
อาร์ทีบีฯ นำเข้าแบรนด์เครื่องดนตรีชั้นนำ Teenage Engineering จากสวีเดน เปิดตัวไลน์อัปครบครันทั้ง Field System, EP Series และ Pocket Operator เพื่อยกระดับการสร้างสรรค์ผลงานดนตรีของครีเอเตอร์ไทยให้เทียบเท่าระดับสากล

บริษัท อาร์ทีบี เทคโนโลยี จำกัด ได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับวงการเพลงในประเทศไทย ด้วยการเปิดตัว ‘Teenage Engineering’ แบรนด์เครื่องดนตรีอิเล็กทรอนิกส์และอุปกรณ์สร้างสรรค์เสียงระดับโลกจากประเทศสวีเดนอย่างเป็นทางการ โดยแบรนด์นี้ได้รับการยกย่องจากเหล่าโปรดิวเซอร์และนักดนตรีทั่วโลกในด้านการผสานนวัตกรรมล้ำสมัยเข้ากับดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ได้อย่างไร้ที่ติ การเข้ามาทำตลาดในไทยครั้งนี้ถือเป็นการยกระดับมาตรฐานการผลิตผลงานเพลงและคอนเทนต์ ให้กับครีเอเตอร์ชาวไทยสามารถเข้าถึงอุปกรณ์ประสิทธิภาพสูงที่ครอบคลุมทุกความต้องการ ตั้งแต่เครื่องซินธิไซเซอร์ระดับมืออาชีพไปจนถึงอุปกรณ์บันทึกเสียงขนาดพกพา ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถสร้างสรรค์ผลงานคุณภาพระดับสตูดิโอได้ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดก็ตาม

หัวใจสำคัญของ Teenage Engineering คือการสร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) ที่เชื่อมโยงการทำงานตั้งแต่ต้นจนจบ ตั้งแต่การแต่งเพลง การบันทึกเสียง ไปจนถึงการแสดงสด โดยมีกลุ่มผลิตภัณฑ์ชูโรงอย่าง ‘Field System’ ที่ประกอบไปด้วยเครื่องมือระดับท็อป เช่น OP-1 Field ซินธิไซเซอร์แบบ All-in-One คุณภาพเสียง 32-bit, เครื่องบันทึกเสียง TP-7 Field Recorder ที่ให้สัมผัสการใช้งานสุดคลาสสิกแต่เปี่ยมด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ และ TX-6 มิกเซอร์ขนาดพกพาที่อัดแน่นด้วยความสามารถรอบด้าน อุปกรณ์เหล่านี้ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพียงแค่เพื่อการใช้งานเท่านั้น แต่ยังมุ่งเน้นการสร้างแรงบันดาลใจให้ศิลปินสามารถปลดปล่อยจินตนาการได้อย่างอิสระ ผ่านเทคโนโลยีที่เสถียรและแม่นยำที่สุดในยุคดิจิทัล


นอกจากกลุ่มผลิตภัณฑ์มืออาชีพแล้ว ยังมี ‘EP Series’ และ ‘Pocket Operator’ ซึ่งเปรียบเสมือนสนามเด็กเล่นแห่งการสร้างเสียง ที่ตอบโจทย์ทั้งผู้เริ่มต้นและศิลปินที่ต้องการความสนุกสนานในการทดลอง โดยเฉพาะ EP-133 K.O. II ที่มาพร้อมความสามารถในการแซมเปิลเสียงรอบตัวให้กลายเป็นจังหวะดนตรี รวมถึง EP-1320 Medieval ที่นำเสนอกลิ่นอายเสียงดนตรียุคกลางมาให้ใช้งานจริง และ Pocket Operator ซีรีส์อันโด่งดังที่มีดีไซน์กะทัดรัดแต่สามารถสร้างบีทที่หนักแน่นและมีเอกลักษณ์สูง ซึ่งทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจของอาร์ทีบีฯ ในการสร้างคอมมูนิตี้สำหรับผู้ที่หลงใหลในเสียงดนตรีให้ได้มาพบปะแลกเปลี่ยนไอเดียและสัมผัสประสบการณ์การใช้งานจริงร่วมกัน


การรุกตลาดในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการนำสินค้าคุณภาพเข้ามาจำหน่าย แต่ยังเป็นการผลักดันวงการสร้างสรรค์คอนเทนต์ในไทยให้ก้าวไปอีกขั้น ด้วยการสนับสนุนผ่านกิจกรรมร่วมกับศิลปินและนักดนตรี เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่หันมาสนใจเทคโนโลยีการผลิตเสียงที่สามารถเชื่อมต่อความคิดสร้างสรรค์เข้ากับอุปกรณ์คุณภาพสูงได้อย่างลงตัว สำหรับผู้ที่สนใจสัมผัสนวัตกรรมดนตรีระดับโลกเหล่านี้ สามารถเข้าไปทดลองใช้งานได้ที่อาร์ทีบี เทคโนโลยี หรือร้าน Music Arms สาขา Head Q อ่อนนุช 74 ซึ่งนับเป็นโอกาสดีที่จะได้เป็นเจ้าของแกดเจ็ตที่จะเข้ามาเปลี่ยนวิถีการทำเพลงของคุณไปตลอดกาล

Honda เปิดตัว Civic e:HEV ใหม่ จัดเต็มเทคโนโลยี Honda S+ Shift ครั้งแรกในไทย พร้อมดีไซน์สปอร์ตพรีเมียมและข้อเสนอสุดคุ้มค่าในแคมเปญโปรสนั่น ดีลสะเทือน รับบัตรน้ำมันสูงสุด 10,000 บาท
บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ได้สร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญให้กับวงการยานยนต์ไทยด้วยการเปิดตัว Honda Civic e:HEV ใหม่ ที่มาพร้อมกับการยกระดับความสปอร์ตเร้าใจไปอีกขั้น เพื่อตอบโจทย์ผู้ที่รักในการขับขี่และมองหาสมรรถนะที่เหนือระดับ โดยไฮไลต์สำคัญที่ถือเป็นครั้งแรกในประเทศไทยคือการนำเสนอเทคโนโลยี 'Honda S+ Shift' ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อปลุกเร้าอารมณ์การขับขี่ในระบบฟูลไฮบริดให้มีความสนุกและทรงพลังยิ่งขึ้น เทคโนโลยีนี้จะช่วยมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ใกล้เคียงกับการควบคุมรถเกียร์แมนนวล ทำให้ทุกจังหวะการเปลี่ยนเกียร์และการเร่งแซงเป็นไปอย่างเร้าใจและแม่นยำ ผสานการรับรู้ของผู้ขับขี่ทั้งในด้านความรู้สึกการควบคุม เสียงเครื่องยนต์ที่จำลองได้อย่างสมจริง และการแสดงผลบนหน้าจอที่เติมเต็มความรู้สึกเชื่อมโยงระหว่างผู้ขับและตัวรถได้อย่างไร้รอยต่อ
นอกจากสมรรถนะที่ถูกอัปเกรดขึ้นแล้ว Honda Civic e:HEV ใหม่ ยังสร้างความโดดเด่นสะดุดตาด้วยสีใหม่ล่าสุดอย่าง สีแดง Blazing Red Pearl และสีเทา Urban Gray Pearl ที่ช่วยสะท้อนตัวตนแห่งความสปอร์ตพรีเมียมได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะในรุ่นย่อย e:HEV RS ที่มีการจัดเต็มด้านออปชันและอุปกรณ์ตกแต่งมากมาย รวมถึงการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยด้วยระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง (Blind Spot Information: BSI) และระบบเตือนเมื่อมีรถเคลื่อนผ่านขณะถอย (Cross Traffic Monitor: CTM) เพื่อมอบความมั่นใจสูงสุดในทุกการเดินทาง ทั้งนี้ยังมีทางเลือกให้กับผู้ที่ต้องการความพิเศษเฉพาะตัวด้วยชุดตกแต่ง Honda HRC และรุ่นพิเศษ Red Concept ที่มาพร้อมล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ดีไซน์ Matte Black เพิ่มลุคความดุดันและเป็นเอกลักษณ์ให้กับการขับขี่บนท้องถนนอย่างแท้จริง

เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองการเปิดตัวครั้งยิ่งใหญ่ ฮอนด้าได้มอบข้อเสนอพิเศษ 'Honda THE GRAND QUAKE DEAL โปรสนั่น ดีลสะเทือน' ให้กับลูกค้าที่จองตั้งแต่วันที่ 23 กรกฎาคม 2569 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 โดยในรุ่น e:HEV RS และ e:HEV EL+ มาพร้อมกับดอกเบี้ยพิเศษ 0% และฟรีแพ็กเกจ Honda Exclusive Care นานถึง 5 ปี ในขณะที่รุ่น e:HEV EL รับดอกเบี้ย 1.89% พร้อมฟรี Honda Exclusive Care 3 ปี นอกจากนี้ยังมีโปรโมชันสุดพิเศษสำหรับผู้ที่จองและรับรถภายในระยะเวลาที่กำหนด โดยจะได้รับบัตรน้ำมันมูลค่าสูงสุด 10,000 บาท ซึ่งถือเป็นโอกาสทองสำหรับผู้ที่กำลังมองหาประสบการณ์การขับขี่ในระดับสปอร์ตพรีเมียมด้วยความคุ้มค่าที่ไม่มีใครเทียบได้
สำหรับ Honda Civic e:HEV ใหม่ มีให้เลือกทั้งหมด 3 รุ่นย่อย เพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การใช้งาน เริ่มต้นที่รุ่น e:HEV EL ราคา 949,000 บาท ซึ่งเน้นความคุ้มค่าและขุมพลังไฮบริดที่เข้าถึงง่าย ตามมาด้วยรุ่น e:HEV EL+ ในราคา 1,109,000 บาท ที่เพิ่มความสะดวกสบายให้ครอบคลุมการใช้งานในทุกวัน และปิดท้ายด้วยรุ่นท็อปอย่าง e:HEV RS ราคา 1,259,000 บาท ซึ่งอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำและดีไซน์เอ็กซ์คลูซีฟ ผู้ที่สนใจสามารถสัมผัสประสบการณ์ความสปอร์ตครั้งใหม่นี้ได้ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ หรือศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.honda.co.th พร้อมติดต่อสอบถามข้อมูลผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ ของฮอนด้า เพื่อให้คุณไม่พลาดทุกข่าวสารและการทดลองขับที่อาจเปลี่ยนมุมมองการขับขี่ของคุณไปตลอดกาล

realme ชวนแฟนคลับร่วมสนุกในบูธกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟในงาน "Bacon Time The Memory" วันที่ 26 กรกฎาคมนี้ ณ True Digital Park พบกับสมาร์ตโฟนซีรีส์ล่าสุด realme 16 Series 5G พร้อมร่วมสนุกท้าดวล 1:1 ลุ้นของรางวัล และกระทบไหล่ครีเอเตอร์ชื่อดัง หมูหวาน และ ฟ้า ได้ตลอดทั้งวัน

เตรียมนับถอยหลังสู่วันแห่งความทรงจำที่แฟนด้อมทุกคนเฝ้ารอคอย! เมื่อแบรนด์สมาร์ตโฟนขวัญใจคนรุ่นใหม่อย่าง realme ประกาศจับมือเป็นพันธมิตรครั้งสำคัญในงาน "Bacon Time The Memory" เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำที่สนับสนุนวงการอีสปอร์ตและเกมเมอร์ไทยมาโดยตลอด งานนี้ realme ไม่ได้มาเล่นๆ แต่เตรียมยกทัพความสนุกและกิจกรรมสุดพิเศษแบบจัดหนักจัดเต็มมาเอาใจทั้งเหล่าเกมเมอร์และแฟนคลับทีมหมูชมพู Bacon Time ในวันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม 2569 ณ True Digital Park Grand Hall ชั้น 3 ใครที่อยากสัมผัสประสบการณ์ความบันเทิงระดับพรีเมียม พร้อมร่วมทดสอบสมาร์ตโฟนซีรีส์ล่าสุดอย่าง realme 16 Series 5G ที่ขนฟีเจอร์เด็ดทั้งเรื่องการเล่นเกมและการถ่ายภาพมาแบบไม่มีกั๊ก บอกเลยว่างานนี้ต้องปักหมุดไว้ให้แน่นแล้วเตรียมตัวไปเจอกันได้เลย!

ไฮไลท์เด็ดที่เหล่าเกมเมอร์ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวงคือ กิจกรรม "1:1 realme Freestyle Battle – ฮี๊..ฮ๊าา พี่มาแล้วน้อง" พื้นที่ท้าดวลสุดเดือดที่เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานได้มาประชันฝีมือกันแบบตัวต่อตัวผ่านสมาร์ตโฟนทรงพลังรุ่นใหม่อย่าง realme 16 Series 5G โดยเฉพาะรุ่นท็อปอย่าง realme 16 Pro+ 5G ที่ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังชิปเซ็ต Snapdragon® 7 Gen 4 มอบประสิทธิภาพการประมวลผลระดับเรือธงเพื่อให้การเล่นเกมลื่นไหลไม่มีสะดุด ขณะที่ realme 16 Pro 5G ก็แรงไม่แพ้กันด้วยชิปเซ็ต Dimensity 7300-Max และยังมีน้องเล็กสเปกโหดอย่าง realme 16 5G ที่มาพร้อม Dimensity 6300 5G รองรับอัตราการรีเฟรชหน้าจอสูงสุดถึง 120FPS นอกจากนี้ยังอุ่นใจได้ด้วยระบบระบายความร้อนอันล้ำสมัย AirFlow VC Cooling และแบตเตอรี่อึด Titan ขนาดใหญ่ถึง 7000mAh ให้แฟนเกมสามารถไถแรงก์ได้อย่างต่อเนื่องยาวนาน มอบการตอบสนองที่รวดเร็วฉับไวเพื่อคว้าชัยชนะในทุกแมตช์สำคัญ

นอกเหนือจากความโดดเด่นในเรื่องของเกมมิ่งแล้ว realme ยังให้ความสำคัญกับไลฟ์สไตล์การถ่ายภาพของคนรุ่นใหม่ จึงจัดโซนกิจกรรมสุดสร้างสรรค์อย่าง "มุมไหนก็สวยคมทุกช็อต (realShoot is realme)" ชวนให้ทุกคนมาลองสัมผัสเทคโนโลยีกล้องระดับโปรและเก็บภาพบรรยากาศสวยๆ ภายในบูธเพื่อรับของรางวัลสุดพรีเมียมกลับบ้าน โดยตัวท็อปอย่าง realme 16 Pro+ 5G และ realme 16 Pro 5G ได้สร้างมาตรฐานใหม่ด้วยกล้อง FullFocal ความละเอียดสูงถึง 200MP ผสานเข้ากับเทคโนโลยี LumaColor ที่ช่วยให้การเก็บรายละเอียดสีสันมีความแม่นยำและสมจริงในทุกระยะการถ่ายภาพ ยิ่งไปกว่านั้น สำหรับสาวกการเซลฟี่ realme 16 5G ยังเปิดตัวนวัตกรรม Selfie Mirror เป็นครั้งแรกของอุตสาหกรรม ที่จะเข้ามาเปลี่ยนประสบการณ์การถ่ายภาพเซลฟี่ด้วยกล้องหลังให้ง่ายและสะดวกสบายยิ่งขึ้น พร้อมกล้อง AI ความละเอียด 50MP ที่ช่วยให้ทุกโมเมนต์ของคุณสวยงามและคมชัดเป็นธรรมชาติในทุกช็อต

เพิ่มความพิเศษและสีสันให้กับงานนี้ยิ่งขึ้นไปอีกกับการปรากฏตัวของสองครีเอเตอร์และอินฟลูเอนเซอร์สายเกมชื่อดังอย่าง หมูหวาน (Moowan) และ ฟ้า (A Blue Gem) ที่จะมาร่วมสร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะผ่านกิจกรรมแมตช์กระชับมิตร พร้อมร่วมพูดคุยและถ่ายภาพกับแฟนๆ อย่างใกล้ชิดแบบเป็นกันเองที่บูธของ realme เท่านั้น และสำหรับแฟนๆ คนไหนที่ยังไม่มีบัตรเข้าร่วมงานสุดพิเศษครั้งนี้ ก็ไม่ต้องเสียใจไปเพราะทาง realme Thailand ได้จัดกิจกรรมใจดีแจกบัตรเข้างาน "Bacon Time : The Memory, Our Moment, Our Story" จำนวนถึง 10 รางวัล โดยสามารถเข้าไปร่วมสนุกและลุ้นรับสิทธิ์ได้ง่ายๆ ผ่านทางหน้าแฟนเพจ Facebook ของ realme Thailand แล้วเตรียมตัวไปสร้างความทรงจำสุดประทับใจร่วมกับทีมโปรดและสัมผัสสุดยอดนวัตกรรมมือถือระดับมาสเตอร์ด้วยตัวคุณเองในวันที่ 26 กรกฎาคมนี้!

เตรียมพบกับการปะทะสุดเดือดของ ณเดชน์ คูกิมิยะ และ ต้าห์อู๋ พิทยา ในภาพยนตร์แอ็กชั่นทริลเลอร์ฟอร์มยักษ์แห่งปี 'คนเดือดทวงแค้น' ร่วมเปิดโปงวงการทวงหนี้นอกระบบสุดดิบเถื่อนและสะสางบัญชีแค้นด้วยชีวิต วันที่ 23 กรกฎาคมนี้ ทาง Netflix
เตรียมตัวพบกับปรากฏการณ์ความเดือดระทึกครั้งใหม่ที่จะมาเขย่าวงการภาพยนตร์ไทยให้สั่นสะเทือน เมื่อ Netflix ประกาศเปิดบัญชีแค้นสุดโหดในงานเปิดตัวรอบปฐมทัศน์ของภาพยนตร์แอ็กชั่นทริลเลอร์ฟอร์มยักษ์เรื่อง “คนเดือดทวงแค้น” ภาพยนตร์ที่จะพาผู้ชมไปดิ่งลึกสู่โลกมืดของการทวงหนี้นอกระบบ ผ่านฝีมือการกำกับสุดประณีตของ สุรพงษ์ เพลินแสง ร่วมกับทีมผู้ผลิตฝีมือเยี่ยมอย่าง จังก้า สตูดิโอ ซึ่งหยิบยกประเด็นสังคมที่ทุกคนคุ้นเคยอย่างเรื่อง "หนี้" มาตีความใหม่ในบริบทสังคมไทยที่ทั้งดิบ เถื่อน และสมจริงอย่างน่าเหลือเชื่อ โดยเป็นการโคจรมาพบกันครั้งแรกของซูเปอร์สตาร์หนุ่มสุดฮอต ณเดชน์ คูกิมิยะ และศิลปินนักแสดงหนุ่มดาวรุ่ง ต้าห์อู๋-พิทยา แซ่ฉั่ว ที่พร้อมจะมาระเบิดพลังความแค้นและทวงคืนหนี้ชีวิตให้แฟนๆ ได้ชมพร้อมกันทั่วโลกในวันที่ 23 กรกฎาคมนี้

ไฮไลต์สำคัญที่ทำให้ทุกคนในงานต้องตะลึงคือการพลิกโฉมครั้งประวัติศาสตร์ของ ณเดชน์ คูกิมิยะ ในบทบาทของ "หนุ่ม" อดีตนักทวงหนี้นอกระบบที่ถูกอดีตอันเลวร้ายตามหลอกหลอนจนต้องกลับเข้าสู่วังวนเดิมเพื่อไถ่บาป ซึ่งณเดชน์ได้ทุ่มเททั้งแรงกายและแรงใจในการแปลงโฉมอย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งการลดน้ำหนัก ปรับสีผิวให้เข้มขึ้น และเพิ่มรอยสักทั่วเรือนร่างเพื่อถ่ายทอดความดิบเถื่อนอย่างสมบูรณ์ โดยณเดชน์ได้เปิดเผยว่า ตัวละครนี้ท้าทายขีดจำกัดของเขาเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากร่างกายภายนอกแล้ว จิตใจของตัวละครก็เต็มไปด้วยความบอบช้ำและความทุกข์ทรมานจาก "หนี้ในใจ" ที่ไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเงิน แต่เป็นพันธะและบ่วงบาปที่เขาต้องสะสางก่อนที่เวลาชีวิตจะหมดลง ซึ่งการกลับมาทวงแค้นครั้งนี้คือหนทางเดียวที่เขาจะปลดปล่อยตัวเองจากฝันร้ายได้

ทางด้านคู่ปรับคนสำคัญอย่าง ต้าห์อู๋-พิทยา แซ่ฉั่ว ก็ได้พิสูจน์ฝีมือการแสดงขั้นสุดยอดด้วยการรับบท "โป้" ลูกชายผู้ทรงอิทธิพลและนักเลงเจ้าหนี้เงินกู้จอมโหดเหี้ยม ซึ่งถือเป็นการพลิกบทบาทครั้งสำคัญที่แฟนๆ ไม่เคยเห็นมาก่อน โดยต้าห์อู๋ได้เผยถึงความประทับใจและความท้าทายในบทบาทนี้ว่า แม้โป้จะเป็นตัวร้ายที่ดูดิบและโหดร้ายอย่างไม่มีคำปรานี แต่เบื้องหลังกลับมีความเป็นมนุษย์ที่โหยหาความรักและการยอมรับอย่างน่าสนใจ ซีนที่ท้าทายที่สุดคือการต้องปะทะเดือดกับณเดชน์ที่มีความแข็งแรงทางร่างกายสูงมาก ซึ่งคิวบู๊ในภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่ได้เน้นแค่ความเท่ แต่เป็นฉากแอ็กชั่นที่สะท้อนถึงธาตุแท้ คุณธรรม และสัญชาตญาณการเอาชีวิตรอดของตัวละครแต่ละตัวอย่างชัดเจน ท่ามกลางอารมณ์ที่พลุ่งพล่านอย่างสมจริง

อีกหนึ่งหัวใจสำคัญที่ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้กลายเป็นที่พูดถึงอย่างกว้างขวางคือวิสัยทัศน์ของผู้กำกับ สุรพงษ์ เพลินแสง ที่ต้องการเนรมิตภาพความรุนแรงให้ออกมาดิบและสมจริงที่สุดผ่านการถ่ายทำฉากต่อสู้แบบ Long Take ซึ่งนักแสดงทุกคนต้องจดจำคิวบู๊แบบ Street Fight ที่เน้นการปะทะกันด้วยอารมณ์พลุ่งพล่านอย่างแม่นยำโดยไม่มีการคัท ภาพที่ออกมาจึงให้ความรู้สึกเรียลไทม์ ต่อเนื่อง และกระแทกกระทั้นอารมณ์ของผู้ชมอย่างรุนแรง ราวกับได้เข้าไปร่วมอยู่ในเหตุการณ์นองเลือดนั้นด้วยตัวเอง เพื่อถ่ายทอดรสชาติอันโหดร้ายของธุรกิจทวงหนี้ที่ไร้ความปรานี และสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการภาพยนตร์แอ็กชั่นทริลเลอร์ของไทย

ปิดท้ายงานปฐมทัศน์ด้วยความประทับใจเมื่อแฟนๆ ผู้โชคดีมีโอกาสได้ร่วมชมภาพยนตร์รอบพิเศษอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งร่วมสนุกกับกิจกรรมสุดพิเศษที่เปิดโอกาสให้ส่งคำถามพูดคุยกับเหล่านักแสดงนำและผู้กำกับโดยตรง สร้างเสียงหัวเราะและรอยยิ้มท่ามกลางความตื่นเต้นเร้าใจของเนื้อหาภาพยนตร์ได้อย่างลงตัว ถือเป็นบทพิสูจน์ว่า “คนเดือดทวงแค้น” ไม่ใช่เพียงแค่ภาพยนตร์แอ็กชั่นธรรมดา แต่เป็นผลงานชิ้นโบแดงที่เต็มไปด้วยจิตวิญญาณ ความแค้น และการไถ่บาปที่ลึกซึ้ง เตรียมตัวให้พร้อมแล้วไปร่วมปิดบัญชีเลือดครั้งสุดท้ายที่ต้องจ่ายคืนด้วยชีวิตพร้อมกันวันที่ 23 กรกฎาคมนี้ ทาง Netflix เท่านั้น

ZEEKR 7X สร้างสถิติโลกใหม่ใน Guinness World Records™ ด้วยการดริฟต์ลอดช่องแคบเพียง 25 เซนติเมตร ณ สนาม Yas Marina Circuit ตอกย้ำความเป็นผู้นำวิศวกรรมอัจฉริยะและแพลตฟอร์ม SEA ในโอกาสฉลองครบรอบ 5 ปีของแบรนด์
วงการยานยนต์ไฟฟ้าโลกต้องจารึกประวัติศาสตร์หน้าใหม่อีกครั้ง เมื่อแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียม-ลักชูรีชั้นนำอย่าง ZEEKR ได้ประกาศศักดาความยิ่งใหญ่ในโอกาสครบรอบ 5 ปีของการก่อตั้งแบรนด์ ด้วยการส่ง 'ZEEKR 7X' ยนตรกรรมเอสยูวีพลังงานไฟฟ้าอัจฉริยะรุ่นล่าสุด ไปท้าทายขีดจำกัดของสมรรถนะและการควบคุม ณ สนามแข่งระดับตำนานระดับโลกอย่าง Yas Marina Circuit เมืองอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ การทดสอบครั้งนี้ไม่ใช่แค่การโชว์ความเร็วบนทางตรงทั่วไป แต่เป็นการท้าทายความแม่นยำขั้นสูงสุดในการดริฟต์ลอดช่องแคบที่มีสิ่งกีดขวางขนาบข้าง ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้คือความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ที่ได้รับการบันทึกสถิติโลกโดย Guinness World Records™ อย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นการปฏิวัติภาพจำเดิมๆ ของรถยนต์ไฟฟ้าอเนกประสงค์ไปอย่างสิ้นเชิง

สถิติโลกครั้งประวัติศาสตร์นี้ถูกบันทึกไว้ภายใต้ชื่อตำแหน่ง "รถยนต์ไฟฟ้าที่ดริฟต์ลอดช่องแคบได้แคบที่สุดในโลก" (The Tightest Gap Passed Through Whilst Drifting an Electric Car) โดย ZEEKR 7X สามารถหักเลี้ยวและดริฟต์ผ่านช่องแคบที่มีระยะห่างจากสิ่งกีดขวางเหลือเพียงแค่ 25 เซนติเมตรเท่านั้น ซึ่งเป็นระยะที่แทบไม่มีที่ว่างให้เกิดความผิดพลาดใดๆ เลยแม้แต่เพียงมิลลิเมตรเดียว การควบคุมรถเอสยูวีไฟฟ้าขนาดใหญ่ให้ไถลด้านข้างด้วยความเร็วสูงผ่านช่องแคบเช่นนี้ จำเป็นต้องอาศัยทั้งทักษะอันยอดเยี่ยมของนักขับ และสมองกลอัจฉริยะของตัวรถที่ทำงานประสานกันอย่างละเอียดอ่อนในเสี้ยววินาที ความแม่นยำในการรักษาเสถียรภาพตัวรถและการกระจายแรงบิดอย่างฉับพลัน ทำให้ตัวรถสามารถเคลื่อนที่ผ่านอุปสรรคไปได้อย่างนุ่มนวล ท่ามกลางการตรวจสอบอย่างเข้มงวดของเจ้าหน้าที่ผู้ตรวจสอบสถิติระดับโลก
เบื้องหลังความสำเร็จอันน่าทึ่งระดับโลกในครั้งนี้ เกิดจากการผสมผสานอย่างลงตัวของวิศวกรรมยานยนต์ขั้นสูงที่ ZEEKR ทุ่มเทพัฒนาขึ้นมาอย่างประณีต โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานระดับพรีเมียมที่เรียกว่า SEA (Sustainable Experience Architecture) ซึ่งออกแบบมาให้มีจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำเป็นพิเศษและการกระจายน้ำหนักที่สมดุลอย่างสมบูรณ์แบบ ส่งผลให้รถมีเสถียรภาพและการยึดเกาะถนนที่ยอดเยี่ยม แม้ในสภาวะการขับขี่ที่ท้าทายขีดสุด ยิ่งไปกว่านั้น ZEEKR 7X ยังติดตั้งระบบกันสะเทือนหน้าแบบอิสระ Double Wishbone ที่ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการบังคับเลี้ยว ทำงานควบคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้าสมรรถนะสูงที่สามารถส่งแรงบิดมหาศาลได้อย่างทันท่วงที ทำให้ทุกการควบคุมทิศทางเป็นไปได้อย่างใจสั่งและดริฟต์ได้อย่างต่อเนื่องลื่นไหล
การสร้างสถิติโลกในครั้งนี้ เปรียบเสมือนของขวัญชิ้นโบแดงและการเฉลิมฉลองครบรอบ 5 ปีของแบรนด์ ZEEKR นับตั้งแต่เปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี 2564 ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา แบรนด์ได้เติบโตอย่างก้าวกระโดดจนก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในผู้นำยานยนต์ไฟฟ้าระดับหรูที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล โดย นายมาร์ส เฉิน รองประธานของ ZEEKR ได้กล่าวแสดงความภูมิใจว่า ความสำเร็จครั้งนี้คือตัวแทนแห่งความมุ่งมั่นด้านวิศวกรรมอัจฉริยะและความประณีตในทุกมิติของแบรนด์ ซึ่งไม่เพียงแต่สะท้อนถึงเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าในปัจจุบัน แต่ยังเป็นการปักหมุดวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนในการเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมยานยนต์ระดับโลกที่จะไม่หยุดยั้งในการพัฒนาสิ่งที่ดีที่สุดให้กับผู้บริโภค

เพื่อร่วมเฉลิมฉลองความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ในครั้งนี้ ZEEKR ได้จัดงานอย่างสมเกียรติ ณ สนาม Yas Marina Circuit โดยมีแขกผู้มีเกียรติ พันธมิตรทางธุรกิจ และสื่อมวลชนชั้นนำกว่า 200 ชีวิตมาร่วมเป็นสักขีพยานในนาทีประวัติศาสตร์นี้ พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ทุกคนได้สัมผัสกับนวัตกรรมและยานยนต์รุ่นใหม่ของค่ายอย่างใกล้ชิด การสร้างสถิติโลกของ ZEEKR 7X ในดินแดนตะวันออกกลางครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของความเร็วและการโชว์ความสามารถในการดริฟต์ แต่เป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงยุคสมัยใหม่ของยานยนต์ไฟฟ้าที่ก้าวข้ามผ่านทุกขีดจำกัดเดิมๆ และพร้อมที่จะขับเคลื่อนการเดินทางอัจฉริยะอย่างยั่งยืนไปสู่ระดับโลกอย่างแท้จริง