วันพฤหัสบดี, 16 กรกฎาคม 2569
📢 สามารถส่งข่าวแจก บทความประชาสัมพันธ์ ได้ที่อีเมล์ ฟรี !
🎬 ติดต่องานรีวิว Line : iNewch
บทความล่าสุด อัปเดตเมื่อ: วันพฤหัสบดี, 16 กรกฎาคม 2026
วันนี้เราอัปเดทข่าวสารไปทั้งหมด 7 บทความ
‘ยัพ มันชิง’ ปธ.ความยั่งยืนแอร์เอเชีย รับตำแหน่ง ICAO Global Ambassador ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการบินยุคใหม่
ยักษ์ใหญ่ใจดีที่รักครอบครัว! Hyundai STARIA Diesel Premium ปรับราคาใหม่ ถูกลง 4 แสน แต่หรูหราจัดเต็มเหมือนเดิม
HUAWEI เปิดฉากท้าทายทุกขีดจำกัด นำทัพโดย HUAWEI Pura 90s Series ปฏิวัติการถ่ายภาพขั้นเทพ
GWM สตาร์ทครึ่งปีแรกสุดปัง! ยอดขายโต 19% พิสูจน์ความสำเร็จแนวคิด ‘All Powertrains’ มุ่งสู่แบรนด์จีนที่คนไทยไว้วางใจสูงสุด
OPPO เตรียมเปิดตัว OPPO Find X9 Series สมาร์ตโฟนแฟลกชิปรุ่นล่าสุด มาพร้อมประสบการณ์ซูมดีทุกคอนเสิร์ต เร็วๆ นี้!
ลำโพงพกพาพร้อมไฟ RGB “JLab Go Party” และ “JLab Pop Party”
Viltrox บุกตลาดโปร! เปิดตัวเลนส์เทพ AF 50mm F1.4 Pro FE สำหรับ Sony E-mount สเปคจัดเต็ม, บอดี้กันละอองน้ำ, มอเตอร์ AF คู่สุดไว
สะเทือนหูทองวงการมือถือ Redmi K90 Pro Max ยัดระบบเสียง 2.1 แชนเนล พร้อมซับวูฟเฟอร์ของ ‘Bose’
ROG เปิดตัว ROG Xbox Ally ทั้ง 2 รุ่น ในงาน gamescom asia X Thailand Game Show 2025
vivo V60 Lite เปิดตัวแล้ว 9,999 บาท
realme จับมือ RICOH ประกาศความร่วมมือระยะยาว ยกตำนานกล้อง RICOH GR สู่สมาร์ตโฟน realme GT 8 Pro
ASUS ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดคอมพิวเตอร์ธุรกิจ เปิดตัว “ASUS Expert Series” โซลูชันครบวงจรสำหรับทุกองค์กรในประเทศไทย
  • ความสำเร็จ Acer ครองแชมป์แบรนด์โน้ตบุ๊กอันดับหนึ่งในใจคนไทยติดต่อกัน 15 ปีซ้อน

    เอเซอร์ฉลองครบรอบ 50 ปีอย่างยิ่งใหญ่ ด้วยการคว้ารางวัล Marketeer No.1 Brand Thailand 2026 ครองใจผู้ใช้ชาวไทยในฐานะแบรนด์โน้ตบุ๊กอันดับหนึ่งติดต่อกันยาวนานถึง 15 ปี พร้อมเดินหน้ายุทธศาสตร์ทลายขีดจำกัดด้านเทคโนโลยีด้วย AI และนวัตกรรมดิจิทัลไลฟ์สไตล์เพื่อผู้บริโภคทุกคน

    เจาะลึกชัยชนะ 15 ปีซ้อน: เมื่อความเชื่อมั่นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ

    การยืนระยะเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและมีการแข่งขันที่รุนแรงอย่างตลาดคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กไม่ใช่เรื่องง่าย แต่การที่ บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัด (Acer) สามารถรักษาตำแหน่งแบรนด์อันดับหนึ่งในใจผู้บริโภคชาวไทยมาได้อย่างยาวนานถึง 15 ปีซ้อน คือข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนถึงความแข็งแกร่งและความเชื่อใจที่ฝังรากลึกในตลาดประเทศไทย ล่าสุดกับการคว้ารางวัลอันทรงเกียรติ Marketeer No.1 Brand Thailand 2026 ในสาขาคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก ซึ่งเป็นผลจากการสำรวจความคิดเห็นของผู้บริโภคทั่วประเทศอย่างเป็นระบบโดยทีมวิจัยชั้นนำของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ยิ่งเป็นการตอกย้ำว่าเอเซอร์ไม่ได้เป็นเพียงแค่ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ แต่เป็นแบรนด์ที่หยั่งรากลึกและสามารถตอบสนองความต้องการที่ผันแปรไปตามยุคสมัยของคนไทยได้อย่างแท้จริง การก้าวขึ้นรับรางวัลของ นายเจฟ ลี กรรมการผู้จัดการประจำประเทศไทย จึงไม่ได้เป็นเพียงการฉลองความสำเร็จในอดีต แต่เป็นการประกาศศักดาความพร้อมของแบรนด์ในการก้าวเข้าสู่ทศวรรษใหม่ที่เปี่ยมด้วยความท้าทาย

    The Next Breaking Barriers: พลิกโฉมจากคอมพิวเตอร์พีซีสู่ดิจิทัลไลฟ์สไตล์อย่างเต็มตัว

    ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ในครั้งนี้เกิดขึ้นพร้อมกับหลักไมล์สำคัญในการครบรอบ 50 ปีของเอเซอร์ทั่วโลก ซึ่งแบรนด์ได้ถือโอกาสนี้ประกาศยุทธศาสตร์ครั้งสำคัญภายใต้แนวคิด “The Next Breaking Barriers” หรือการทลายทุกขีดจำกัดเพื่อก้าวสู่สิ่งใหม่ที่เหนือกว่า ยุทธศาสตร์นี้สะท้อนให้เห็นว่าเอเซอร์ไม่ได้หยุดนิ่งอยู่กับภาพจำของการเป็นผู้ขายคอมพิวเตอร์พีซีแบบดั้งเดิมอีกต่อไป แต่กำลังทรานส์ฟอร์มตัวเองไปสู่แบรนด์เทคโนโลยีดิจิทัลไลฟ์สไตล์ (Digital Lifestyle) ที่มีความเป็นมนุษย์และเข้าใกล้ชิดกับชีวิตประจำวันของผู้คนมากยิ่งขึ้น การนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาผสานรวมเป็นฟีเจอร์หลักในผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ๆ ไม่ใช่แค่การเกาะกระแสเทคโนโลยี แต่เป็นการพัฒนาเครื่องมือที่เข้ามาทำหน้าที่เป็น "คู่คิดคนสำคัญ" (AI Companion) เพื่อยกระดับประสบการณ์การทำงาน การเรียนรู้ และการใช้ชีวิตของผู้ใช้ให้สะดวกสบายและมีประสิทธิภาพมากขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

    มากกว่าแค่เรื่องของฮาร์ดแวร์: การสร้างระบบนิเวศและส่วนร่วมเพื่อสังคมที่ยั่งยืน

    หากวิเคราะห์อย่างเจาะลึก ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เอเซอร์สามารถรักษาความเป็นที่หนึ่งได้อย่างเหนียวแน่น ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ประสิทธิภาพของตัวผลิตภัณฑ์หรือสเปกที่คุ้มค่าคุ้มราคาเท่านั้น แต่เกิดจากการสร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) และการมีส่วนร่วมกับผู้บริโภคในทุกมิติของสังคมไทยอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นการเข้ามามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนและยกระดับวงการอีสปอร์ต (Esports) ของไทยผ่านเวทีการแข่งขันระดับนานาชาติอย่าง Predator League ซึ่งเปิดโอกาสให้เกมเมอร์รุ่นใหม่ได้มีพื้นที่ในการแสดงความสามารถ ตลอดจนการทำหน้าที่เป็นพันธมิตรด้านการศึกษาที่ร่วมมือกับสถาบันการศึกษาต่างๆ ในการส่งเสริมการเรียนรู้โดยการนำเทคโนโลยี AI และอุปกรณ์ไอทีประสิทธิภาพสูงเข้าไปพัฒนาหลักสูตรและการเรียนการสอน การลงลึกไปถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิตและการศึกษาเช่นนี้ทำให้เอเซอร์กลายเป็นแบรนด์ที่เติบโตร่วมกับผู้ใช้ในทุกช่วงวัย ตั้งแต่วัยเรียน วัยทำงาน ไปจนถึงระดับมืออาชีพ

    พันธสัญญาแห่งอนาคต: ก้าวต่อไปหลังจากครึ่งศตวรรษ

    ในท้ายที่สุด คำกล่าวของนายเจฟ ลี ที่ระบุว่าความไว้วางใจตลอดห้าทศวรรษที่ผ่านมาคือแรงผลักดันให้เอเซอร์มุ่งมั่นพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง ถือเป็นภาพสะท้อนของแบรนด์ระดับโลกที่ไม่เคยพึงพอใจกับความสำเร็จเดิมๆ การเดินทางต่อไปของเอเซอร์หลังจากหลักไมล์ปีที่ 50 นี้ จึงเต็มไปด้วยความน่าสนใจและความท้าทายใหม่ๆ ในการนำเสนอโซลูชันที่ชาญฉลาดและมีความเป็นมิตรต่อผู้ใช้งานมากขึ้น รางวัล Marketeer No.1 Brand Thailand 2026 จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่ใบประกาศเกียรติคุณประจำปี แต่เปรียบเสมือนพันธสัญญาระหว่างเอเซอร์และผู้บริโภคชาวไทยว่า แบรนด์จะยังคงเดินหน้าทลายข้อจำกัดด้านเทคโนโลยี เพื่อส่งมอบสิ่งที่ดีที่สุดและยืนหยัดในฐานะแบรนด์ไอทีอันดับหนึ่งในใจคนไทยต่อไปอย่างยั่งยืนและมั่นคง

  • ปฏิวัติวงการยานยนต์! Xiaomi EV เผยโฉม ‘SkyNomad’ SUV อัจฉริยะยุคใหม่ เปลี่ยนรถให้เป็นบ้านเคลื่อนที่ด้วยพลัง AI และระบบนิเวศสุดล้ำ

    Xiaomi EV เปิดตัว ‘SkyNomad’ ซีรีส์ SUV อัจฉริยะรุ่นใหม่ที่พัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิดห้องโดยสารปรับเปลี่ยนได้ตามใจสั่ง ชูจุดเด่นสถาปัตยกรรม Kunlun Architecture และระบบ AI อัจฉริยะเพื่อเปลี่ยนรถยนต์ให้เป็นบ้านเคลื่อนที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่

    ยุคสมัยใหม่ของยานยนต์ไฟฟ้า: เมื่อรถยนต์ไม่ได้มีไว้แค่ขับ แต่มีไว้เพื่อ "ใช้ชีวิต"

    โลกแห่งยานยนต์ไฟฟ้ากำลังสั่นสะเทือนอีกครั้งเมื่อยักษ์ใหญ่ไอทีสัญชาติจีนอย่าง Xiaomi EV ประกาศเดินหน้าปฏิวัติวงการอย่างยิ่งใหญ่ด้วยการเปิดตัว Xiaomi SkyNomad ซีรีส์ SUV อัจฉริยะรุ่นใหม่ล่าสุดที่ฉีกทุกกฎเกณฑ์เดิมๆ ของรถยนต์ทั่วไปอย่างสิ้นเชิง หากเรายังจำกันได้ถึงความสำเร็จอันท่วมท้นของรุ่นพี่อย่าง Xiaomi SU7 และ Xiaomi YU7 ที่ถูกยกย่องให้เป็นยอดปรารถนาของเหล่านักขับด้วยสมรรถนะการควบคุมที่เฉียบคมและทรงพลัง ทว่าสำหรับความเคลื่อนไหวครั้งใหม่นี้ เสียวหมี่ได้เลือกที่จะหันมาโฟกัสที่กลุ่มผู้โดยสารและประสบการณ์การอยู่อาศัยภายในรถอย่างเต็มตัว โดยเปลี่ยนมุมมองจาก "รถเพื่อการขับขี่" สู่ "รถยนต์เพื่อการใช้ชีวิต" ที่มอบความกว้างขวางและยืดหยุ่นในการใช้งานอย่างไร้ขีดจำกัด ถือเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนถึงวิสัยทัศน์และการทุ่มเทวิจัยพัฒนาอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 5 ปีของแบรนด์ เพื่อสร้างนิยามใหม่ให้กับคำว่าพื้นที่เคลื่อนที่อย่างแท้จริง

    ทำไมต้อง ‘SkyNomad’? เจาะลึกอินไซด์ผู้บริโภคที่เปลี่ยนจากความหรูหราสู่ความผ่อนคลายขั้นสุด

    คำถามที่น่าสนใจคือ ทำไมเสียวหมี่ถึงเลือกที่จะบุกเบิกตลาดยานยนต์ในทิศทางนี้ ท่ามกลางอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศจีนที่กำลังเติบโตและแข่งขันกันอย่างดุเดือดจนรถยนต์ SUV ขนาด 6-7 ที่นั่งกลายเป็นเรื่องปกติธรรมดาในท้องตลาดไปแล้ว สิ่งที่แบรนด์ได้วิเคราะห์และค้นพบคือ ความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่ความกว้างขวางของเบาะนั่งหรือตัวเลขขนาดของห้องโดยสารเท่านั้น แต่พวกเขากำลังมองหาพื้นที่ที่สามารถมอบความรู้สึกผ่อนคลาย สะดวกสบาย และปลอดภัยทางอารมณ์ในทุกวินาทีที่ต้องเผชิญกับการใช้ชีวิตบนท้องถนน ไม่ว่าจะเป็นชั่วโมงเร่งด่วนในการเดินทางไปกลับที่อาจยาวนานกว่าสองชั่วโมงในแต่ละวัน การปรับเบาะเพื่อพักสายตาในเวลาพักกลางวัน การแปลงสภาพห้องโดยสารให้เป็นออฟฟิศชั่วคราวเพื่อสะสางงานสำคัญ หรือแม้กระทั่งการออกเดินทางท่องเที่ยวพักผ่อนกับครอบครัวและสัตว์เลี้ยงในวันหยุดสุดสัปดาห์ รถยนต์ในมุมมองของเสียวหมี่จึงไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงพาหนะที่พาจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งอีกต่อไป แต่เปรียบเสมือนบ้านหลังที่สองที่พร้อมขับเคลื่อนไปกับพวกเขาทุกที่ทุกเวลาและตอบสนองทุกจังหวะของชีวิตได้อย่างลงตัว

    'Kunlun Architecture' นวัตกรรมเปลี่ยนห้องโดยสารเป็นพื้นที่อเนกประสงค์ด้วยพลัง AI

    หัวใจสำคัญที่ทำให้แนวคิดอันล้ำสมัยนี้เกิดขึ้นได้จริงคือการพัฒนาสถาปัตยกรรมยานยนต์ใหม่ล่าสุดภายใต้ชื่อ Kunlun Architecture ซึ่งทีมวิศวกรของเสียวหมี่ได้ทุ่มเทศึกษาและซุ่มพัฒนามาตั้งแต่ช่วงต้นปี 2566 เพื่อตอบโจทย์ความยืดหยุ่นขั้นสูงสุดด้วยการดีไซน์พื้นห้องโดยสารแบบเรียบสนิท (Flat Floor) ควบคู่ไปกับระบบรางเบาะนั่งแบบยาวพิเศษที่ช่วยปรับเปลี่ยนตำแหน่งพื้นที่ได้อย่างอิสระและง่ายดายอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ทำให้เมื่อตัวรถจอดนิ่งหรือขับขี่ ผู้ใช้งานจะสามารถแปลงสภาพพื้นที่ภายในให้ตอบรับกับทุกกิจกรรมได้อย่างใจนึก ตั้งแต่การเป็นห้องทำงานอัจฉริยะ ห้องนั่งเล่นพักผ่อนดูหนัง ไปจนถึงแคมป์ปิ้งเฮ้าส์สุดหรูหรา โดยทั้งหมดนี้ถูกขับเคลื่อนด้วยขุมพลังปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการเชื่อมต่อเข้ากับระบบนิเวศอุปกรณ์อัจฉริยะของเสียวหมี่อย่างไร้รอยต่อ ซึ่งเป็นจุดแข็งอันทรงพลังที่ มร. เหลย จุน (Lei Jun) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ได้กล่าวไว้อย่างภาคภูมิใจว่าความอัจฉริยะของเทคโนโลยีจะเป็นตัวกำหนดนิยามใหม่ของพื้นที่ใช้ชีวิตที่สามารถเคลื่อนที่ได้

    ยานยนต์สำหรับคนรุ่นใหม่ที่สวมหมวกหลายใบในหนึ่งวัน

    ทั้งนี้ Xiaomi SkyNomad ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อใครคนใดคนหนึ่ง แต่ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบสนองกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีความหลากหลายในชีวิต (Multi-Hyphenate) ผู้ซึ่งสวมหมวกหลายใบในวันเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นพนักงานออฟฟิศผู้ทุ่มเทกับการทำงาน และในขณะเดียวกันก็เป็นคุณพ่อคุณแม่ที่ต้องการพื้นที่แห่งความสุขสำหรับลูกๆ และสัตว์เลี้ยงแสนรัก รถยนต์คันนี้จึงเป็นสะพานเชื่อมระหว่างบทบาทที่แตกต่างกันเหล่านั้นได้อย่างแนบเนียน โดยเปลี่ยนผ่านจากยานพาหนะสุดเนี้ยบสำหรับเจรจาธุรกิจในเวลาเช้า สู่พื้นที่สันทนาการและบ้านพักตากอากาศเคลื่อนที่สำหรับครอบครัวในเวลาค่ำคืนได้อย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งหลังจากผ่านกระบวนการออกแบบและการทดสอบอย่างเข้มข้นเป็นเวลากว่าสามปีครึ่ง ซีรีส์ SkyNomad ก็พร้อมแล้วที่จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศจีนและพร้อมสั่นสะเทือนวงการยานยนต์ระดับโลกให้ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิดในเร็วๆ นี้

  • เตรียมกรี๊ดให้ลั่นแคมปัส! OPPO จับมือ T-POP Campus Tour 2026 ชวนวัยรุ่นมา Make Your Moment บุก 6 มหาวิทยาลัยทั่วไทย พร้อมคู่ออริจินัลสุดเทรนดี้ OPPO Reno16 Series 5G

    เตรียมพบกับการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ของ OPPO x T-POP Campus Tour 2026 มหกรรมคอนเสิร์ตและกิจกรรมสุดสนุกที่เตรียมบุกไปเยือน 6 รั้วมหาวิทยาลัยทั่วไทย ชวนน้อง ๆ นักศึกษามา Make Your Moment ร่วมกับศิลปินดังและสมาร์ตโฟนสุดเทรนดี้ OPPO Reno16 Series 5G เริ่มความสนุก 15 กรกฎาคม 2569 นี้

    เตรียมเสียงกรี๊ดกันให้พร้อมแล้ววอร์มร่างกายให้ดี!

    มหกรรมความสนุกสุดยิ่งใหญ่ที่วัยรุ่นไทยทุกคนรอคอยกำลังจะกลับมาสร้างเสียงฮือฮาอีกครั้งกับงาน OPPO x T-POP Campus Tour 2026 งานนี้ออปโป้ ประเทศไทย ไม่ปล่อยให้แฟน ๆ ต้องรอนาน ขอจับมือร่วมกับ T-POP Campus Tour เพื่อยกขบวนความสนุกและความมันส์ระดับพรีเมียมบุกไปถึงรั้วมหาวิทยาลัยทั่วประเทศถึง 6 แห่งด้วยกัน หลังจากที่เคยสร้างปรากฏการณ์ความฟินและได้รับกระแสตอบรับอย่างถล่มทลายไปแล้วในปีก่อนหน้า ปีนี้พวกเขากลับมาพร้อมความยิ่งใหญ่ที่ทวีคูณขึ้นกว่าเดิม เพื่อชวนน้อง ๆ นักศึกษามาร่วมปลุกพลังความสร้างสรรค์และปลดปล่อยความเป็นตัวเองภายใต้คอนเซปต์สุดเก๋อย่าง "Make Your Moment" ที่พร้อมจะเนรมิตให้ทุกช่วงเวลาในชีวิตมหาลัยเต็มไปด้วยสีสัน ความสดใส และเสียงเพลงจากศิลปินแถวหน้าขวัญใจคนรุ่นใหม่แบบใกล้ชิดติดขอบเวทีกันเลยทีเดียว

    สนุกคูณสองไปกับเทคโนโลยีสุดล้ำและกิจกรรมสุดฟิน

    ไฮไลต์สุดพิเศษที่ห้ามพลาดเด็ดขาดในทัวร์ครั้งนี้ก็คือการเปิดตัวเพื่อนซี้คู่ใจวัยเทรนดี้อย่าง OPPO Reno16 Series 5G สมาร์ตโฟนที่จะมาปฏิวัติการถ่ายภาพและการทำคอนเทนต์ของคนรุ่นใหม่ให้สนุกสนานและง่ายดายยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะชอบไปเที่ยวลุยเดี่ยว ไปเดตกับคนรู้ใจ หรือยกแก๊งเพื่อนซี้ไปแดนซ์ในคอนเสิร์ต ก็สามารถเก็บภาพบรรยากาศอันแสนประทับใจได้อย่างครบถ้วนคมชัดด้วยกล้องมุมกว้างพิเศษ 50MP ระยะ 0.6x ที่เก็บได้หมดห่วงทั้งคนและวิวในเฟรมเดียว นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์สุดล้ำอย่าง AI คอลลาจภาพและวิดีโอที่ช่วยให้เรามิกซ์แอนด์แมตช์หลายโมเมนต์รวมไว้ในภาพเดียว พร้อมตกแต่งความน่ารักด้วยสติกเกอร์สุดคิวต์ในสไตล์ของตัวเอง เท่านั้นยังไม่พอ! เตรียมตัวมาสนุกกับโซน Photobooth ดีไซน์เก๋ไก๋สุดชิคที่ชวนทุกคนมาครีเอทท่าโพสแบบไร้ขีดจำกัด พร้อมรับความฟินขั้นสุดกับเฟรมภาพถ่ายสุดเอ็กซ์คลูซีฟร่วมกับสาวๆ วง BABYMONSTER ในฐานะ Reno Girls ที่เหล่า MONSTIEZ ต้องร้องว้าว รวมถึงเฟรมภาพสุดเท่จากสองหนุ่มหล่อละลายใจ ดิว จิรวรรตน์ และ ธี ธีรเดช ที่เป็นตัวแทนของ The Portrait Expert มาร่วมสร้างความทรงจำสุดเอ็กซ์คลูซีฟร่วมกับแฟนๆ ทุกคน

    ปักหมุดรอเช็กอิน ตารางทัวร์ 6 มหาวิทยาลัยทั่วประเทศ

    สำหรับน้อง ๆ คนไหนที่กำลังตั้งตารอคอยว่าคาราวานความสนุกในครั้งนี้จะแวะเวียนมาเช็กอินที่สถาบันของตัวเองเมื่อไหร่ ออปโป้ได้จัดตารางทัวร์คอนเสิร์ตสุดมันส์ครอบคลุมทั่วไทย โดยจะเริ่มออกเดินทางสตาร์ทความสนุกกันตั้งแต่ภาคอีสาน ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ในวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 ก่อนจะมุ่งหน้าสู่ภาคกลางต้อนรับความสดใสกันต่อที่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม ในวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 จากนั้นไปแดนซ์กันต่อยาว ๆ ที่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี ในวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 และเดินทางขึ้นเหนือไปสัมผัสลมหนาวและเสียงเพลงที่ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย ในวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 สำหรับเพื่อน ๆ ในเมืองกรุงเตรียมตัวให้พร้อมพบกันที่ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ในวันที่ 14 สิงหาคม 2569 และปิดท้ายความสนุกสุดประทับใจล่องใต้ไปยัง มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา ในวันที่ 24 กันยายน 2569 เรียกได้ว่าจัดเต็มยาวนานเกือบสามเดือนเต็มเพื่อให้มั่นใจว่าทุกคนจะได้รับประสบการณ์ความบันเทิงที่น่าจดจำที่สุดอย่างทั่วถึง

    มาร่วมสร้างความทรงจำที่ไม่มีวันลืมไปด้วยกัน!

    โอกาสดี ๆ ที่จะได้ใกล้ชิดศิลปินคนโปรด พร้อมสัมผัสประสบการณ์เทคโนโลยีสุดล้ำและกิจกรรมที่อัดแน่นไปด้วยความสนุกสนานแบบนี้ไม่ได้มีมาบ่อย ๆ ดังนั้นเตรียมเคลียร์คิว แท็กทีมชวนก๊วนเพื่อนสนิทมาเช็กอิน และวอร์มท่าโพสท่าเต้นรอกันไว้ให้พร้อม แล้วมาสร้างโมเมนต์สุดพิเศษที่น่าจดจำไปด้วยกันในงาน OPPO x T-POP Campus Tour 2026 ทั่วประเทศ หากใครไม่อยากพลาดข่าวสารการอัปเดต รายชื่อศิลปินที่จะมาร่วมทัวร์ในแต่ละจังหวัด หรือรายละเอียดกิจกรรมแจกของรางวัลสุดพิเศษ สามารถกดติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมแบบเรียลไทม์ได้ทางแฟนเพจอย่างเป็นทางการที่ Facebook: OPPO Thai แล้วมาร่วมกันบันทึกทุกภาพความสุขและเฉิดฉายในสไตล์ของตัวเองไปกับสมาร์ตโฟนออปโป้เครื่องโปรดของคุณกันเถอะ!

  • ‘ยัพ มันชิง’ ปธ.ความยั่งยืนแอร์เอเชีย รับตำแหน่ง ICAO Global Ambassador ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการบินยุคใหม่

    ยัพ มันชิง ปธ.ความยั่งยืน แอร์เอเชีย กรุ๊ป ได้รับแต่งตั้งเป็น ICAO Global Ambassador มุ่งแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานยุคใหม่ผ่านการส่งเสริมความหลากหลายและสิทธิสตรี เพื่อรองรับการเติบโตของผู้โดยสารที่จะทะยานสู่ 1.24 หมื่นล้านคนในปี 2593

    นำทัพการบินสู่อนาคต: ความหมายเบื้องหลังการแต่งตั้ง 'ยัพ มันชิง' บนเวทีระดับโลก

    การก้าวขึ้นสู่บทบาทระดับสากลของผู้นำหญิงในอุตสาหกรรมการบินครั้งนี้ ถือเป็นหมุดหมายครั้งสำคัญที่สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างระดับมหภาค เมื่อ ยัพ มันชิง ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายความยั่งยืนของ แอร์เอเชีย กรุ๊ป ได้รับการประกาศแต่งตั้งอย่างเป็นทางการให้ดำรงตำแหน่ง Global Ambassador ขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ หรือ ICAO ภายใต้โครงการ Global Ambassadors Programme (IGAP) ซึ่งเป็นโครงการริเริ่มใหม่แกะกล่องโดยหน่วยงานด้านการบินแห่งสหประชาชาติ การได้รับเลือกในครั้งนี้ไม่เพียงแต่นำความภาคภูมิใจมาสู่แบรนด์สายการบินราคาประหยัดชั้นนำของภูมิภาคเท่านั้น แต่ยังเป็นการส่งสัญญาณว่า อุตสาหกรรมการบินโลกกำลังมุ่งเน้นไปที่สองประเด็นหลักที่สำคัญยิ่งต่อการอยู่รอดในอนาคต นั่นคือ 'ความยั่งยืน' และ 'ความหลากหลายทางทรัพยากรบุคคล' ที่จะต้องดำเนินควบคู่กันไปอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

    วิกฤตการณ์ขาดแคลนบุคลากร ท่ามกลางการเติบโตแบบก้าวกระโดด

    หากเรามองลึกลงไปถึงตัวเลขคาดการณ์ภายใต้แผนยุทธศาสตร์ระยะยาวปี 2569-2593 ของ ICAO จะพบความท้าทายอันยิ่งใหญ่ที่กำลังรอคอยอุตสาหกรรมนี้อยู่ โดยปริมาณการจราจรทางอากาศทั่วโลกถูกคาดการณ์ว่าจะพุ่งสูงขึ้นอย่างมหาศาลจนถึง 1.24 หมื่นล้านคนต่อปีภายในปี 2593 ซึ่งเป็นการเติบโตเกือบสามเท่าตัวเมื่อเทียบกับตัวเลขผู้โดยสาร 4.6 พันล้านคนในปี 2567 การขยายตัวในระดับที่น่าตื่นตะลึงนี้ย่อมหมายถึงความต้องการกำลังพลมหาศาลในทุกภาคส่วน ตั้งแต่นักบินผู้ควบคุมเครื่องบิน วิศวกรผู้ดูแลระบบความปลอดภัย เจ้าหน้าที่ควบคุมการจราจรทางอากาศผู้จัดระเบียบเหนือน่านฟ้า ไปจนถึงช่างซ่อมบำรุงภาคพื้นดิน ด้วยเหตุนี้ โครงการ IGAP ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อเดือนมีนาคม 2569 จึงถูกออกแบบมาเพื่อเป็นเครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์ในการดึงดูด ดึงรั้ง และพัฒนาบุคลากรที่มีความสามารถสูงและมีความหลากหลายจากทั่วโลก เพื่อเตรียมความพร้อมและรองรับการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่นี้อย่างมีเสถียรภาพ

    เอเชียแปซิฟิก: ศูนย์กลางแห่งการเติบโตและการปฏิรูปอุตสาหกรรมการบิน

    สิ่งที่น่าจับตามองเป็นพิเศษคือบทบาทของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งปัจจุบันครองสัดส่วนปริมาณการจราจรทางอากาศสูงถึง 35% ของโลก และมีแนวโน้มที่จะเติบโตจนครอบคลุมพื้นที่ถึงครึ่งหนึ่งหรือ 50% ของอุตสาหกรรมการบินโลกภายในปี 2593 การที่ ยัพ มันชิง ซึ่งเป็นผู้บริหารระดับสูงจากแบรนด์สายการบินสัญชาติเอเชียอย่างแอร์เอเชียได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งนี้ จึงเป็นความยุทธศาสตร์ที่เฉียบคมของ ICAO เพราะเธอมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งต่อบริบททางเศรษฐกิจ สังคม และความท้าทายเฉพาะตัวของภูมิภาคนี้ การเติบโตอย่างรวดเร็วของเอเชียแปซิฟิกไม่สามารถขับเคลื่อนด้วยโมเดลการทำงานแบบเดิมๆ ได้อีกต่อไป แต่ต้องการมุมมองใหม่ๆ ที่มุ่งเน้นการสร้างโอกาสที่เท่าเทียมและการเข้าถึงอาชีพการบินของคนทุกกลุ่ม ซึ่งเธอจะเป็นสะพานเชื่อมสำคัญในการสื่อสารและผลักดันนโยบายเหล่านี้ให้เกิดขึ้นจริงในภูมิภาคที่เป็นกลไกหลักของโลก

    ความหลากหลายและเท่าเทียม: กุญแจสำคัญสู่ความยั่งยืนที่แท้จริง

    เป้าหมายหลักประการหนึ่งของโครงการ IGAP คือการรณรงค์และทำกิจกรรมเชิงรุกเพื่อเข้าถึงกลุ่มเยาวชนและสตรี ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีบทบาทน้อยในอุตสาหกรรมการบินดั้งเดิม การผลักดันความหลากหลายทางเพศและวัยไม่ควรถูกมองว่าเป็นเพียงแค่เรื่องของภาพลักษณ์องค์กรหรือการทำตามกระแสสังคม แต่เป็นความจำเป็นเร่งด่วนในการขยายฐานทรัพยากรมนุษย์เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานฝีมือ ในฐานะประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายความยั่งยืน ยัพ มันชิง มีประสบการณ์ตรงในการสร้างสมดุลระหว่างการดำเนินธุรกิจและการดูแลสังคม ซึ่งเธอสามารถนำองค์ความรู้นี้มาปรับใช้ในการสร้างแรงบันดาลใจและทลายกำแพงความเชื่อเดิมๆ ที่ปิดกั้นโอกาสของสตรีและคนรุ่นใหม่ ให้พวกเขาได้มองเห็นเส้นทางอาชีพที่หลากหลายและมั่นคงในโลกการบินยุคใหม่

    บทสรุป: การเดินทางครั้งใหม่เพื่อความยั่งยืนของน่านฟ้าโลก

    การก้าวขึ้นมารับตำแหน่ง ICAO Global Ambassador ของ ยัพ มันชิง ในครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงแค่รางวัลเกียรติยศส่วนบุคคลหรือขององค์กรแอร์เอเชียเท่านั้น แต่เป็นสัญลักษณ์ของการเริ่มต้นยุคสมัยใหม่ที่อุตสาหกรรมการบินจะต้องปรับตัวอย่างรอบด้านเพื่อความอยู่รอด ความท้าทายในการรับมือกับผู้โดยสารนับหมื่นล้านคนควบคู่ไปกับการรักษาคำมั่นสัญญาเรื่องการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ และการสร้างความเท่าเทียมในสถานที่ทำงาน ถือเป็นภารกิจที่ยิ่งใหญ่และซับซ้อนอย่างยิ่ง การมีผู้นำที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกลและเข้าใจมิติด้านความยั่งยืนอย่างถ่องแท้มาเป็นกระบอกเสียงระดับโลก จะช่วยนำพาอุตสาหกรรมการบินไปสู่ทิศทางที่ถูกต้อง ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อทั้งผู้คนและโลกใบนี้อย่างแท้จริง

  • ยักษ์ใหญ่ใจดีที่รักครอบครัว! Hyundai STARIA Diesel Premium ปรับราคาใหม่ ถูกลง 4 แสน แต่หรูหราจัดเต็มเหมือนเดิม

    ฮุนได โมบิลิตี้ ประเทศไทย เปิดตัว Hyundai STARIA Diesel (Euro 5) รุ่นนำเข้าจากมาเลเซีย ปรับราคาลดลงจากรุ่นนำเข้าเกาหลีเดิมถึง 400,000 บาท โดยรุ่นท็อป Premium ราคาเหลือเพียง 1.999 ล้านบาท แต่ยังคงสเปกหรูและระบบความปลอดภัยครบครันเช่นเดิม

    สัมผัสความหรูหราที่คุ้มค่ากว่าเดิมกับรถยนต์ครอบครัวขนาดใหญ่ระดับพรีเมียม

    ตลาดรถยนต์อเนกประสงค์ขนาดใหญ่หรือ MPV ในประเทศไทยกลับมาคึกคักและน่าจับตามองอีกครั้ง เมื่อ ฮุนได โมบิลิตี้ ประเทศไทย ได้ทำการเปิดตัวและแนะนำ Hyundai STARIA Diesel รุ่นปรับปรุงใหม่ผ่านมาตรฐานไอเสีย Euro 5 โดยไฮไลท์สำคัญอยู่ที่การนำเข้ารุ่นย่อย Premium และ Elite Plus จากประเทศมาเลเซีย ซึ่งส่งผลให้ราคาจำหน่ายปรับลดลงจากรุ่นนำเข้าจากเกาหลีใต้เดิมถึง 400,000 บาท ทำให้รุ่นท็อปอย่าง Premium มีราคาแนะนำอยู่ที่ 1,999,000 บาท เท่านั้น การปรับกลยุทธ์ด้านราคาในครั้งนี้เป็นการตอบสนองความต้องการของครอบครัวยุคใหม่และผู้บริหารที่มองหาความหรูหรา ความกว้างขวาง และสมรรถนะระดับพรีเมียมในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น โดยฮุนไดยังคงรักษามาตรฐานอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและระบบความปลอดภัยไว้อย่างครบครันสะท้อนถึงความคุ้มค่าที่ไม่มีการลดทอนคุณภาพแต่อย่างใด

    ดีไซน์ล้ำสมัยพร้อมห้องโดยสารพรีเมียมระดับเฟิร์สคลาส

    เมื่อพิจารณาถึงรูปลักษณ์ภายนอกและการออกแบบภายในของ Hyundai STARIA Diesel Premium (Euro 5) คันนี้ ต้องยอมรับว่ายังคงความโดดเด่นและล้ำสมัยในสไตล์ยานยนต์แห่งอนาคตไว้อย่างสมบูรณ์แบบ เริ่มตั้งแต่ไฟหน้าแบบ LED โปรเจกเตอร์ กระจังหน้าโครเมียมดีไซน์หรูหรา ไฟท้ายแบบ Parametric Pixel LED ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว และล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้วที่เสริมความภูมิฐานได้เป็นอย่างดี ขณะที่ภายในห้องโดยสารได้รับการออกแบบมาให้รองรับผู้โดยสารได้สูงสุดถึง 11 ที่นั่ง ด้วยเบาะหนังแท้คุณภาพสูงที่มอบสัมผัสนุ่มสบายตลอดการเดินทาง เสริมความหรูหราด้วยไฟสร้างบรรยากาศ Ambient Mood Lighting และความโปร่งสบายจากหลังคาซันรูฟควบคุมด้วยระบบไฟฟ้าถึง 2 บาน นอกจากนี้ยังติดตั้งบันไดข้างไฟฟ้า Power Side Step เพื่ออำนวยความสะดวกในการขึ้น-ลงรถอย่างปลอดภัย พร้อมประตูสไลด์ไฟฟ้าทั้งสองฝั่ง ประตูท้ายเปิด-ปิดไฟฟ้า และระบบเครื่องเสียงระดับไฮเอนด์จาก BOSE พร้อมลำโพง 12 ตำแหน่งที่ช่วยเปลี่ยนทุกการเดินทางให้เป็นสุนทรียภาพอันเหนือระดับ

    สมรรถนะขุมพลังดีเซล Euro 5 แรงดีไม่มีตกและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

    ด้านสมรรถนะและการขับเคลื่อน Hyundai STARIA Diesel (Euro 5) มอบพละกำลังที่ทรงพลังและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น ด้วยการรองรับมาตรฐานไอเสีย Euro 5 และสามารถรองรับการใช้น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว B20 ได้อย่างไม่มีปัญหา ขุมพลังหลักมาจากเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.2 ลิตร เทอร์โบ ที่ให้กำลังสูงสุดถึง 175 แรงม้า และแรงบิดมหาศาลสูงถึง 431 นิวตัน-เมตร ซึ่งจับคู่การทำงานกับเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะได้อย่างราบรื่นและแม่นยำ พร้อมระบบเปลี่ยนเกียร์แบบปุ่มกด Shift-by-Wire และแป้นเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย Paddle Shift ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมจังหวะการขับขี่ได้อย่างใจต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการเร่งแซงที่ทันใจหรือการเดินทางไกลที่เน้นความประหยัดน้ำมัน นอกจากนี้ยังเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งานในเมืองด้วยเบรกมือไฟฟ้าพร้อมระบบ Auto Hold ที่ช่วยลดความเมื่อยล้าในการขับขี่ท่ามกลางการจราจรที่ติดขัดได้เป็นอย่างดี

    ระบบความปลอดภัยอัจฉริยะอัดแน่นเต็มลำ พร้อมทางเลือกที่เข้าถึงได้ง่าย

    ความปลอดภัยถือเป็นหัวใจสำคัญที่ฮุนไดไม่เคยละเลย โดยในรุ่น STARIA Diesel (Euro 5) นี้ ได้รับการติดตั้งเทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับขี่และความปลอดภัยอัจฉริยะ Hyundai SmartSense มาเป็นอุปกรณ์มาตรฐานแบบจัดเต็มถึง 14 ระบบ อาทิ ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติอัจฉริยะ Smart Cruise Control, ระบบเตือนและเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ Forward Collision-avoidance Assist, ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน Lane Keeping Assist, กล้องมองภาพจุดอับสายตา Blind-spot View Monitor และระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง Rear Cross-traffic Collision-avoidance Assist ทำให้ผู้ขับขี่มั่นใจได้ในทุกสถานการณ์ และสำหรับผู้ที่มองหาความคุ้มค่าในงบประมาณที่ประหยัดลงไปอีก ฮุนไดยังมีทางเลือกในรุ่นย่อย Elite Plus ที่ราคา 1,899,000 บาท ซึ่งมาพร้อมกับออปชันสำคัญสำหรับการใช้งานในครอบครัวอย่างครบครัน ทั้งประตูสไลด์ไฟฟ้าคู่ หน้าจอแสดงผลดิจิทัลขนาด 10.25 นิ้ว และกล้องมองภาพรอบทิศทางที่ช่วยเพิ่มความสะดวกและปลอดภัยขณะจอดรถได้อย่างดีเยี่ยม

    การรับประกันระดับพรีเมียมเพื่อความอุ่นใจตลอดอายุการใช้งาน

    สำหรับผู้ที่สนใจเป็นเจ้าของ Hyundai STARIA Diesel (Euro 5) รุ่นนำเข้ามาเลเซียนี้ ตัวรถมีเฉดสีภายนอกให้เลือกสรรตามความต้องการทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สีดำ Jet Black, สีขาว Snowflake White Pearl และสีเทา Meteor Grey ซึ่งทั้งหมดจับคู่กับห้องโดยสารโทนสีเข้มหรูหราดูแลรักษาง่าย ยิ่งไปกว่านั้น ฮุนได ยังมอบความอุ่นใจอย่างต่อเนื่องตลอดการเป็นเจ้าของด้วยแพ็กเกจสิทธิประโยชน์พิเศษภายใต้โปรแกรม myHyundaiCare ที่ประกอบไปด้วย ประกันภัยชั้นหนึ่งพร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี, การรับประกันคุณภาพตัวรถยาวนานถึง 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง นาน 5 ปีเต็มโดยไม่จำกัดระยะทาง จึงอาจกล่าวได้ว่านี่คือโอกาสครั้งสำคัญของผู้ที่กำลังมองหารถยนต์ครอบครัวขนาดใหญ่ระดับพรีเมียม ที่ให้ทั้งความสมบูรณ์แบบด้านฟังก์ชัน สมรรถนะ และความคุ้มค่าที่ยากจะปฏิเสธ โดยพร้อมเปิดให้สัมผัสและทดลองขับแล้ววันนี้ที่โชว์รูมฮุนไดทั่วประเทศ