ายรูป

กล้องหลัง – Galaxy A12 มีความละเอียดสูงถึง 48MP ส่วน OPPO A54 มีความละเอียดเพียง 13MP มาดูที่กล้องรอง Galaxy A12 มีกล้อง Ultrawide ด้วยความละเอียด 5MP มีกล้องมาโคร และ Depth Camera ทางด้าน OPPO A54 มีเพียงกล้องมาโคร และ Depth Camera  

ภาพตัวอย่างจากกล้องหลังของ Galaxy A12 และ OPPO A54

โหมด Portrait

โหมดปกติ

โหมด HDR

โหมด HDR ของ Galaxy A12

โหมด HDR ของ OPPO A54

โหมด Auto

ตัวอย่างภาพถ่ายอาหาร ด้วย โหมด Auto

กล้องหน้า – Galaxy A12 มีความละเอียด 8MP ส่วน OPPO A54 มึความละเอียดสูงถึง 16MP แต่เรื่องของภาพถ่ายทั้งความละเอียดและโทนสีภาพ แนะนำว่า เลือกที่ชอบดีกว่า

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหน้าของ Galaxy A12 และ OPPO A54

โหมด Portrait ของ Galaxy A12

โหมด Portrait ของ OPPO A54

โหมด HDR

วิดีโอ – กล้องหลังทั้งคู่สามารถถ่ายได้ด้วยความละเอียด 1080P 30FPS ไม่มีกันสั่น และกล้องหน้าทั้งคู่ มีความละเอียด 1080P 30FPS เหมือนกัน

ภาพตัวอย่างวิดีโอของ Galaxy A12 และ OPPO A54  

ภาพวิดีโอจากกล้องหน้าของ Galaxy A12 และ OPPO A54  

เกม 

ROV – Galaxy A12 ปรับภาพได้เพียง 30FPS เท่านั้น และกราฟฟิกยังไม่สุด ส่วน OPPO A54 สามารถปรับกราฟฟิกได้จัดเต็ม รวมถึง High FPS ส่วนตัวชอบ OPPO A54 ปรับได้เยอะกว่า ช่วยให้การเล่นเกมลื่นไหล แต่ไม่แนะนำให้ปรับสุด ปรับแค่กราฟฟิกให้ต่ำสุด และปรับเฟรมเรตสูงก็พอแล้ว ความรู้สึกการทัชสกรีนเวลาเล่นเกมพอๆ กันทั้งคู่เลย หากต้องการเล่น mobility เยอะจริงๆ อาจจะไม่ได้ตอบโจทย์สำหรับเกมนี้ 

PUBG – Galaxy A12 สามารถปรับภาพไปที่สมดุล และเล่นเฟรมเรต Ultra ได้เลย ส่วน OPPO A54 ปรับภาพได้น้อยมาก ส่งผลต่อการเล่นเกมจริงๆ เราเชียร์ Galaxy A12 ในเกมนี้ ด้วยความลื่นไหลมากกว่า ช่วยให้ smooth ในการมองเห็น และการซูมเล็งต่างๆ 

Ragnarok X: Next Generation – ทั้งสองรุ่นนี้สามารถเล่นเกมนี้ได้เหมือนกัน แต่ ลูกเล่น Galaxy A12 เยอะกว่า ทั้งเรื่องการเปิด Multitasking , การจัดการอุณหภูมิ , การล็อคหน้าจอ , การจัดโหมดลำดับความสำคัญ หรือ การดูข้อมูลต่างๆ ผ่านเกมปลั๊กอิน และเฟรมเรต , CPU การทำงานต่างๆ สามารถดาวน์โหลดมาใช้ได้เลย รวมถึงการเปิดจอแบบ Multitasking เหมาะกับสายบอท เก็บเลเวลมากๆ ดู Youtube ไปด้วย เล่นเกมไปด้วยหน้าจอขนาดใหญ่ 6.52 นิ้ว

ส่วน OPPO A54 ยังมีฟีเจอร์ล็อคหน้าจอขณะเล่นมือถือ แต่กดลั่นง่าย 

ดีไซน์ 

ทั้งสองรุ่นนี้มีวางจำหน่าย 2 สีด้วยกัน ซึ่งใช้ชื่อสีคล้ายกันอีกด้วย โดย Galaxy A12 มีสีน้ำเงิน , ดำ ส่วน OPPO A54 มีสีฟ้ากับดำเหมือนกัน แต่สไตล์ต่างกันมาก ด้านหลังของตัวเครื่อง Galaxy A12 มีผิวสัมผัสแบบด้าน ไม่เป็นรอยนิ้วมือ ไม่จำเป็นต้องใส่เคสก็ได้ แต่ไม่มีเคสมาให้ในกล่อง อาจจะต้องไปซื้อเพิ่ม ส่วน OPPO A54 มีผิวสัมผัสแบบเงาสะท้อนสวยงาม แต่ติดรอยนิ้วมือค่อนข้างง่าย มีเคสใส และฟิล์มมาให้ในกล่อง

สำหรับดีไซน์เบ้ากล้องให้เลือกที่ชอบ พอร์ตการใช้งานเป็นแบบ USB-C ทั้งสองเครื่อง มีช่องหูฟัง 3.5 มม. มีไมโครโฟนหลักสำหรับสนทนาและอัดเสียง มีลำโพงเหมือนกัน ด้านบนของตัวเครื่อง Galaxy A12 มีไมโครโฟนตัวที่สองมาให้สำหรับจัดการเสียงรบกวน แต่ OPPO A54 ไม่มีตรงนี้

ด้านข้างขวาของตัวเครื่องจะมีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือเหมือนกัน

แต่ปุ่มเพิ่ม-ลดเสียงของ OPPO A54 อยู่ด้านซ้ายของตัวเครื่อง 

ขนาดและน้ำหนัก 

Galaxy A12 มีความหนาและหนักมากกว่า OPPO A54 และความโค้งมนของตัวเครื่อง OPPO A54 รู้สึกบางมากกว่า สุดท้ายแล้วอยากจะให้ทุกคนลองจับกันดูว่าเครื่องไหนเราชอบมากกว่า 

สรุป 

สำหรับการเปรียบเทียบทั้งสองรุ่น ที่มีราคาต่างกันเพียง 1,000 บาท จากการใช้งานโดยรวมทั้งหมดแล้ว Galaxy A12 มีสเปคที่แรงและราคาถูกกว่า