วันจันทร์, 20 กรกฎาคม 2569
📢 สามารถส่งข่าวแจก บทความประชาสัมพันธ์ ได้ที่อีเมล์ ฟรี !
🎬 ติดต่องานรีวิว Line : iNewch
บทความล่าสุด อัปเดตเมื่อ: วันจันทร์, 20 กรกฎาคม 2026
วันนี้เราอัปเดทข่าวสารไปทั้งหมด 2 บทความ
ไปรษณีย์ไทยจัดให้ แท็กทีม MONOMAX แจกโชคทะลุ 5 ล้านบาท ชวนคอลูกหนังสะสม iStamp ลุ้นรางวัลสุดว้าว พร้อมดูพรีเมียร์ลีกฟรีแบบจุใจ!
ส่องทริกแชะรูปสุดปังกับ ‘โบว์ เมลดา’ ด้วย OPPO Reno16 Series 5G เพื่อนซี้สายถ่ายภาพที่เทรนดี้ที่สุดใน พ.ศ. นี้!
ความสำเร็จ Acer ครองแชมป์แบรนด์โน้ตบุ๊กอันดับหนึ่งในใจคนไทยติดต่อกัน 15 ปีซ้อน
ปฏิวัติวงการยานยนต์! Xiaomi EV เผยโฉม ‘SkyNomad’ SUV อัจฉริยะยุคใหม่ เปลี่ยนรถให้เป็นบ้านเคลื่อนที่ด้วยพลัง AI และระบบนิเวศสุดล้ำ
เตรียมกรี๊ดให้ลั่นแคมปัส! OPPO จับมือ T-POP Campus Tour 2026 ชวนวัยรุ่นมา Make Your Moment บุก 6 มหาวิทยาลัยทั่วไทย พร้อมคู่ออริจินัลสุดเทรนดี้ OPPO Reno16 Series 5G
‘ยัพ มันชิง’ ปธ.ความยั่งยืนแอร์เอเชีย รับตำแหน่ง ICAO Global Ambassador ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการบินยุคใหม่
ยักษ์ใหญ่ใจดีที่รักครอบครัว! Hyundai STARIA Diesel Premium ปรับราคาใหม่ ถูกลง 4 แสน แต่หรูหราจัดเต็มเหมือนเดิม
HUAWEI เปิดฉากท้าทายทุกขีดจำกัด นำทัพโดย HUAWEI Pura 90s Series ปฏิวัติการถ่ายภาพขั้นเทพ
GWM สตาร์ทครึ่งปีแรกสุดปัง! ยอดขายโต 19% พิสูจน์ความสำเร็จแนวคิด ‘All Powertrains’ มุ่งสู่แบรนด์จีนที่คนไทยไว้วางใจสูงสุด
OPPO เตรียมเปิดตัว OPPO Find X9 Series สมาร์ตโฟนแฟลกชิปรุ่นล่าสุด มาพร้อมประสบการณ์ซูมดีทุกคอนเสิร์ต เร็วๆ นี้!
ลำโพงพกพาพร้อมไฟ RGB “JLab Go Party” และ “JLab Pop Party”
Viltrox บุกตลาดโปร! เปิดตัวเลนส์เทพ AF 50mm F1.4 Pro FE สำหรับ Sony E-mount สเปคจัดเต็ม, บอดี้กันละอองน้ำ, มอเตอร์ AF คู่สุดไว
  • ยืนหนึ่งในใจคนไทย! ซัมซุงกวาด 2 รางวัลใหญ่ระดับประเทศ ตอกย้ำเพื่อนซี้ AI Living Companion ดูแลบ้านคุณอย่างเข้าใจสุดใจ

    ซัมซุง ตอกย้ำความเป็นแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าอันดับ 1 ในใจคนไทย คว้า 2 รางวัลใหญ่ Marketeer No.1 Brand Thailand ในหมวดทีวีต่อเนื่อง 15 ปี และตู้เย็นต่อเนื่อง 10 ปี ชูนวัตกรรม AI Living Companion ยกระดับบ้านอัจฉริยะที่เข้าใจผู้ใช้ในทุกมิติ

    ยินหนึ่งเหนียวแน่น! ซัมซุงฉลองความสำเร็จครองแชมป์แบรนด์อันดับ 1 ในใจคนไทยอย่างต่อเนื่อง

    ว้าวสุดๆ ไปเลยค่ะทุกคน! วินาทีนี้ต้องยอมสยบให้กับความยิ่งใหญ่ของแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าอันดับหนึ่งในใจคนไทยตลอดกาลอย่าง ซัมซุง ที่ล่าสุดเพิ่งจัดงานฉลองใหญ่คว้าสองรางวัลทรงเกียรติอย่าง Marketeer No.1 Brand Thailand ประจำปีล่าสุดมานอนกอดได้อย่างสมศักดิ์ศรี นำทีมโดยสองผู้บริหารคนเก่ง คุณสารัช อักษราลิขิตสันติ ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน และคุณชารียา เข็มทอง ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ธุรกิจอุปกรณ์ภาพและเสียง จาก บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด ที่จูงมือกันขึ้นรับรางวัลแห่งความภาคภูมิใจ ณ โรงแรมสยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ โดยรางวัลในครั้งนี้ไม่ได้ได้มาเพราะโชคช่วย แต่เป็นการตอกย้ำความเป็นที่หนึ่งในใจด้วยการครองแชมป์ในหมวดผลิตภัณฑ์ทีวียาวนานต่อเนื่องเป็นปีที่ 15 และหมวดผลิตภัณฑ์ตู้เย็นต่อเนื่องยาวนานเป็นปีที่ 10 ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นว่าซัมซุงได้ก้าวข้ามการเป็นแค่เครื่องใช้ไฟฟ้าธรรมดาๆ แต่ขยับฐานะขึ้นมาเป็น AI Living Companion หรือเพื่อนคู่คิดสุดอัจฉริยะที่เข้าใจและพร้อมเติมเต็มความสุขในบ้านให้กับทุกคนได้อย่างแท้จริงค่ะ

    หน้าจอสุดล้ำที่เชื่อมต่อทุกความสุข ประสบการณ์ความบันเทิงยุคใหม่จากทีวีซัมซุง

    ลองมาเจาะลึกกลุ่มผลิตภัณฑ์สุดฮอตอย่าง ทีวีซัมซุง ที่ครองใจแฟนๆ ชาวไทยเหนียวแน่นมายาวนานถึง 15 ปีซ้อนกันดีกว่าค่ะ ครั้งนี้ซัมซุงขนเทคโนโลยีสุดพรีเมียมมาแบบจัดเต็มไม่มีกั๊ก นำทัพโดยไลน์อัปจอภาพระดับเทพอย่าง Micro RGB, OLED และ Neo QLED ที่ถูกเนรมิตให้เป็นมากกว่าหน้าจอสำหรับดูละครหรือภาพยนตร์ทั่วไป แต่ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางความบันเทิงที่เชื่อมสายสัมพันธ์ของคนในครอบครัวเข้าด้วยกันอย่างอบอุ่น ด้วยเทคโนโลยีอันชาญฉลาดอย่าง Vision AI ที่คอยปรับแต่งแสง สี และเสียงให้สมจริงขั้นสุดจนเหมือนเราหลุดเข้าไปอยู่ในหน้าจอจริงๆ แถมยังช่วยเชื่อมต่อระบบบ้านอัจฉริยะให้เป็นเรื่องง่าย ทำให้ทุกช่วงเวลาพักผ่อนในบ้านเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ความสนุกสนาน และความสะดวกสบายที่เหนือระดับจนใครๆ ก็ต้องตกหลุมรัก

    ตู้เย็น Bespoke AI เพื่อนรักสายกินของครอบครัว ที่ทั้งสวย เก่ง และประหยัดพลังงาน

    ถัดมาที่หัวใจสำคัญของห้องครัวอย่าง ตู้เย็นซัมซุง ที่ยังคงครองความเป็นแบรนด์โปรดอันดับหนึ่งของคนไทยมายาวนานต่อเนื่องเป็นปีที่ 10 บอกเลยว่าตู้เย็นยุคนี้ของซัมซุงเขาฉลาดล้ำสุดๆ โดยเฉพาะไลน์อัป Bespoke AI ที่สามารถเชื่อมต่อและสั่งการได้อย่างง่ายดายผ่านแอปพลิเคชัน SmartThings บนมือถือ ช่วยดูแลเรื่องความสดใหม่ของอาหาร แนะนำเมนูอาหารจานโปรด ไปจนถึงฟังก์ชันการประหยัดพลังงานอัจฉริยะที่ช่วยดูแลสิ่งแวดล้อมและเซฟเงินในกระเป๋าของคุณได้อย่างน่ารักน่าเอ็นดู ที่สำคัญดีไซน์ของตู้เย็น Bespoke ยังมีความเก๋ไก๋ มินิมอล และสามารถเลือกมิกซ์แอนด์แมตช์สีสันได้ตามสไตล์การแต่งบ้านของแต่ละคน ทำให้ห้องครัวกลายเป็นมุมโปรดสุดอบอุ่นที่พร้อมต้อนรับทุกคนในครอบครัวด้วยอาหารแสนอร่อยและสดใหม่อยู่เสมอ

    คำสัญญาจากใจซัมซุง มุ่งมั่นเคียงข้างและสร้างสรรค์ชีวิตที่ดีกว่าเดิมเพื่อคนไทย

    ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของซัมซุงตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา ไม่ได้เกิดจากนวัตกรรมที่ยอดเยี่ยมเพียงอย่างเดียวเท่านั้นนะคะ แต่เกิดจากความรักและความใส่ใจอย่างลึกซึ้งที่ซัมซุงมีให้แก่ผู้บริโภคชาวไทยทุกคน ทั้งการพัฒนาคุณภาพสินค้าที่ทนทาน ปลอดภัย และการบริการหลังการขายที่พร้อมดูแลด้วยความจริงใจและรวดเร็วเสมือนคนในครอบครัว ทางซัมซุงจึงขอขอบพระคุณผู้บริโภคชาวไทยทุกท่านจากใจจริงที่ให้โอกาสซัมซุงได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของบ้านในทุกๆ วัน และขอให้คำมั่นสัญญาอย่างอบอุ่นว่าจะยังคงเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมและโซลูชันสุดล้ำอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและมอบความสุขที่ยั่งยืนให้แก่ครอบครัวชาวไทยทุกคนต่อไปในอนาคตค่ะ

  • นายกฯ อนุทิน ร่วมหารือผู้บริหาร ‘เสียวหมี่’ ณ นครเฉิงตู ปูทางไทยสู่ศูนย์กลางนวัตกรรมและพลังงานสะอาด

    นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ร่วมประชุมทวิภาคีกับผู้บริหารระดับสูงของเสียวหมี่ ณ นครเฉิงตู เพื่อหารือทิศทางการลงทุนนวัตกรรมและเทคโนโลยีสีเขียว พร้อมเปิดรับความร่วมมือด้านพลังงานสะอาดและอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน

    ชูวิสัยทัศน์ความร่วมมือระดับทวิภาคีไทย-จีน ณ นครเฉิงตู

    นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของวงการทูตเศรษฐกิจและการพัฒนาเทคโนโลยีในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เมื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ และได้เข้าร่วมการประชุมหารือแบบทวิภาคี (One-on-one) ครั้งสำคัญร่วมกับคณะผู้บริหารระดับสูงของเสียวหมี่ (Xiaomi) ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีระดับโลก ณ นครเฉิงตู เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา การพบปะในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยและจีนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นเท่านั้น แต่ยังเป็นการเปิดเวทีพูดคุยเพื่อกำหนดทิศทางและแนวทางการพัฒนาธุรกิจเชิงยุทธศาสตร์ร่วมกัน โดยมุ่งเน้นไปที่การยกระดับนวัตกรรมที่สามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนชาวไทยได้อย่างยั่งยืนในอนาคต และสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่เป็นรูปธรรมยิ่งขึ้น

    เสียวหมี่เผยแผน R&D และก้าวสำคัญสู่ตลาดยานยนต์ไฟฟ้าระดับโลก

    ในระหว่างการหารือระดับสูงครั้งนี้ นายอแลง แลม (Alain Lam) รองประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงินของเสียวหมี่ คอร์ปอเรชัน ได้นำเสนอรายงานภาพรวมการดำเนินธุรกิจที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงของแบรนด์ พร้อมทั้งเผยถึงผลประกอบการที่เติบโตอย่างมั่นคงและความคืบหน้าล่าสุดในตลาดประเทศไทย ซึ่งถือเป็นหนึ่งในตลาดเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่สุดของเสียวหมี่ในภูมิภาคอาเซียน นอกจากนี้ ทางเสียวหมี่ยังได้เปิดเผยถึงแผนการลงทุนระยะยาวในด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) เพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมแห่งอนาคต รวมถึงแผนยุทธศาสตร์เพื่อการเติบโตในระดับสากล และในโอกาสอันดีนี้ ทางผู้บริหารของเสียวหมี่ยังได้ให้เกียรติเรียนเชิญท่านนายกรัฐมนตรีอนุทินเข้าเยี่ยมชมโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) อันทันสมัยของเสียวหมี่ ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จครั้งใหม่ในการขยายธุรกิจสู่ยานยนต์อัจฉริยะของบริษัทที่กำลังถูกจับตามองจากทั่วโลก

    ไทยพร้อมขับเคลื่อน Green Transition ดึงดูดการลงทุนไฮเทค

    ทางด้านนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้กล่าวแสดงความชื่นชมและยอมรับในความสำเร็จของเสียวหมี่ที่สามารถสร้างรากฐานทางธุรกิจได้อย่างแข็งแกร่งและรวดเร็วในประเทศไทย ตลอดจนความเข้าใจอย่างลึกซึ้งที่แบรนด์มีต่อพฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยมาโดยตลอด พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีได้นำเสนอวิสัยทัศน์และแผนงานเชิงรุกของรัฐบาลไทยในการขับเคลื่อนประเทศไปสู่การพัฒนาที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Green Transition) ซึ่งถือเป็นวาระแห่งชาติที่ไทยกำลังเร่งผลักดันอย่างเต็มที่ รัฐบาลไทยยินดีต้อนรับเสียวหมี่และกลุ่มพันธมิตรทางธุรกิจจากทั่วโลกให้เข้ามาร่วมลงทุนและแสวงหาโอกาสใหม่ๆ ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสะอาดและพลังงานหมุนเวียนในประเทศไทย เพื่อร่วมกันสร้างระบบนิเวศอุตสาหกรรมยุวใหม่ที่ยั่งยืนและเอื้อประโยชน์ต่อกันทั้งสองฝ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ

    สรุป: ก้าวต่อไปของไทยในฐานะศูนย์กลางเทคโนโลยีแห่งภูมิภาค

    การพบปะในครั้งนี้นับเป็นสัญญาณบวกที่สะท้อนให้เห็นถึงความพร้อมของประเทศไทยในการก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีและนวัตกรรมสีเขียวในภูมิภาค ความร่วมมือระหว่างภาครัฐของไทยกับบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำอย่างเสียวหมี่ จะช่วยเร่งปฏิกิริยาการเปลี่ยนผ่านเชิงดิจิทัลและพลังงานสะอาดให้เกิดขึ้นจริงได้อย่างเป็นรูปธรรม ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีสมาร์ทโฮม อุปกรณ์อัจฉริยะเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต (IoT) หรือแม้กระทั่งอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด ซึ่งทั้งหมดนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนชาวไทยให้สะดวกสบายและปลอดภัยยิ่งขึ้นเท่านั้น แต่ยังเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างมั่นคง แข็งแกร่ง และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคตอันใกล้

  • ทรูมันนี่ พลิกโฉมวงการการเงินไทย! เปิดตัวนวัตกรรม ‘แตะจ่าย’ ครั้งแรกของประเทศ ไม่ต้องพึ่งบัตรเครดิต

    ทรูมันนี่ประกาศยุทธศาสตร์ PaymentTech ครั้งใหญ่ เปิดตัวฟีเจอร์ 'แตะจ่ายด้วยทรูมันนี่' ครั้งแรกของไทยที่ใช้งานได้โดยไม่ต้องผูกบัตรเครดิต พร้อมก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านการเงินอัจฉริยะที่ใช้ AI ขับเคลื่อนประสบการณ์ผู้ใช้ให้ไร้รอยต่อในทุกกิจกรรม ตั้งแต่ร้านค้าทั่วไปจนถึงระบบขนส่งสาธารณะ

    ยุคใหม่ของ PaymentTech: ทรูมันนี่ กับวิสัยทัศน์ที่เหนือกว่าการชำระเงิน

    ทรูมันนี่ ผู้นำบริการทางการเงินดิจิทัลชั้นนำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประกาศก้าวกระโดดครั้งสำคัญด้วยการเปิดตัวยุทธศาสตร์ 'PaymentTech' แห่งอนาคต ภายในงานแถลงข่าว “Tap Forward: Your Everyday Money Companion” ซึ่งถือเป็นการตอกย้ำสถานะแอปการเงินที่มียอดดาวน์โหลดสูงสุดอันดับหนึ่งของประเทศไทย โดยทรูมันนี่มุ่งมั่นที่จะยกระดับประสบการณ์ของผู้ใช้งานให้เหนือกว่าการสแกนจ่ายแบบเดิมๆ ด้วยการนำเสนอนวัตกรรม 'แตะจ่ายด้วยทรูมันนี่' ซึ่งเป็นการปฏิวัติการชำระเงินที่เน้นความสะดวก รวดเร็ว และไร้รอยต่อ โดยนางสาวมนสินี นาคปนันท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) บริษัท แอสเซนด์ มันนี่ จำกัด ได้เน้นย้ำว่า ทรูมันนี่มุ่งเน้นการผสานเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ากับอีโคซิสเต็มส์ที่แข็งแกร่ง เพื่อสร้างสรรค์บริการทางการเงินที่ฉลาดและเข้าใจบริบทชีวิตประจำวันของคนยุคใหม่ได้อย่างแท้จริง ทำให้ผู้ใช้งานไม่เพียงแต่จ่ายเงินได้ง่ายขึ้น แต่ยังได้รับประสบการณ์ทางการเงินที่ครอบคลุม ทั้งการออม การลงทุน และการบริหารจัดการเงินผ่านแอปเดียวอย่างครบวงจร

    ปลดล็อกขีดจำกัดการใช้จ่าย: 'แตะจ่าย' ได้ง่ายๆ ไม่ต้องง้อบัตรเครดิต

    ไฮไลท์ที่สำคัญที่สุดของงานคือการเปิดตัวฟีเจอร์ 'แตะจ่ายด้วยทรูมันนี่' ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่ผู้ใช้งานสามารถแตะจ่ายได้โดยไม่จำเป็นต้องผูกบัตรเครดิต หรือมีบัตรเดบิตแต่อย่างใด เพียงแค่มีแอปพลิเคชันทรูมันนี่ก็สามารถแตะชำระเงินได้อย่างรวดเร็วภายในเวลาเพียง 6 วินาทีเท่านั้น นายธนรัฐ ธุวสุจิเรข ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจของทรูมันนี่อธิบายว่า ฟีเจอร์นี้ถูกออกแบบมาเพื่อทลายอุปสรรคเดิมๆ ที่ต้องผ่านหลายขั้นตอน ทั้งการปลดล็อกมือถือ การเปิดแอป และการสแกน QR Code โดยแบ่งรูปแบบการใช้งานออกเป็นสองระบบหลัก ได้แก่ การแตะผ่านเครื่อง BlueTap ของทรูมันนี่ที่ใช้ระบบ Closed Loop สำหรับร้านค้าพันธมิตร และการแตะที่เครื่อง EDC รองรับ Contactless ในระบบ Open Loop ซึ่งครอบคลุมจุดรับชำระเงินกว่า 900,000 จุดทั่วประเทศ และยังขยายขอบเขตไปสู่การใช้งานในต่างประเทศผ่านเครือข่ายของ Alipay+ และ Mastercard อีกด้วย ความสำเร็จในช่วงเริ่มต้นนี้เห็นได้ชัดจากตัวเลขผู้ใช้งานกว่า 1.5 ล้านคนที่ทดลองแตะจ่ายไปแล้วกว่า 5 ล้านครั้ง ซึ่งช่วยกระตุ้นยอดขายให้ร้านค้าพันธมิตรเติบโตขึ้นอย่างน่าจับตามอง

    4 ยุทธศาสตร์หลักสู่ผู้นำด้านเทคโนโลยีการเงินในอนาคต

    ทรูมันนี่ได้วางรากฐานการเติบโตผ่าน 4 ยุทธศาสตร์สำคัญ เริ่มจากการมุ่งเน้นนวัตกรรมชำระเงินที่ไร้รอยต่อและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ชีวิตประจำวัน ต่อด้วยการเชื่อมโยงระบบนิเวศพาร์ตเนอร์ที่แข็งแกร่งทั้งในและต่างประเทศเพื่อให้ผู้ใช้งานได้รับความสะดวกสูงสุดในทุกที่ที่ไป ยุทธศาสตร์ที่สามคือการยกระดับความคุ้มค่าด้วยการพัฒนา TrueMoney Coins ให้เป็นแพลตฟอร์มสะสมคะแนนที่ทรงพลัง เชื่อมโยงกับโปรโมชั่นจากพันธมิตรมากมาย และยุทธศาสตร์สุดท้ายคือการใช้ AI และข้อมูลเชิงลึกมาพัฒนาเป็นฟีเจอร์อย่าง 'Money Buddy' เพื่อเป็นผู้ช่วยทางการเงินส่วนบุคคลที่คอยให้คำแนะนำและการแจ้งเตือนที่เหมาะสมกับผู้ใช้งานแต่ละคน นอกจากนี้ ทรูมันนี่ยังมองไปถึงการขยายการให้บริการแตะจ่ายเข้าสู่ภาคขนส่งสาธารณะ เช่น รถเมล์ ขสมก. ที่เริ่มใช้งานได้แล้ว และการหารือกับ BEM เพื่อเตรียมเปิดใช้บริการแตะจ่ายเพื่อเข้าสถานีรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงินและสีม่วงในช่วงไตรมาส 4 ปี 2569 นี้ ซึ่งจะเป็นการตอกย้ำว่า ทรูมันนี่ไม่ได้เป็นเพียงแอปสำหรับจ่ายเงิน แต่เป็นรากฐานสำคัญที่จะขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่สังคมไร้เงินสดอย่างเต็มรูปแบบและยั่งยืนในอนาคต

  • ไปรษณีย์ไทยจัดให้ แท็กทีม MONOMAX แจกโชคทะลุ 5 ล้านบาท ชวนคอลูกหนังสะสม iStamp ลุ้นรางวัลสุดว้าว พร้อมดูพรีเมียร์ลีกฟรีแบบจุใจ!

    ไปรษณีย์ไทย แท็กทีม MONOMAX และ JAS เปิดแคมเปญสุดยิ่งใหญ่ 'แสตมป์ลุ้นแชมป์ แจกโชคทะลุ 5 ล้านบาท' ชวนแฟนบอลสะสม iStamp ฟุตบอลโลก 2026 ผ่านแอป Prompt Post ลุ้นรับรถยนต์ไฟฟ้า OMODA C5 EV, ทองคำ และรางวัลอื่นๆ เพียบ พร้อมรับสิทธิ์ดูพรีเมียร์ลีกฟรี 3 วัน!

    เตรียมเสียงกรี๊ดให้พร้อม! เมื่อพี่ไปรฯ จับมือกับ MONOMAX ขนความสุขมาเสิร์ฟถึงหน้าจอ

    เหล่าคอลูกหนังและนักสะสมเตรียมตัวร้องกรี๊ดกันได้เลย! เพราะวันนี้พี่ไปรฯ หรือไปรษณีย์ไทยสุดใจดี ได้จับมือแท็กทีมครั้งใหญ่กับ MONOMAX แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งความบันเทิงสุดฮิต ร่วมกันเปิดตัวแคมเปญสุดพิเศษเอาใจคนรักฟุตบอลอย่าง "แสตมป์ลุ้นแชมป์ แจกโชคทะลุ 5 ล้านบาท" ที่จะมาชวนทุกคนก้าวเข้าสู่โลกดิจิทัลไลฟ์สไตล์ด้วยการสะสม iStamp ฟุตบอลโลก 2026 ผ่านแอปพลิเคชันสุดล้ำอย่าง Prompt Post งานนี้บอกเลยว่าไม่ใช่แค่การสะสมแสตมป์แบบเดิมๆ อีกต่อไปแล้วนะจ๊ะ เพราะนี่คือโอกาสทองที่จะทำให้เพื่อนๆ ได้ลุ้นรับของรางวัลสุดพรีเมียมมูลค่ารวมกว่า 5 ล้านบาท แถมยังได้สิทธิ์ฟินไปกับการดูพรีเมียร์ลีกและคอนเทนต์กีฬาเด็ดๆ ฟรีอีกด้วย เรียกว่าคุ้มแสนคุ้มจนต้องรีบกดแอปฯ ขึ้นมาลงทะเบียนด่วนๆ เลยล่ะ!

    เบื้องหลังความปังที่เปลี่ยนโฉมพี่ไปรฯ สู่แบรนด์ไลฟ์สไตล์สุดคูลของทุกคน

    เบื้องหลังความสนุกและแคมเปญสุดยิ่งใหญ่ในครั้งนี้ ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ บิ๊กบอสใหญ่แห่งไปรษณีย์ไทย ได้เล่าให้ฟังด้วยรอยยิ้มว่า ทางไปรษณีย์ไทยมีความตั้งใจจริงที่จะพัฒนาแอปพลิเคชัน Prompt Post ให้เป็นมากกว่าแค่เครื่องมือบริการดิจิทัลทั่วไป แต่ต้องการให้แพลตฟอร์มนี้เข้าไปนั่งในใจและเชื่อมโยงเข้ากับทุกไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตประจำวันของทุกคนอย่างแท้จริง การจับมือกับ MONOMAX และบริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS ผู้ได้รับสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 ในไทยอย่างเป็นทางการ จึงเป็นเหมือนสะพานเชื่อมระหว่างโลกแสตมป์และโลกแห่งความบันเทิงระดับโลกเข้าด้วยกัน ซึ่งเป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์ใหม่ของไปรษณีย์ไทยในการก้าวสู่การเป็น Lifestyle Brand ที่พร้อมจะมอบความสุขและความบันเทิงส่งตรงถึงมือคุณในทุกช่วงเวลาสำคัญ

    กติกาง่ายแสนง่าย ยิ่งสะสมมาก ยิ่งมีสิทธิ์ฟินกับฟุตบอลพรีเมียร์ลีกฟรี!

    สำหรับกติกาความสนุกก็ง่ายแสนง่ายและเป็นมิตรกับทุกคนสุดๆ เพียงแค่เพื่อนๆ เข้าไปซื้อดิจิทัลแสตมป์หรือ iStamp ฟุตบอลโลก 2026 ผ่านแอปพลิเคชัน Prompt Post ในราคาชุดละ 329 บาทเท่านั้นเอง โดยการซื้อแสตมป์ 1 ชุด จะได้รับสิทธิ์ในการลุ้นโชคใหญ่ทันที 1 สิทธิ์ และที่กรี๊ดไปกว่านั้นคือใครที่อยากเพิ่มโอกาสชนะก็สามารถซื้อสะสมสิทธิ์ได้แบบไม่จำกัดจำนวนครั้งกันเลยทีเดียว ยิ่งสะสมมากก็ยิ่งมีโอกาสเป็นเจ้าของรางวัลใหญ่มากขึ้นเท่านั้น นอกเหนือจากสิทธิ์ลุ้นโชคแล้ว ทุกคนที่ซื้อยังจะได้รับรหัสของขวัญสำหรับใช้งาน MONOMAX SPORTS STANDARD ฟรีถึง 3 วันเต็มๆ ให้ไปรับชมแมตช์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษสุดมันส์ รวมถึงซีรีส์ฮิต ภาพยนตร์ดัง และคอนเทนต์กีฬาระดับโลกกันแบบจุใจจุลินทรีย์กันไปเลย

    ส่องกองทัพของรางวัลสุดพรีเมียมมูลค่ารวมกว่า 5 ล้านบาท!

    มาส่องกองทัพของรางวัลสุดว้าวที่ไปรษณีย์ไทยและพันธมิตรเตรียมขนมาแจกกันบ้างดีกว่า บอกเลยว่าจัดหนักจัดเต็มจนใจสั่น เริ่มต้นด้วยรางวัลใหญ่กระแทกตาอย่าง รถยนต์ไฟฟ้าสุดล้ำ OMODA C5 EV จำนวนถึง 3 รางวัล ตามมาด้วยทองคำแท้หนัก 1 บาท อีกจำนวน 20 รางวัล และสำหรับสายแว้นสุดชิคก็ยังมีรถจักรยานยนต์สุดเท่ Honda Scoopy รุ่นปี 2026 อีกจำนวน 10 รางวัล รวมไปถึงสมาร์ททีวีจอใหญ่เต็มตา Hisense ขนาด 55 นิ้ว จำนวน 50 รางวัล และปิดท้ายด้วยแพ็กเกจดูความบันเทิงยาวๆ กับ MONOMAX SPORTS PREMIUM นานถึง 1 ปีเต็ม อีกจำนวน 100 รางวัล รวมมูลค่าทั้งหมดสูงกว่า 5 ล้านบาทเลยนะทุกคน แต่ต้องกระซิบบอกก่อนเลยว่า iStamp ชุดพิเศษนี้ทำออกมาในรูปแบบ Limited Collection ที่จำกัดเพียงแค่ 500,000 ชุดเท่านั้น ถ้าหมดแล้วคือหมดเลย ไม่มีทำเพิ่มแน่นอนจ้า

    โอกาสทองของแฟนบอลสุดเอ็กซ์คลูซีฟ รีบจอง iStamp ก่อนหมดสิทธิ์ฟินกันนะ

    ความสนุกระดับพรีเมียมและความเฮงขั้นสุดแบบนี้ไม่ได้มีมาบ่อยๆ นะจ๊ะ คอรักลูกหนังและผู้ที่รักการสะสมแสตมป์ต้องห้ามพลาดเด็ดขาด โดยสามารถร่วมสนุกและจับจองเป็นเจ้าของ iStamp ฟุตบอลโลก 2026 เพื่อลุ้นรับโชคใหญ่มูลค่ากว่า 5 ล้านบาทได้แล้วตั้งแต่วันนี้ยาวไปจนถึงวันที่ 19 กรกฎาคม 2569 ผ่านทางแอปพลิเคชัน Prompt Post เท่านั้น และหากใครอยากติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือข่าวสารกิจกรรมดีๆ แบบนี้อีก ก็สามารถเข้าไปดูได้ที่หน้าเฟซบุ๊ก MONOMAX ได้เลย มาร่วมส่งแรงเชียร์ระดับโลกพร้อมกับลุ้นโชคใหญ่ไปกับพี่ไปรฯ และ MONOMAX กันเถอะ รับรองว่างานนี้มีแต่ฟินกับคุ้มแน่นอน!

  • ส่องทริกแชะรูปสุดปังกับ ‘โบว์ เมลดา’ ด้วย OPPO Reno16 Series 5G เพื่อนซี้สายถ่ายภาพที่เทรนดี้ที่สุดใน พ.ศ. นี้!

    โบว์ เมลดา ดาราสาวสุดสดใส เผยเคล็ดลับการถ่ายภาพสุดเทรนดี้ด้วย OPPO Reno16 Series 5G โดดเด่นด้วยกล้องมุมกว้าง 50MP กล้องพอร์ตเทรตซูม 3.5x และโหมดกล้องฟิล์ม Pop Cam ใหม่ล่าสุดที่ช่วยให้ทุกช็อปสวยป๊อปแบบไม่ต้องแต่งเพิ่ม

    อัปเกรดความปังทุกช็อตไปกับ "โบว์ เมลดา" และสมาร์ตโฟนคู่ใจเครื่องใหม่

    ใครที่เป็นสายคอนเทนต์และรักการถ่ายภาพบอกเลยว่าห้ามพลาดเด็ดขาด! เมื่อดาราสาวสุดสดใสน่ารักอย่าง “โบว์-เมลดา สุศรี” หนึ่งในสมาชิกครอบครัว OPPO Family ได้จูงมือคู่หูคนใหม่ล่าสุดอย่าง OPPO Reno16 Series 5G มาแชร์ไลฟ์สไตล์การถ่ายภาพสุดชิคให้แฟนๆ ได้ชมกัน งานนี้สาวโบว์ขนความน่ารักสดใสมาแบบจัดเต็ม พร้อมเผยเคล็ดลับดีๆ ในการอัปเกรดทุกช็อตให้ดูสวย โดดเด่น เป็นตัวเอง และคมชัดกว่าที่เคยมีมา สมาร์ตโฟนรุ่นนี้เปรียบเสมือนเพื่อนซี้คนโปรดที่จะช่วยเนรมิตรูปภาพให้ออกมาป๊อปและมีมิติได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะเดินทางไปท่องเที่ยวที่ไหน หรือทำกิจกรรมอะไร ก็สามารถเก็บครบทุกโมเมนต์ความประทับใจได้อย่างไร้ที่ติแน่นอน

    กว้างสุดเฟรม เก็บครบทุกไวบ์ ด้วยกล้องมุมกว้างพิเศษ 50MP 0.6x

    เริ่มต้นกันที่ทริกแรกสำหรับสายลุยและสายคาเฟ่ที่ชอบการเก็บภาพวิวกว้างๆ หรือภาพกลุ่มกับเดอะแก๊ง ด้วยฟีเจอร์เด่นอย่าง กล้องมุมกว้างพิเศษความละเอียดสูงถึง 50MP 0.6x ที่สาวโบว์แนะนําว่าเหมาะสุดๆ กับการถ่ายภาพสไตล์เจเนอเรชันซี (Gen Z) ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายมุมสูงแบบเผลอๆ หรือการโพสท่าเท่ๆ ท่ามกลางวิวทิวทัศน์ที่ยิ่งใหญ่ตระการตา กล้องตัวนี้สามารถเก็บรายละเอียดได้อย่างคมชัดทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง ช่วยให้รูปภาพดูมีมิติกว้างขวางและถ่ายทอดบรรยากาศรอบตัวได้อย่างสมบูรณ์แบบในเฟรมเดียว โดยไม่ต้องกังวลเรื่องภาพเบลอหรือรายละเอียดตกหล่นเลยแม้แต่น้อย ถือเป็นเครื่องมือที่ช่วยเปลี่ยนภาพถ่ายธรรมดาให้กลายเป็นผลงานสุดเทรนดี้ที่ใครเห็นก็ต้องกดไลก์รัวๆ

    โดดเด่นมีสไตล์ไปกับกล้องพอร์ตเทรตซูม 3.5x ระดับโปร

    ขยับมาที่การถ่ายภาพบุคคลแบบมืออาชีพกันบ้าง ซึ่งถือเป็นไฮไลต์เด็ดที่สาวโบว์เลิฟสุดๆ กับ กล้องพอร์ตเทรตที่สามารถซูมได้ถึง 3.5x ด้วยความละเอียด 50MP มอบผลลัพธ์ภาพถ่ายบุคคลที่สวยสะกดสายตา โดดเด่น และดูเป็นธรรมชาติแบบขั้นสุด โดยระยะการซูม 3.5x นี้ได้รับการยอมรับว่าเป็นระยะที่สมบูรณ์แบบที่สุดสำหรับการถ่ายภาพคน เพราะช่วยดึงความโดดเด่นของตัวแบบให้ออกมาคมชัดพร้อมสร้างเอฟเฟกต์หน้าชัดหลังเบลอได้อย่างนุ่มนวล มิติภาพดูสวยสมจริงเหมือนใช้กล้องโปรถ่าย อีกทั้งยังช่วยปรับโทนสีผิวให้ดูเนียนใสเป็นธรรมชาติ เหมาะมากสำหรับสายเซลฟี่และสายแฟชั่นที่ต้องการอัปโหลดรูปภาพลงอินสตาแกรมให้เป๊ะปังทุกโมเมนต์โดยไม่ต้องพึ่งฟิลเตอร์แต่งรูปเพิ่มให้ยุ่งยาก

    สัมผัสความคลาสสิกสุดป๊อปด้วยโหมด “Pop Cam” สไตล์กล้องฟิล์ม

    อีกหนึ่งฟีเจอร์ใหม่แกะกล่องที่เรียกเสียงฮือฮาได้ไม่น้อยเลยก็คือโหมดกล้องใหม่ล่าสุดอย่าง “Pop Cam” ซึ่งเป็นโหมดถ่ายภาพสไตล์ฟิล์มสุดคลาสสิกที่แฝงไปด้วยความสนุกสนานและขี้เล่นในแบบฉบับของคนรุ่นใหม่ โดยสาวโบว์ได้แชร์ว่าโหมดนี้มีโทนสีและสไตล์กล้องฟิล์มให้เลือกสรรอย่างหลากหลายมากกว่า 9 สไตล์สุดป๊อป เช่น สไตล์กล้องดิจิทัลยุคเก่า (Digicam), ฟิล์มสำเร็จรูป (Instant Film) และเอฟเฟกต์แสงรั่วสุดอาร์ต (Light Leak) ซึ่งช่วยให้ทุกคนสามารถสัมผัสกลิ่นอายย้อนยุคแต่ยังคงความสดใสสดใหม่ได้อย่างลงตัว ทุกช็อตที่กดถ่ายออกมาจะเสร็จสมบูรณ์พร้อมใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาดาวน์โหลดแอปพลิเคชันอื่นเพื่อมาแต่งโทนสีเพิ่มเติม ช่วยให้ชีวิตการทำคอนเทนต์ง่ายขึ้นหลายเท่าตัว

    สมาร์ตโฟนคู่ใจที่สายเทรนดี้และนักสร้างสรรค์คอนเทนต์ต้องมี!

    สำหรับใครที่อยากจะอัปเกรดไลฟ์สไตล์การถ่ายภาพให้มีความสร้างสรรค์และสนุกสนานเหมือนดาราสาวสุดชิคคนนี้ OPPO Reno16 Series 5G ถือเป็นตัวเลือกสมาร์ตโฟนเพื่อนซี้ที่ตอบโจทย์ได้อย่างยอดเยี่ยม ไม่ว่าคุณจะเป็นสายคอนเทนต์ สายท่องเที่ยว หรือสายโซเชียลที่ชอบแบ่งปันเรื่องราวดีๆ ในแต่ละวัน เครื่องนี้ก็พร้อมที่จะเป็นผู้ช่วยคู่ใจคอยบันทึกทุกความทรงจำให้ออกมาโดดเด่นและมีสไตล์ที่สุดในทุกๆ วัน โดยผู้ที่สนใจสามารถไปทดลองสัมผัสเครื่องจริงและจับจองเป็นเจ้าของได้แล้ววันนี้ที่ OPPO Brand Shop ทุกสาขา รวมถึงตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ พร้อมติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวที่น่าตื่นเต้นเพิ่มเติมได้ทางเพจเฟซบุ๊กหลักของ OPPO Thailand