วันอังคาร, 22 กันยายน 2569
📢 สามารถส่งข่าวแจก บทความประชาสัมพันธ์ ได้ที่อีเมล์ ฟรี !
🎬 ติดต่องานรีวิว Line : iNewch
บทความล่าสุด อัปเดตเมื่อ: วันอังคาร, 22 กันยายน 2026
วันนี้เราอัปเดทข่าวสารไปทั้งหมด 4 บทความ
อัปเกรดความล้ำไปอีกขั้น! เจาะลึกเฟิร์มแวร์ใหม่ Insta360 Luna Ultra ซูมไกล 15 เท่า พร้อมโหมดเวทีสุดเทพ
ปาร์ตี้ระดับพรีเมียม! โซนี่ไทยส่งลําโพง ULT TOWER 3 รุ่นใหม่ เขย่าความมันด้วยพลังเบสสะใจและฟังก์ชันคาราโอเกะสุดล้ำ
นวัตกรรมเปลี่ยนโลก! LG ประกาศศักดาคว้ารางวัลใหญ่ “Best Brand of IFA 2026” พร้อมเขย่าวงการโฮมเอ็นเตอร์เทนเมนต์ด้วยทีวีไร้สายบางเฉียบ
ก้าวใหม่ของควิกคอมเมิร์ซ! Shopee เปิดตัว ‘Instant Mart’ และ ‘Telepharmacy’ ส่งด่วนใน 1 ชั่วโมง ตอบโจทย์ชีวิตออนดีมานด์ยุคดิจิทัล
เปลี่ยนทุกพื้นที่ให้เป็นเวทีคอนเสิร์ต! เจาะลึก LG xboom Stage 501 ลำโพงปาร์ตี้อัจฉริยะ พลังเสียงระดับโลกพร้อมฟีเจอร์ AI คาราโอเกะขั้นเทพ
ทะยานสู่ทศวรรษใหม่! เสียวหมี่โชว์ฟอร์มแกร่งไตรมาส 2 ปี 2569 รายได้ทะลุแสนล้านหยวน ชูกลยุทธ์ ‘Human × Car × Home’ ขับเคลื่อนโลกอนาคต
ปฏิวัติวงการมือถือ! เจาะลึกนวัตกรรมสุดล้ำของ vivo ครึ่งปีแรก 2569 กับก้าวสำคัญสู่เทคโนโลยีระดับพรีเมียมที่จับต้องได้จริง
ปลุกพลังเกมมิ่งระดับโปร! “realme 16 Series 5G” ขึ้นแท่น Official Device Partner ศึก RoV Pro League 2026 Winter ขับเคลื่อนอีสปอร์ตไทยสู่ระดับสากล
HUAWEI Pura 90s Series x AIS 5G-ADVANCED นิยามใหม่ของสมาร์ทโฟนเรือธงเพื่อการสร้างสรรค์อย่างไร้ขีดจำกัด
พลิกโฉมประสบการณ์สมาร์ตโฟนแห่งอนาคต! บุก OPPO Experience Center centralwOrld แลนด์มาร์กแฟลกชิปสุดล้ำใจกลางเมือง
สะกดทุกสายตา! เอ็มจี เปิดตัว MG IM5 EXCLUSIVE EDITION ยนตรกรรมไฟฟ้าพรีเมียมลิมิเต็ดเพียง 50 คัน ในงาน BIG MOTOR SALE 2026
เขย่าวงการ PPV พรีเมียม! GWM เปิดตัว NEW TANK 500 3.0T DIESEL ขุมพลังดีเซลยักษ์ 3.0 ลิตร ทรงพลังและหรูหราขั้นสุด
  • ไขปริศนา ‘ภาพลวงตาย’ ซีรีส์ลึกลับจาก Netflix ที่เชื่อมโยงความเชื่อเรื่อง ‘ผีโพง’ เข้ากับวิทยาศาสตร์ของ ‘โรคสมองเสื่อม’

    Netflix เปิดตัวซีรีส์แนวลึกลับระทึกขวัญเรื่องใหม่ ‘ภาพลวงตาย’ ด้วยการจัดกิจกรรมสุดสมจริงที่บ้านผู้ต้องสงสัย ณ ศาลาเสน่หา พร้อมจัดเวทีเสวนาสุดเข้มข้นถกประเด็นความจริงเบื้องหลังเรื่องราว ว่าเป็นเพราะโรคสมองเสื่อมหรือผีโพงตามความเชื่อท้องถิ่น

    ปรากฏการณ์ ‘ภาพลวงตาย’ ความจริงอันน่าสะพรึงกลัวที่รอการพิสูจน์

    เน็ตฟลิกซ์ (Netflix) สร้างปรากฏการณ์ความหลอนครั้งใหม่ด้วยการเปิดตัวซีรีส์แนวลึกลับระทึกขวัญสัญชาติไทยที่น่าจับตามองที่สุดแห่งปีอย่าง “ภาพลวงตาย” ซึ่งมาพร้อมกับการตั้งคำถามสุดท้าทายจิตใจผู้ชมว่า “คุณจะทำอย่างไร… หากคนที่คุณรักกลายเป็นคนอื่น? และคุณจะยังเชื่อในสิ่งที่ตาเห็นได้หรือไม่?” โดยการเปิดตัวในครั้งนี้ทวีความเอ็กซ์คลูซีฟขึ้นไปอีกขั้นด้วยการพาสื่อมวลชนและผู้ร่วมงานก้าวข้ามขอบเขตของหน้าจอทีวีเข้าสู่บ้านของครอบครัวผู้ต้องสงสัยในคดีคนหายแบบเสมือนจริง ณ “ศาลาเสน่หา” (Sala Saneha) พื้นที่ที่ได้รับการเนรมิตให้กลายเป็นฉากแห่งเงื่อนงำ ซึ่งทุกมุมบ้านและซอกหลืบต่างซ่อนความลับที่พร้อมจะทำให้ทุกคนต้องขนลุกและตื่นตาตื่นใจไปกับบรรยากาศที่สมจริงจนแทบแยกไม่ออกระหว่างโลกแห่งความจริงกับโลกในซีรีส์

    ถอดรหัสความลี้ลับ: เมื่อวิทยาศาสตร์การแพทย์ประชันหน้าความเชื่อท้องถิ่น

    ความน่าสนใจของซีรีส์เรื่องนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ความหลอนหรือบรรยากาศอันลึกลับเท่านั้น แต่ยังได้รับการยกระดับความเข้มข้นทางความคิดผ่านเวทีเสวนาสุดพิเศษที่ชวนให้มาร่วมถอดรหัสความจริงเบื้องหลังปริศนาว่า แท้จริงแล้วสิ่งที่เกิดขึ้นในเรื่องราวเป็นผลมาจาก “อาการของโรคสมองเสื่อม” (Dementia) หรือเกิดจาก “ความเชื่อท้องถิ่น” กันแน่ โดยการเสวนาครั้งนี้ดำเนินรายการโดย “หมอตังค์-มรรคพร ขัติยะทองคำ” และได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญตัวจริงมาร่วมวิเคราะห์ ทั้งผู้กำกับฝีมือฉกาจอย่าง “อู๋-ชยันต์ เล้ายอดตระกูล” ร่วมด้วยแพทย์เฉพาะทางด้านจิตเวชศาสตร์และที่ปรึกษาด้านการเขียนบท “ว่าที่ พ.ท. รศ. พญ. ชนกานต์ ชัชวาลา” (หมอฝน) และนักแสดงรุ่นใหญ่ระดับคุณภาพอย่าง “อาหนู-สุรศักดิ์” ผู้ถ่ายทอดบทบาทพ่อที่มีอาการสมองเสื่อมและตกเป็นผู้ต้องสงสัยว่าเป็น “ผีโพง” ซึ่งการเสวนานี้ทำหน้าที่เชื่อมโยงแง่มุมทางการแพทย์เข้ากับศาสตร์แห่งความลี้ลับพื้นบ้านได้อย่างน่าอัศจรรย์

    ความเปราะบางของมนุษย์ และการตีตราจากสังคมรอบข้าง

    หนึ่งในประเด็นที่สร้างความฮือฮาและได้รับการพูดถึงอย่างกว้างขวางคือ ความกล้าหาญของทีมผู้สร้างในการหยิบยกความเชื่อดั้งเดิมของไทยอย่างเรื่อง “ผีโพง” มาร้อยเรียงเชื่อมโยงเข้ากับความอ่อนไหวเปราะบางของโรคสมองเสื่อมได้อย่างลึกซึ้งและมีมิติ ซีรีส์เรื่องนี้พยายามสะท้อนภาพความจริงในครอบครัวที่ต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงของคนที่รัก ซึ่งในแง่หนึ่งอาจดูเหมือนอาการป่วยทางจิตเวช แต่ในอีกแง่หนึ่งกลับถูกสายตาคนรอบข้างและชุมชนตีตราว่าเป็นสิ่งลี้ลับเหนือธรรมชาติ การถ่ายทอดเรื่องราวผ่านเลนส์ของความสับสนและความหวาดระแวงนี้ ไม่เพียงแต่จะมอบความตื่นเต้นตื่นตาในการสืบหาความจริงเท่านั้น แต่ยังทิ้งปมคำถามเชิงจิตวิทยาที่ลึกซึ้งให้ผู้ชมได้สะท้อนคิดเกี่ยวกับสายสัมพันธ์ของมนุษย์และความเปราะบางของจิตใจเมื่อต้องรับมือกับความสูญเสียทางปัญญาของบุคคลอันเป็นที่รัก

    บทสรุปแห่งภาพลวงตา ที่คุณต้องไปพิสูจน์ด้วยตาตัวเอง

    กระแสตอบรับอย่างท่วมท้นตั้งแต่งานเปิดตัวแสดงให้เห็นว่า “ภาพลวงตาย” คือผลงานชิ้นสำคัญที่จะมาเขย่าวงการซีรีส์ไทยและกระตุ้นบทสนทนาในสังคมเกี่ยวกับการดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อมควบคู่ไปกับการทำความเข้าใจความเชื่อในอดีต เตรียมตัวให้พร้อมเพื่อไปร่วมพิสูจน์ความจริงว่าสิ่งที่คุณเห็นเป็นเพียงภาพลวงตาหรือความจริงที่น่ากลัวเกินกว่าจะยอมรับได้ ค้นหาคำตอบของปริศนาที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความมืดมิดพร้อมกันทั่วโลกในวันที่ 24 กันยายนนี้ เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป ทางเน็ตฟลิกซ์ (Netflix) เท่านั้น อย่าพลาดโอกาสที่จะมาร่วมสืบหาความจริงในคดีนี้ด้วยตาของคุณเอง

  • ฮอนด้า ยกระดับมาตรฐานการบริการผ่านเวที Honda Skill Contest 2026 มุ่งสร้างบุคลากรคุณภาพสู่ความเป็นเลิศในอุตสาหกรรมยานยนต์

    ฮอนด้า จัดการแข่งขัน Honda Skill Contest 2026 ครั้งที่ 36 เพื่อยกระดับศักยภาพบุคลากรในเครือข่ายผู้จำหน่ายทั่วประเทศ เน้นความเป็นเลิศด้านการบริการและการซ่อมบำรุง เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดแก่ลูกค้าและขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน

    ก้าวข้ามขีดจำกัดด้วยมาตรฐานระดับโลก: ฮอนด้าจัดเวทีประชันทักษะครั้งที่ 36

    บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการเป็นแบรนด์อันดับหนึ่งในใจผู้บริโภคด้วยการจัดงานแข่งขันทักษะพนักงาน Honda Skill Contest 2026 ซึ่งถือเป็นปีที่ 36 ของความต่อเนื่องในการพัฒนาศักยภาพบุคลากร ภายใต้แนวคิดอันทรงพลังอย่าง “Excellence in Motion ก้าวข้ามขีดจำกัด มุ่งสู่ความเป็นเลิศ” โดยเวทีนี้เปรียบเสมือนสมรภูมิแห่งความเชี่ยวชาญที่คัดเลือกสุดยอดฝีมือจากเครือข่ายผู้จำหน่ายทั่วประเทศกว่า 200 แห่ง เพื่อให้พร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของตลาด พฤติกรรมผู้บริโภค และเทคโนโลยียานยนต์ที่ก้าวหน้าไปอย่างไม่หยุดนิ่ง การพัฒนาบุคลากรให้มีความเป็นเลิศในทุกมิติจึงเป็นรากฐานสำคัญในการส่งมอบประสบการณ์การบริการที่เหนือระดับ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจให้กับลูกค้าในทุกทัชพอยต์ตลอดเส้นทางการเป็นเจ้าของรถยนต์ฮอนด้าอย่างยั่งยืน

    เจาะลึกความเข้มข้นของการแข่งขันและการเฟ้นหาสุดยอดฝีมือ

    สำหรับความยิ่งใหญ่ของ Honda Skill Contest ในปี 2026 นี้ มีผู้เข้าแข่งขันรวมทั้งสิ้นกว่า 2,219 คน ซึ่งผ่านกระบวนการคัดเลือกอย่างเข้มข้นจนเหลือเพียง 120 คนสุดท้ายที่ได้ก้าวเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ โดยผู้เข้าแข่งขันทุกคนจะต้องพิสูจน์ความสามารถผ่านการปฏิบัติงานจริงใน 10 ประเภทงานบริการที่ครอบคลุมครบทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นทักษะการขาย การบริการลูกค้า การซ่อมบำรุงรถยนต์ งานซ่อมตัวถังและสี ไปจนถึงการบริหารจัดการอะไหล่และการตรวจสอบคุณภาพรถใหม่ ซึ่งทุกขั้นตอนล้วนเป็นหัวใจหลักในการสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า การประชันทักษะในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นเครื่องยืนยันถึงความพร้อมของบุคลากร แต่ยังแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในทุกรายละเอียดของงานบริการที่ฮอนด้าตั้งใจมอบให้ เพื่อให้แน่ใจว่าทุกความต้องการของลูกค้าจะได้รับการดูแลอย่างดีที่สุดจากผู้เชี่ยวชาญตัวจริง

    รางวัลแห่งความภาคภูมิใจ: เหล่าผู้ชนะที่สะท้อนคุณภาพของฮอนด้า

    จากการแข่งขันอันดุเดือดในทั้ง 10 ประเภท งานนี้ได้ปรากฏรายชื่อสุดยอดมืออาชีพที่สามารถพิชิตรางวัลชนะเลิศไปครองอย่างสมศักดิ์ศรี อาทิ คุณสามารถ หมัดกอเซ็ม จากบริษัท บางปู ฮอนด้า ออโตโมบิล จำกัด ในสาขาพนักงานช่างซ่อมทั่วไป และคุณวัชรินทร์ เหรียญทอง จากบริษัท ปราจีนบุรี ฮอนด้าคาร์ส์ จำกัด ในสาขาที่ปรึกษาการบริการ นอกจากนี้ยังมีผู้ชนะในสาขาอื่นๆ เช่น พนักงานช่างซ่อมตัวถังและสีคือคุณพลเทพ ดาราตะคุ และคุณดิเรก ชาสูงเนิน, พนักงานอะไหล่ คุณวณิภา ศรีวิจิตร, ที่ปรึกษาการขาย คุณรพีพร ฉิมแพ, พนักงานลูกค้าสัมพันธ์ คุณสิริรักษ์ ปิยะเวช, ช่างบริการตามระยะแบบคู่ คุณเจษฎาภรณ์ เลาะหมัด และคุณนัฐพงษ์ พิชัยศักดิ์, ที่ปรึกษาการบริการซ่อมตัวถังและสี คุณธวัชชัย มากทรัพย์, พนักงานตรวจสอบคุณภาพรถใหม่ คุณนรินทร์ ทองสง่า และครูฝึกขับขี่ปลอดภัย คุณสิทธิชัย พิมล ซึ่งทุกท่านล้วนเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนมาตรฐานแบรนด์ฮอนด้าให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง

    อนาคตที่ยั่งยืน: จากการสร้างคนสู่การยกระดับอุตสาหกรรม

    บทสรุปของกิจกรรม Honda Skill Contest 2026 ไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่การมอบรางวัลให้แก่พนักงานที่ชนะการแข่งขันเท่านั้น แต่ยังเป็นบทพิสูจน์ถึงวิสัยทัศน์ของฮอนด้าที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์หลักในการสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ในระยะยาว การยกระดับมาตรฐานการบริการไม่เพียงแต่ทำให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจและไว้วางใจในการใช้บริการ แต่ยังเป็นการเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยโดยรวมให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน ตามปณิธาน “สร้างคนเก่ง สร้างแบรนด์แกร่ง สร้างอุตสาหกรรมที่ยั่งยืน” ซึ่งจะเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญในการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจของประเทศไปพร้อมๆ กัน ตอกย้ำความเป็นผู้นำที่ใส่ใจในทุกรายละเอียดของการบริการ เพื่ออนาคตที่ก้าวไกลไปพร้อมกับลูกค้าทุกคนอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

  • ก้าวสำคัญแห่งอนาคต บีวายดี ประเทศไทย ฉลองความสำเร็จผลิตรถยนต์พลังงานใหม่ครบ 100,000 คัน ตอกย้ำฐานผลิตระดับโลก

    บีวายดี ประเทศไทย ฉลองความสำเร็จการผลิตรถยนต์ครบ 100,000 คัน ตอกย้ำฐานการผลิตนอกประเทศจีนที่ใหญ่ที่สุด พร้อมมุ่งเน้นสร้างนวัตกรรมอัจฉริยะและกระชับความสัมพันธ์กับซัพพลายเชนไทยเพื่อการเติบโตที่ยั่งยืน

    ยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยสู่ความยั่งยืนระดับสากล

    นับเป็นหมุดหมายสำคัญแห่งหน้าประวัติศาสตร์วงการยานยนต์เมืองไทย เมื่อบริษัท บีวายดี ออโต้ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับ บริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด ได้ประกาศความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ด้วยการผลิตรถยนต์พลังงานใหม่คันที่ 100,000 ออกจากสายการผลิตภายในโรงงานจังหวัดระยอง ความสำเร็จในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นเพียงตัวเลขทางสถิติ แต่ยังเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นของบีวายดีในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานสะอาดไปพร้อมกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยโรงงานแห่งนี้ถือเป็นฐานการผลิตแห่งแรกของบีวายดีที่ตั้งอยู่นอกประเทศจีน ซึ่งได้ใช้เม็ดเงินลงทุนมหาศาลกว่า 30,000 ล้านบาท เพื่อวางรากฐานทางอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่ง รองรับการผลิตรถยนต์คุณภาพสูงถึง 5 รุ่นยอดนิยม ทั้ง BYD DOLPHIN, ATTO 3, SEAL 5 DM-i และตระกูล SEALION ทั้งรุ่น 5 และ 6 DM-i ซึ่งทั้งหมดนี้ได้รับใบรับรอง Made in Thailand จากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เพื่อยืนยันถึงมาตรฐานการผลิตที่เชื่อถือได้

    ระบบนิเวศอุตสาหกรรมที่เติบโตอย่างมั่นคง

    เบื้องหลังความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่นี้ เกิดจากการสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจที่สมบูรณ์แบบและการผนึกกำลังร่วมกับผู้ประกอบการไทยอย่างใกล้ชิด ปัจจุบันบีวายดีได้สร้างความร่วมมือกับผู้จัดจำหน่ายชิ้นส่วนในประเทศกว่า 266 ราย ซึ่งในจำนวนนี้เป็นผู้ผลิตวัสดุและชิ้นส่วนภายในประเทศถึง 125 ราย พร้อมผ่านการรับรองมาตรฐาน TAI แล้วกว่า 1,090 รายการ สะท้อนถึงการมุ่งเน้นสร้าง Local Content ในสัดส่วนประมาณ 50% นอกจากนี้ โรงงานยังเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยการสร้างอาชีพให้แก่แรงงานไทยกว่า 6,000 อัตรา โดยมีสัดส่วนพนักงานสัญชาติไทยสูงถึง 95% ซึ่งไม่เพียงแค่ตอบโจทย์การผลิตเพื่อรองรับความต้องการภายในประเทศเท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการส่งออกที่สำคัญ โดยในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ บีวายดีไทยแลนด์สามารถส่งออกรถยนต์ไปแล้วกว่า 24,000 คัน ครอบคลุมตลาดในภูมิภาคอาเซียน เอเชียใต้ ออสเตรเลีย และยุโรป รวมกว่า 10 ประเทศและภูมิภาค

    นวัตกรรมอัจฉริยะในทุกกระบวนการผลิต

    ความโดดเด่นที่ทำให้โรงงานบีวายดีประเทศไทยกลายเป็นโรงงานอัจฉริยะ คือการผสมผสานเทคโนโลยีอันล้ำสมัยในทุกขั้นตอนการผลิต ไม่ว่าจะเป็นโรงงานปั๊มขึ้นรูปที่มาพร้อมเครื่องจักรขนาดใหญ่แรงกด 7,900 ตัน รองรับการผลิตรถยนต์ได้ถึง 6,000 ชุดต่อเดือน หรือโรงงานพ่นสีที่ใช้เทคโนโลยี 3C2B และระบบ RTO เพื่อบำบัดมลพิษอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ในส่วนของโรงงานเชื่อมนั้นเต็มไปด้วยประสิทธิภาพด้วยหุ่นยนต์อัจฉริยะกว่า 520 ตัวที่สามารถประกอบรถได้ถึง 10 รุ่นในอัตรา 45 คันต่อชั่วโมง นอกจากนี้ ยังมีโรงงานผลิตแบตเตอรี่ Blade Battery ซึ่งเป็นฐานผลิตแห่งแรกนอกประเทศจีนที่มีกำลังการผลิตสูงสุดถึง 150,000 ชุดต่อปี รวมถึงโรงงานผลิตสายไฟรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยระบบอัตโนมัติและนวัตกรรมตรวจสอบข้อมูล Real-time อย่าง MES เพื่อควบคุมคุณภาพให้ยอดเยี่ยมในทุกขั้นตอนก่อนส่งมอบถึงมือผู้บริโภค

    อนาคตข้างหน้าที่สดใสของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย

    รถยนต์คันที่ 100,000 ซึ่งเป็นรุ่น BYD ATTO 3 ไม่เพียงแต่เป็นสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จ แต่ยังเป็นตัวแทนของความเชื่อมั่นที่ลูกค้ามีต่อแบรนด์และคุณภาพการผลิตของประเทศไทยอย่างแท้จริง การก้าวข้ามผ่านเหตุการณ์สำคัญในครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยได้กลายเป็นฐานการผลิตระดับโลกที่สำคัญในแผนยุทธศาสตร์ของบีวายดีไปเรียบร้อยแล้ว ด้วยความตั้งใจในการลงทุนระยะยาวและการถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่บุคลากรไทยอย่างเป็นรูปธรรม บีวายดีและเรเว่พร้อมที่จะเดินหน้าสานต่อความร่วมมือเพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมยานยนต์ที่ล้ำสมัยอย่างต่อเนื่อง ท่านสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์การขับขี่ที่สะอาดและปลอดภัยได้แล้ววันนี้ ผ่านโชว์รูมและศูนย์บริการ บีวายดี และ เดนซ่า ทั้ง 171 สาขาทั่วประเทศ พร้อมสัมผัสเทคโนโลยีที่เปลี่ยนโลกการขับขี่ของทุกคนให้กลายเป็นเรื่องที่ง่ายและยั่งยืนกว่าที่เคย

  • อัปเกรดความล้ำไปอีกขั้น! เจาะลึกเฟิร์มแวร์ใหม่ Insta360 Luna Ultra ซูมไกล 15 เท่า พร้อมโหมดเวทีสุดเทพ

    Insta360 อัปเดตเฟิร์มแวร์ใหม่ Luna Ultra เพิ่มพลังการซูมสูงสุด 15 เท่า และแนะนำโหมดเวที (Stage Mode) ที่ช่วยให้การถ่ายคอนเสิร์ตและวิดีโอแนวตั้ง 4K กลายเป็นเรื่องง่ายและมืออาชีพยิ่งขึ้นกว่าเดิม

    ยกระดับการถ่ายทำสู่ขีดสุดด้วยเฟิร์มแวร์ล่าสุดจาก Insta360 Luna Ultra

    Insta360 ได้สร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญให้กับวงการกล้องกิมบอลอีกครั้งด้วยการปล่อยอัปเดตเฟิร์มแวร์ใหม่ล่าสุดสำหรับ Luna Ultra ซึ่งถือเป็นการยกระดับศักยภาพของอุปกรณ์ให้ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมอย่างชัดเจน โดยการอัปเดตครั้งนี้ไม่เพียงแต่เน้นที่การเพิ่มประสิทธิภาพด้านเทเลโฟโต้เท่านั้น แต่ยังมาพร้อมกับฟีเจอร์ใหม่ที่น่าสนใจอย่าง ‘โหมดเวที’ และการรองรับการถ่ายวิดีโอแนวตั้งความละเอียดสูงระดับ 4K เพื่อตอบโจทย์ครีเอเตอร์ยุคใหม่ที่ต้องการอิสระในการสร้างสรรค์คอนเทนต์ ไม่ว่าจะเป็นการเก็บภาพจากระยะไกลในคอนเสิร์ตหรือเทศกาลดนตรี ไปจนถึงการถ่ายวิดีโอเพื่อลงโซเชียลมีเดียในรูปแบบแนวตั้งที่คมชัดและเปี่ยมด้วยรายละเอียด โดยการทำงานร่วมกันระหว่างชิปประมวลผลภาพระดับโปรแบบคู่ (Dual Pro Imaging Chips) และเทคโนโลยี AI Remosaic ทำให้ทุกการเคลื่อนไหวและการซูมที่เข้มข้นกลายเป็นเรื่องง่ายและดูเป็นมืออาชีพยิ่งขึ้นกว่าที่เคยเป็นมา

    สัมผัสพลังแห่งการซูมที่ไกลและคมชัดยิ่งกว่าเดิม

    หัวใจสำคัญของการอัปเดตในครั้งนี้คือความสามารถในการซูมจากตัวกล้องที่เพิ่มขึ้นจากเดิม 12 เท่า ขยับขึ้นไปสูงสุดถึง 15 เท่า หรือเทียบเท่ากับระยะโฟกัส 300 มม. ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจมากสำหรับอุปกรณ์ขนาดพกพาเช่นนี้ ด้วยการใช้ AI Remosaic เข้ามาประมวลผลเพื่อสร้างรายละเอียดของภาพที่อาจสูญเสียไปจากการครอปแบบดิจิทัล ทำให้ภาพถ่ายหรือวิดีโอที่บันทึกได้ในระยะไกลยังคงความคมชัดและมีมิติ ไม่ว่าจะเป็นวัตถุที่อยู่ห่างออกไป ตัวอักษรบนป้าย หรือแม้แต่รายละเอียดบนใบหน้าของผู้คน ยิ่งไปกว่านั้น หากครีเอเตอร์ต้องการระยะที่ไกลยิ่งขึ้น Insta360 ยังได้เปิดตัวชุดเลนส์เสริม Ultra Telephoto ที่สามารถขยายระยะออปติคอลเพิ่มขึ้นอีก 1.5 เท่า ส่งผลให้เมื่อรวมพลังกับการซูมในตัวเครื่อง ผู้ใช้งานจะสามารถทำระยะได้สูงสุดถึง 450 มม. ซึ่งนับว่าเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังอย่างยิ่งสำหรับการถ่ายภาพสัตว์ป่า งานอีเวนต์ หรือสถานการณ์ที่ผู้ถ่ายไม่สามารถเข้าใกล้ตัวแบบได้ด้วยตัวเอง

    พลิกโฉมการบันทึกภาพคอนเสิร์ตด้วยโหมดเวทีอัจฉริยะ

    โหมดเวทีใหม่ (Stage Mode) ได้รับการออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาการถ่ายทำในสภาพแวดล้อมที่ท้าทายที่สุดอย่างคอนเสิร์ตหรือการแสดงสด ซึ่งมักจะมีแสงสีที่ซับซ้อนและมีการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วตลอดเวลา โดยระบบนี้จะเข้ามาควบคุมโฟกัสและค่าแสงให้คงที่แม่นยำแม้แสงไฟบนเวทีจะเปลี่ยนไปมาอย่างรวดเร็ว พร้อมด้วยอัลกอริทึมขั้นสูงที่ช่วยจัดการไฮไลต์ที่สว่างจ้าเกินไปและเสริมช่วงไดนามิกให้ดียิ่งขึ้น เพื่อให้รายละเอียดบนใบหน้าของผู้แสดงโดดเด่นและมีมิติมากกว่าเดิม นอกจากนี้ ระบบติดตามวัตถุ (Object Tracking) ที่ได้รับการฝึกฝนจากฟุตเทจการแสดงสดจำนวนมากยังช่วยให้กล้องสามารถล็อกเป้าหมายได้อย่างเหนียวแน่นแม้ในสภาวะแสงน้อย ช่วยลดภาระของครีเอเตอร์ในการคอยปรับมุมกล้องเอง ทำให้สามารถจดจ่อกับการเก็บภาพที่สวยงามและถ่ายทอดบรรยากาศของงานได้อย่างเต็มที่ โดยมาพร้อมกับตัวเลือกการบันทึกเสียงทั้งแบบเน้นเสียงบนเวทีและเสียงบรรยากาศโดยรอบ เพื่อให้ผลงานออกมาสมบูรณ์แบบทั้งภาพและเสียง

    ครบเครื่องสำหรับการเป็นมือโปรบนโซเชียลมีเดีย

    นอกเหนือจากฟีเจอร์สำหรับการถ่ายไกลแล้ว Luna Ultra ยังตอกย้ำความเป็นผู้นำด้วยการรองรับการถ่ายวิดีโอแนวตั้ง 4K ที่พร้อมใช้งานได้ทันทีเพียงแค่หมุนหน้าจอ ซึ่งช่วยให้ครีเอเตอร์ทำงานได้รวดเร็วและคล่องตัวสูง รองรับการทำงานผ่านเทคโนโลยี 6K Oversampling ที่ช่วยรีดคุณภาพของภาพให้คมชัดและมีสีสันสวยงามเป็นธรรมชาติ พร้อมฟีเจอร์อย่าง Zoom Live ที่ช่วยสร้างความลื่นไหลและไดนามิกให้กับการซูมเข้าแบบนุ่มนวล เพิ่มความน่าสนใจให้กับการเล่าเรื่อง และที่สำคัญคือผู้ใช้งานยังสามารถถ่ายภาพ Live Frame ที่มาพร้อมกับเอฟเฟกต์ความงาม (Beauty Effects) และฟิลเตอร์สไตล์ภาพยนตร์ได้โดยตรงจากตัวกล้องโดยไม่ต้องหยุดการบันทึกวิดีโอ ถือเป็นการผสมผสานความสะดวกสบายและประสิทธิภาพระดับมืออาชีพไว้ในเครื่องเดียว เพื่อให้การสร้างสรรค์คอนเทนต์แนวพอร์ตเทรตเป็นเรื่องที่ง่ายและโดดเด่นสะดุดตาที่สุดในทุกแพลตฟอร์ม

  • ปาร์ตี้ระดับพรีเมียม! โซนี่ไทยส่งลําโพง ULT TOWER 3 รุ่นใหม่ เขย่าความมันด้วยพลังเบสสะใจและฟังก์ชันคาราโอเกะสุดล้ำ

    โซนี่ไทยเปิดตัวลําโพงปาร์ตี้พลังเบสรุ่นใหม่ในตระกูล ULT POWER SOUND ทั้งหมด 3 รุ่น นำโดย ULT TOWER 5 ชูจุดเด่นเรื่องความสะดวกในการพกพา ฟีเจอร์คาราโอเกะเต็มรูปแบบพร้อมระบบวัดคะแนนเสียง และคุณภาพเสียงเบสลึกสุดพลังที่จูนโดยทีมโปรดิวเซอร์ระดับโลก

    ปลุกพลังความสนุกในตัวคุณกับความมันระเบิดพิกัดระดับบิ๊ก

    สำหรับคนรักเสียงเพลงและสายปาร์ตี้ที่กำลังมองหาพลังเสียงที่จะมาปลุกความมันให้เร้าใจยิ่งกว่าเดิม ล่าสุด บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด ได้สร้างความสั่นสะเทือนให้วงการเครื่องเสียงอีกครั้งด้วยการเปิดตัวลำโพงปาร์ตี้รุ่นใหม่ล่าสุดพร้อมกันถึง 3 รุ่นในตระกูล ULT POWER SOUND ได้แก่ ULT TOWER 5, ULT TOWER 7 และ ULT TOWER MAX ซึ่งมาพร้อมกับนิยาม “Massive Bass. Ultimate Vibe.” เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการของสายสังสรรค์และคอคาราโอเกะอย่างแท้จริง การเปิดตัวในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เน้นเรื่องของพลังเสียงเบสที่หนักแน่นเป็นเอกลักษณ์ของโซนี่เท่านั้น แต่ยังใส่ใจในรายละเอียดของการออกแบบที่คำนึงถึงความสะดวกสบายในการเคลื่อนย้าย ทำให้ผู้ใช้งานสามารถพกพาความสนุกและบรรยากาศปาร์ตี้สุดเร้าใจไปสร้างสีสันได้ในทุกพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นมุมโปรดในบ้านหรือการจัดกิจกรรมสุดมันนอกสถานที่ก็ตาม

    ULT TOWER 5 พลังเสียงเกินตัวของสายตระเวนปาร์ตี้และคาราโอเกะเลิฟเวอร์

    เริ่มต้นกันที่รุ่นไฮไลต์ที่น่าจับตามองอย่าง ULT TOWER 5 ซึ่งถูกออกแบบมาอย่างพิถีพิถันเพื่อเอาใจผู้ที่ต้องการลำโพงปาร์ตี้ขนาดกำลังดีแต่ให้ประสิทธิภาพที่เกินตัว ด้วยตัวเครื่องที่กะทัดรัดและคล่องตัวเมื่อเทียบกับลำโพงขนาดใหญ่ทั่วไป แต่ยังสามารถขับพลังเสียงกระหึ่มสะใจได้สูงสุดถึง 300 วัตต์ พร้อมทั้งมีแบตเตอรี่ในตัวที่ใช้งานได้ยาวนานต่อเนื่องสูงสุดถึง 20 ชั่วโมง และยังมาพร้อมกับมาตรฐานการกันน้ำระดับ IPX4 เมื่อวางใช้งานในแนวตั้ง ทำให้หมดกังวลเรื่องการใช้งานกลางแจ้งหรือริมสระน้ำ นอกเหนือจากพลังเสียงที่เป็นเลิศแล้ว ลำโพงรุ่นนี้ยังมาพร้อมกับฟีเจอร์คาราโอเกะแบบจัดเต็มที่ให้ผู้ใช้งานสามารถเสียบไมค์แล้วร้องเพลงโปรดได้ทันที โดยสามารถปรับแต่งระดับเสียงไมโครโฟน ปรับเสียงเอคโค่ (Echo) และปรับคีย์เพลงให้เข้ากับเนื้อเสียงของตัวเองได้อย่างง่ายดาย ยิ่งไปกว่านั้น โซนี่ยังเพิ่มความสนุกด้วยแอปพลิเคชัน Sony | Sound Connect ที่มีฟีเจอร์ Karaoke Scoring ช่วยวัดคะแนนการร้องเพลงแบบเรียลไทม์ เปลี่ยนกิจกรรมการร้องเพลงธรรมดาให้กลายเป็นเกมประชันเสียงร้องที่สร้างเสียงหัวเราะและความผูกพันให้กับทุกคนในครอบครัวและแก๊งเพื่อนได้อย่างลงตัว

    ค้นพบมิติเสียงที่เหนือชั้นจากการพัฒนาของโปรดิวเซอร์ระดับโลก

    เบื้องหลังความทรงพลังของลำโพงตระกูล ULT TOWER นี้ คือเทคโนโลยีการออกแบบอันล้ำสมัยของโซนี่ โดยเฉพาะปุ่ม “ULT” ที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้งานเลือกปรับคาแรกเตอร์ของเสียงให้เหมาะสมกับแนวเพลงได้อย่างใจนึก ไม่ว่าจะเป็นโหมด ULT1 ที่เน้นเพิ่มมิติความลึกและความอิ่มของเนื้อเบส หรือโหมด ULT2 ที่จะอัดพลังความกระหึ่มให้หัวใจเต้นตามจังหวะได้อย่างเต็มอารมณ์ รวมไปถึงโหมด FLAT ที่ถ่ายทอดเสียงอย่างเป็นธรรมชาติ และโหมด LIVE ที่จำลองมิติเสียงประหนึ่งคุณกำลังยืนอยู่หน้าเวทีคอนเสิร์ตจริง ๆ โดยหัวใจสำคัญที่ทำให้ได้เสียงเบสที่แน่นและลึกขนาดนี้มาจากการทำงานร่วมกันของวูฟเฟอร์ทรงกลมดีไซน์ใหม่ ตู้ลำโพงความจุสูง และช่องลมเทคโนโลยี ULT DUCT ยิ่งไปกว่านั้น ทางโซนี่ยังได้รับความร่วมมือจากครีเอเตอร์และโปรดิวเซอร์ระดับโลกในวงการฮิปฮอปอย่าง Dot Da Genius ผู้ที่เคยถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Grammy รวมถึง Daru Jones มือกลองฝีมือเยี่ยม และโปรดิวเซอร์ชื่อดังอีกหลายท่าน มาร่วมกันปรับจูนเสียงย่านต่ำเพื่อให้ลำโพงรุ่นนี้สามารถถ่ายทอดอารมณ์เพลงและความชัดเจนของเสียงร้องออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุดตามความตั้งใจของศิลปินต้นฉบับ

    ขยายสเกลความสนุกให้ยิ่งใหญ่ด้วย ULT TOWER 7 และเรือธง ULT TOWER MAX

    สำหรับผู้ที่ต้องการยกระดับความสนุกให้ครอบคลุมพื้นที่ขนาดใหญ่ขึ้น โซนี่ส่งรุ่นพี่ใหญ่อย่าง ULT TOWER 7 และรุ่นเรือธง ULT TOWER MAX เข้ามาตอบโจทย์ได้อย่างไร้ที่ติ โดยในรุ่น ULT TOWER 7 นั้นมาพร้อมกับกำลังขับสูงถึง 420 วัตต์ และเทคโนโลยีการกระจายเสียงรอบทิศทาง 360° Party Sound ที่ช่วยให้เสียงเพลงดังกระหึ่มไปทั่วทุกมุมห้อง ควบคู่กับแบตเตอรี่สุดอึดที่ใช้งานได้ยาวนานถึง 30 ชั่วโมง และมีลูกเล่นระบบไฟสร้างบรรยากาศอย่างโหมด BEAT, WAVE และ MELLOW ขณะที่รุ่นท็อปสุดอย่าง ULT TOWER MAX ก้าวข้ามขีดจำกัดด้านพลังเสียงด้วยการอัดแน่นวูฟเฟอร์มาถึง 3 ตัว โดยแบ่งเป็นด้านหน้า 2 ตัว และด้านหลัง 1 ตัว ขับเน้นพลังเสียงร่วมกับแอมพลิฟายเออร์กำลังสูงจนได้กำลังขับสูงสุดถึง 2,150 วัตต์ ซึ่งถือว่าทรงพลังอย่างยิ่งสำหรับงานอีเวนต์กลางแจ้งขนาดใหญ่ ที่น่าสนใจคือทั้งสองรุ่นนี้มาพร้อมกับล้อลากดีไซน์ใหม่ที่มีหน้าสัมผัสกว้างขึ้นเพื่อช่วยให้เคลื่อนย้ายได้ง่ายในทุกพื้นผิว พร้อมระบบปรับสมดุลเสียงอัจฉริยะ Enhanced Sound Field Optimization ที่คอยวิเคราะห์เสียงรบกวนรอบข้างเพื่อปรับเสียงให้เหมาะสมโดยอัตโนมัติ และฟีเจอร์ Party Chain ที่เชื่อมต่อผ่านเทคโนโลยี Auracast™ เพื่อลิงก์เสียงและแสงไฟของลำโพงหลายตัวให้ทำงานประสานกันอย่างเป็นหนึ่งเดียว

    รักษ์โลกอย่างยั่งยืนพร้อมข้อเสนอสุดพิเศษต้อนรับความมัน

    นอกเหนือจากประสิทธิภาพเสียงที่เหนือชั้นแล้ว ลำโพงซีรีส์ ULT TOWER ยังได้รับการออกแบบโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ด้วยการเลือกใช้พลาสติกรีไซเคิลเป็นส่วนประกอบในการผลิตตั้งแต่ 20% ไปจนถึง 35% ในรุ่นเรือธง ซึ่งสะท้อนความตั้งใจของโซนี่ในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมโลกอย่างแท้จริง ทั้งนี้ ลำโพงทั้ง 3 รุ่นเปิดตัวพร้อมวางจำหน่ายแล้วในประเทศไทย โดยสำหรับผู้ที่สั่งซื้อในช่วงโปรโมชันพิเศษตั้งแต่วันที่ 7 กันยายน ถึง 31 ธันวาคม 2569 นี้ จะได้รับข้อเสนอสุดคุ้ม โดยรุ่น ULT TOWER 5 วางจำหน่ายในราคา 14,990 บาท และรุ่น ULT TOWER 7 ราคา 22,990 บาท ซึ่งทั้งสองรุ่นจะได้รับฟรีไมโครโฟนไร้สายมูลค่า 1,990 บาท ทันที ส่วนรุ่นท็อปอย่าง ULT TOWER MAX วางจำหน่ายในราคา 54,990 บาท พร้อมรับฟรีไมโครโฟนไร้สายระดับพรีเมียมอย่าง Sony ULTMIC1 มูลค่า 5,590 บาทไปใช้งานคู่กันอย่างจุใจ สำหรับผู้ที่สนใจสัมผัสประสบการณ์พลังเสียงระดับตำนานนี้ สามารถทดลองฟังเสียงจริงได้ที่ Sony Store ทุกสาขา หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมผ่านช่องทางออนไลน์ของโซนี่ไทยเพื่อไม่ให้พลาดสิทธิพิเศษสุดคุ้มในช่วงเปิดตัวนี้