วันเสาร์, 22 สิงหาคม 2569
📢 สามารถส่งข่าวแจก บทความประชาสัมพันธ์ ได้ที่อีเมล์ ฟรี !
🎬 ติดต่องานรีวิว Line : iNewch
บทความล่าสุด อัปเดตเมื่อ: วันเสาร์, 22 สิงหาคม 2026
วันนี้เราอัปเดทข่าวสารไปทั้งหมด 7 บทความ
HUAWEI Pura 90s Series x AIS 5G-ADVANCED นิยามใหม่ของสมาร์ทโฟนเรือธงเพื่อการสร้างสรรค์อย่างไร้ขีดจำกัด
พลิกโฉมประสบการณ์สมาร์ตโฟนแห่งอนาคต! บุก OPPO Experience Center centralwOrld แลนด์มาร์กแฟลกชิปสุดล้ำใจกลางเมือง
สะกดทุกสายตา! เอ็มจี เปิดตัว MG IM5 EXCLUSIVE EDITION ยนตรกรรมไฟฟ้าพรีเมียมลิมิเต็ดเพียง 50 คัน ในงาน BIG MOTOR SALE 2026
เขย่าวงการ PPV พรีเมียม! GWM เปิดตัว NEW TANK 500 3.0T DIESEL ขุมพลังดีเซลยักษ์ 3.0 ลิตร ทรงพลังและหรูหราขั้นสุด
ปรับโฉมบ้านสู่สมาร์ทโฮมในฝัน! เสียวหมี่จัดหนักโปรแรงรับ 8.8 ลดสูงสุด 50% พร้อมนวัตกรรมอัจฉริยะราคาสุดพิเศษ
Acer Day 2026 SHIFT THE GAME พลิกเกมชีวิต ปลดล็อกขีดจำกัดไปกับนวัตกรรมสุดล้ำฉลองครบรอบ 50 ปี เอเซอร์
ฉลองวันแม่สุดอบอุ่น! แอร์เอเชีย จับมือ MK Restaurants จัดแคมเปญใหญ่ ‘MK พาแม่กิน ลุ้นบินญี่ปุ่น’ ตลอดเดือนสิงหาคมนี้
realme 828 Fan Festival 2026 ปลุกพลัง Gaming DNA ระเบิดความมันส์ศึก RoV ชิงสมาร์ตโฟนเรือธง realme 16 Pro+ 5G
ยกระดับงานวิดีโอไปอีกขั้น! เจาะลึก DJI Mic Mini 2S ไมค์จิ๋วพลังแกร่ง บันทึกเสียง 32-bit Float สุดล้ำ
จักรวาลสมาร์ทไลฟ์สุดล้ำกับ HUAWEI Pura 90s Series และ AppGallery ครบจบในเครื่องเดียว
สะเทือนวงการอีสปอร์ต! เลอโนโวขึ้นแท่น Founding Partner มหกรรม Esports World Cup 2026 พร้อมขับเคลื่อนสมรภูมิปารีสด้วยขุมพลัง Lenovo Legion
บอกรักแม่ด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำ! realme จัดแคมเปญวันแม่ 2569 ขนทัพสมาร์ตโฟนลดแรงสูงสุด 1,000 บาท พร้อมสิทธิ์ผ่อน 0% และของแถมระดับพรีเมียม
  • ทะยานสู่ทศวรรษใหม่! เสียวหมี่โชว์ฟอร์มแกร่งไตรมาส 2 ปี 2569 รายได้ทะลุแสนล้านหยวน ชูกลยุทธ์ ‘Human × Car × Home’ ขับเคลื่อนโลกอนาคต

    เสียวหมี่ คอร์เปอเรชัน ประกาศผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 โกยรายได้ทะลุ 108.9 พันล้านหยวน เติบโตอย่างแข็งแกร่งในทุกกลุ่มธุรกิจ ทั้งสมาร์ทโฟนพรีเมียม ยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ และระบบนิเวศ AIoT ที่เชื่อมโยงผู้ใช้งานทั่วโลกอย่างไร้รอยต่อ

    ยืนหยัดอย่างทรงพลังท่ามกลางความท้าทายระดับโลก

    เสียวหมี่ คอร์เปอเรชัน (Xiaomi) ยักษ์ใหญ่แห่งวงการเทคโนโลยีและผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะระดับโลก ได้ประกาศผลการดำเนินงานประจำไตรมาสที่สองของปี 2569 ที่แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งอันน่าทึ่งท่ามกลางความท้าทายในตลาดเทคโนโลยีทั่วโลก โดยบริษัทสามารถทำรายรับรวมในไตรมาสนี้ไปได้สูงถึง 108.9 พันล้านหยวน ซึ่งเป็นการกลับมาทะลุหลักแสนล้านหยวนอีกครั้งอย่างสง่างาม คิดเป็นการเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 9.9% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ขณะเดียวกันก็สามารถทำกำไรสุทธิที่ปรับปรุงแล้วได้สูงถึง 6.2 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 2.4% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน แม้ว่าในปัจจุบันอุตสาหกรรมเทคโนโลยีจะเผชิญกับพายุความกดดันรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนของชิ้นส่วนสำคัญอย่างหน่วยความจำที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ตลอดจนการแข่งขันที่ทวีความดุเดือดในทุกเซกเมนต์ ทว่าด้วยกลยุทธ์การบริหารจัดการอันชาญฉลาดและวิสัยทัศน์ที่มุ่งมั่น เสียวหมี่ก็ยังคงยืนหยัดและเติบโตได้อย่างมั่นคงภายใต้ระบบนิเวศอันทรงพลัง “Human × Car × Home” ที่เชื่อมโยงการใช้ชีวิตของผู้คน ยานยนต์ และที่อยู่อาศัยเข้าด้วยกันได้อย่างลงตัวและไร้รอยต่อ

    สมาร์ทโฟนพรีเมียมเติบโตแกร่ง รักษาบัลลังก์ท็อป 3 ระดับสากล

    ในส่วนของธุรกิจสมาร์ทโฟนซึ่งเป็นหนึ่งในเสาหลักสำคัญ เสียวหมี่ยังคงรักษาเสถียรภาพและตำแหน่งผู้นำได้อย่างเหนียวแน่น โดยสามารถครองอันดับหนึ่งในสามของผู้จัดส่งสมาร์ทโฟนสูงสุดของโลกติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 24 จากข้อมูลของสถาบันวิจัยระดับโลกอย่าง Omdia ซึ่งในไตรมาสนี้เสียวหมี่สร้างรายรับจากธุรกิจสมาร์ทโฟนได้สูงถึง 42.1 พันล้านหยวน จากยอดจัดส่งทั่วโลกจำนวน 31.2 ล้านเครื่อง ยิ่งไปกว่านั้น กลยุทธ์การยกระดับแบรนด์ขึ้นสู่ตลาดพรีเมียม (Premiumization) ยังประสบความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม โดยราคาเฉลี่ยต่อเครื่อง (ASP) ทั่วโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 25.9% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า จนแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1,351 หยวน โดยเฉพาะในตลาดจีนแผ่นดินใหญ่ที่สมาร์ทโฟนระดับไฮเอนด์ราคาตั้งแต่ 3,000 หยวนขึ้นไป มีสัดส่วนยอดขายเติบโตจนคิดเป็น 32.1% ของยอดขายทั้งหมด ซึ่งการเปิดตัวสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นล่าสุดอย่าง Xiaomi 17T Series ได้เข้ามาเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยขยายฐานกลุ่มลูกค้าพรีเมียมในตลาดต่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    ปฏิวัติวงการยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะด้วยการเปิดตัว SUV รุ่นใหม่ล่าสุด

    อีกหนึ่งไฮไลท์ที่สร้างความสั่นสะเทือนให้แก่วงการยานยนต์อัจฉริยะ คือผลการดำเนินงานของกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และนวัตกรรมใหม่ของเสียวหมี่ ที่ทำรายรับรวมได้สูงถึง 24.9 พันล้านหยวน โดยในจำนวนนี้เป็นรายรับหลักจากกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะถึง 23.9 พันล้านหยวน ด้วยยอดส่งมอบรถยนต์ในไตรมาสนี้ที่ทะยานทะลุ 104,199 คัน ซึ่งนอกจากความสำเร็จของ Xiaomi SU7 Series ที่ครองแชมป์ยอดขายอันดับหนึ่งในกลุ่มรถยนต์ซีดานไฟฟ้าหรูของจีนแล้ว เสียวหมี่ยังเดินหน้าสร้างความตื่นตาตื่นใจด้วยการเปิดตัวเทคโนโลยีโครงสร้างสถาปัตยกรรมระดับปฏิวัติวงการอย่าง Xiaomi Kunlun Technical Architecture ควบคู่ไปกับการเปิดตัวรถยนต์ SUV แบบ Extended-Range รุ่นใหม่อย่าง Xiaomi SkyNomad N90 Max ที่มาพร้อมนวัตกรรมแบตเตอรี่ Xiaomi Armor Scale Battery ขนาด 76 kWh ซึ่งให้ระยะทางการขับขี่ที่ไกลถึง 1,705 กิโลเมตรตามมาตรฐาน CLTC พร้อมห้องโดยสารอัจฉริยะที่สามารถปรับเปลี่ยนพื้นที่การใช้งานได้อย่างหลากหลาย ตอบโจทย์ทั้งโหมดสำนักงานและการพักผ่อนสำหรับครอบครัวยุคใหม่ได้อย่างลงตัวที่สุด

    อาณาจักร AIoT และบริการอินเทอร์เน็ตที่ขยายตัวอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

    ทางด้านระบบนิเวศอัจฉริยะ IoT และผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ของเสียวหมี่ ก็มีการเติบโตที่ร้อนแรงไม่แพ้กัน โดยทำรายรับไปได้ถึง 31.3 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นถึง 26.7% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งได้รับแรงขับเคลื่อนหลักจากการขยายตลาดและช่องทางการจัดจำหน่ายในต่างประเทศอย่างแข็งแกร่ง ส่งผลให้อุปกรณ์แท็บเล็ตและหูฟัง TWS ของเสียวหมี่สามารถครองตำแหน่งท็อป 5 และท็อป 2 ของโลกตามลำดับ ปัจจุบันแพลตฟอร์ม AIoT ของเสียวหมี่มีจำนวนอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต (ไม่รวมสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต) สูงเป็นประวัติการณ์ถึง 1,160.8 ล้านเครื่อง เติบโตขึ้น 17.4% โดยมีกลุ่มผู้ใช้งานที่มีอุปกรณ์เชื่อมต่อตั้งแต่ 5 เครื่องขึ้นไปพุ่งสูงถึง 24.6 ล้านราย สอดคล้องกับความแข็งแกร่งของธุรกิจบริการอินเทอร์เน็ตที่สร้างรายได้ 9.0 พันล้านหยวน พร้อมอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงถึง 76.8% โดยมีจำนวนผู้ใช้งานรายเดือน (MAU) ทั่วโลกทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 766.5 ล้านราย สะท้อนให้เห็นว่าระบบนิเวศเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านของเสียวหมี่ได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของผู้คนทั่วโลกอย่างสมบูรณ์แบบ

    ทุ่มงบวิจัยและพัฒนา สรรค์สร้างนวัตกรรมแห่งอนาคต

    กุญแจสำคัญที่ทำให้เสียวหมี่สามารถรักษาความเป็นผู้นำทางเทคโนโลยีไว้ได้อย่างยั่งยืน คือความมุ่งมั่นในการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) ซึ่งในครึ่งปีแรกของปี 2569 เสียวหมี่ได้ทุ่มงบประมาณไปแล้วกว่า 18.2 พันล้านหยวน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการมุ่งเน้นพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างโมเดลภาษาขนาดใหญ่อย่าง Xiaomi MiMo-V2.5 ที่มียอดใช้งานโทเคนต่อสัปดาห์สูงที่สุดบนแพลตฟอร์ม OpenRouter ถึง 10.5 ล้านล้านโทเคน รวมถึงการยกระดับประสิทธิภาพโรงงานผลิตอัจฉริยะด้วยการนำหุ่นยนต์ทรงพลังสองรุ่นอย่าง Xiaomi-Robotics-U0 และ Xiaomi-Robotics-1 เข้ามาทำงานในสายการผลิตจริง นอกจากนี้ การเผยโฉมระบบปฏิบัติการเจเนอเรชันใหม่อย่าง Xiaomi HyperOS 4 ที่ทำงานร่วมกับระบบผู้ช่วยอัจฉริยะ Xiaomi Hyper XiaoAi 2.0 ยังช่วยผสานรวมการทำงานระหว่างอุปกรณ์พกพา ยานยนต์ และอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านได้อย่างราบรื่นไร้รอยต่อ และนี่คือเครื่องพิสูจน์อันเด่นชัดว่า เสียวหมี่ไม่ใช่เพียงแค่แบรนด์สินค้าไอทีทั่วไป แต่คือผู้กำหนดทิศทางแห่งอนาคตที่พร้อมจะนำพาระบบนิเวศ “Human × Car × Home” ไปสู่ระดับที่ไม่มีใครเทียบเคียงได้

  • ปฏิวัติวงการมือถือ! เจาะลึกนวัตกรรมสุดล้ำของ vivo ครึ่งปีแรก 2569 กับก้าวสำคัญสู่เทคโนโลยีระดับพรีเมียมที่จับต้องได้จริง

    เจาะลึกนวัตกรรมเด่นของ vivo ในครึ่งแรกของปี 2569 ทั้งระบบกล้อง Imaging System ร่วมกับ ZEISS, ขุมพลังแบตเตอรี่ BlueVolt ชาร์จไว และระบบปฏิบัติการ OriginOS 6 สู่มาตรฐานใหม่แห่งวงการสมาร์ตโฟน

    ปฏิวัติวงการมือถือ! เจาะลึกนวัตกรรมสุดล้ำของ vivo ครึ่งปีแรก 2569 กับก้าวสำคัญสู่เทคโนโลยีระดับพรีเมียมที่จับต้องได้จริง

    ตลอดช่วงครึ่งแรกของปี พ.ศ. 2569 ตลาดสมาร์ตโฟนยังคงทวีความร้อนแรงและแข่งขันกันอย่างเข้มข้นในทุกระดับ ทว่าจุดเปลี่ยนสำคัญในสมรภูมินี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การอวดอ้างตัวเลขสเปกบนกระดาษอีกต่อไป แต่เป็นการขับเคี่ยวกันด้วยนวัตกรรมที่สามารถตอบโจทย์การใช้งานจริงในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคได้อย่างตรงจุด โดยแบรนด์ยักษ์ใหญ่อย่าง vivo ได้แสดงศักยภาพความเป็นผู้นำด้วยการเปิดตัวนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมตั้งแต่สมาร์ตโฟนระดับเรือธงสำหรับเหล่าครีเอเตอร์มืออาชีพ ไปจนถึงสมาร์ตโฟนประสิทธิภาพสูงที่เข้าถึงง่ายสำหรับผู้ใช้งานทั่วไป ซึ่งการขับเคลื่อนในครั้งนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยยกระดับประสบการณ์การใช้งานของมนุษย์ให้สะดวกสบายยิ่งขึ้น แต่ยังเป็นการตอกย้ำวิสัยทัศน์ของ vivo ในการส่งมอบเทคโนโลยีระดับพรีเมียมให้ก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ผู้คนในวงกว้างได้อย่างแท้จริง

    ยกระดับระบบกล้องถ่ายภาพผสานเทคโนโลยีเลนส์ระดับโลก

    ไฮไลท์ที่โดดเด่นที่สุดในครึ่งปีแรกนี้คงหนีไม่พ้นการยกระดับระบบการถ่ายภาพ หรือ Imaging System สู่มาตรฐานระดับโปร โดย vivo เลือกที่จะก้าวข้ามขีดจำกัดของการเพิ่มความละเอียดพิกเซลแบบเดิมๆ แล้วหันมาสร้างสรรค์ระบบการถ่ายภาพแบบครบวงจรที่ผสานความสามารถของเลนส์คุณภาพสูง ระบบป้องกันการสั่นไหว เซนเซอร์อัจฉริยะ ซอฟต์แวร์ประมวลผล และเทคโนโลยี AI เข้าไว้ด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ ผ่านการร่วมมืออย่างเหนียวแน่นกับแบรนด์กล้องระดับโลกอย่าง ZEISS จนนำมาซึ่งการเผยโฉม vivo X300 Ultra ในงาน Mobile World Congress 2026 ประเทศสเปน ที่มาพร้อมกับอุปกรณ์เสริมสุดล้ำอย่าง vivo ZEISS Telephoto Extender Gen 2 Ultra ซึ่งช่วยเพิ่มระยะซูมได้เทียบเท่าเลนส์ 400 มิลลิเมตร ควบคู่ไปกับมาตรฐานเลนส์ ZEISS APO ที่ช่วยให้ทุกภาพถ่ายมีความคมชัดและสีสันแม่นยำอย่างเป็นธรรมชาติ นอกจากนี้ยังมีการเปิดตัวอุปกรณ์เสริมกลุ่ม Pro-grade Camera Cage เพื่อเปลี่ยนสมาร์ตโฟนให้กลายเป็นกล้องถ่ายภาพยนตร์ขนาดพกพา รองรับการบันทึกวิดีโอระดับ Cinematic 4K 120fps 10-bit Log ในทุกระยะเลนส์ ซึ่งถือเป็นการเปิดประตูบานใหม่ให้แก่เหล่านักสร้างสรรค์คอนเทนต์และช่างภาพมืออาชีพในประเทศไทยได้อย่างน่าประทับใจ

    พลังประมวลผลคู่ชิปเซ็ตอัจฉริยะ และแบตเตอรี่ BlueVolt ทะลุขีดจำกัด

    เมื่อประสิทธิภาพของระบบกล้องและการประมวลผลถูกยกระดับขึ้นอย่างก้าวกระโดด vivo จึงให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนาฮาร์ดแวร์ภายในเพื่อรองรับการทำงานหนักได้อย่างไม่มีสะดุด ด้วยการจับคู่ชิปเซ็ตประมวลผลประสิทธิภาพสูงอย่าง MediaTek Dimensity ที่ได้รับการปรับแต่งร่วมกันอย่างประณีต เข้ากับชิปประมวลผลภาพเฉพาะทางที่ vivo พัฒนาขึ้นเองอย่าง vivo VS1+ เพื่อเสริมพลังการถ่ายภาพและงานประมวลผล AI และเพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมการใช้งานยาวนานตลอดวัน vivo จึงได้เปิดตัวเทคโนโลยีแบตเตอรี่ BlueVolt เจเนอเรชันใหม่ล่าสุด ซึ่งสร้างสมดุลอันยอดเยี่ยมระหว่างความจุที่มหาศาลและดีไซน์ตัวเครื่องที่ยังคงบางเฉียบพกพาสะดวก โดยถูกนำมาใช้งานจริงในสมาร์ตโฟนหลากหลายรุ่นตั้งแต่ความจุ 6500mAh ในรุ่น V70 และ X300 FE ไปจนถึงระดับ 6600mAh ในรุ่น X300 Ultra และพุ่งทะยานสูงถึง 7000mAh และ 7200mAh ในรุ่น V70 FE และ Y31d ตามลำดับ พร้อมเทคโนโลยีชาร์จเร็ว FlashCharge และระบบจัดการสุขภาพแบตเตอรี่อัจฉริยะที่ช่วยรับประกันว่าตัวแบตเตอรี่จะยังคงใช้งานได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพยาวนานหลายปี

    ระบบปฏิบัติการลื่นไหลควบคู่มาตรฐานความทนทานระดับทหาร

    นอกเหนือจากความแข็งแกร่งทางด้านฮาร์ดแวร์และแบตเตอรี่แล้ว vivo ยังได้ปฏิวัติประสบการณ์การใช้งานผ่านซอฟต์แวร์ระบบปฏิบัติการ OriginOS 6 ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อความลื่นไหลระดับสูงสุดและการตอบสนองที่ฉับไวในทุกมิติ โดยมีการผสานฟังก์ชัน AI เข้าไปในทุกส่วนของระบบปฏิบัติการเพื่อคอยสนับสนุนการจัดการข้อมูล การทำงานเอกสาร การสร้างสรรค์คอนเทนต์ ตลอดจนการรับชมความบันเทิงให้เป็นเรื่องง่ายและชาญฉลาดมากยิ่งขึ้น ควบคู่ไปกับการใส่ใจในเรื่องของความทนทานอันเป็นปัจจัยพื้นฐานที่ผู้บริโภคยุคใหม่มองหา โดยในสมาร์ตโฟนเจเนอเรชันนี้ vivo ได้ยกระดับมาตรฐานความทนทานขึ้นไปอีกขั้นด้วยการเสริมโครงสร้างตัวเครื่องให้แข็งแกร่งรองรับแรงกระแทกตามมาตรฐานทางการทหาร (Military Standard) พร้อมผ่านการรับรองจากสถาบันระดับสากลอย่าง SGS รวมถึงการผ่านการทดสอบคุณสมบัติการป้องกันน้ำและฝุ่นในระดับสูงอย่าง IP68 และ IP69 ทำให้ผู้ใช้งานทุกคนมั่นใจได้ว่าสมาร์ตโฟนเครื่องโปรดจะพร้อมลุยไปในทุกสถานการณ์จริงอย่างปลอดภัยและไร้กังวล

    ก้าวสู่อนาคตที่ยั่งยืนด้วยวิสัยทัศน์และการพัฒนาที่ไม่หยุดยั้ง

    ทิศทางและนวัตกรรมทั้งหมดที่เกิดขึ้นในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 นี้ เป็นเพียงก้าวแรกของแผนการอันยิ่งใหญ่ในการส่งมอบเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของมนุษย์อย่างรอบด้าน โดยในครึ่งปีหลังและอนาคตอันใกล้ vivo ยังคงเดินหน้าเตรียมพร้อมนำเสนอเทคโนโลยีเซนเซอร์กล้องถ่ายภาพที่ล้ำสมัยยิ่งกว่าเดิม พร้อมทั้งมีแผนการเปิดตัวเทคโนโลยีแบตเตอรี่ BlueVolt ความจุสูงระดับประวัติศาสตร์ตั้งแต่ 8000 ถึง 10000mAh ที่จะเปลี่ยนนิยามของการใช้งานสมาร์ตโฟนแบบเดิมๆ ไปโดยสิ้นเชิง รวมถึงเตรียมปล่อยระบบปฏิบัติการเวอร์ชันถัดไปอย่าง OriginOS 7 ที่จะขนทัพฟีเจอร์ AI ชุดใหม่เข้ามาทำให้สมาร์ตโฟนมีความเป็นอัจฉริยะส่วนบุคคลมากยิ่งขึ้น สิ่งเหล่านี้ไม่เพียงแต่เป็นเครื่องยืนยันถึงความไม่หยุดนิ่งในการพัฒนาของ vivo เท่านั้น แต่ยังเป็นการตอกย้ำเป้าหมายสูงสุดในการยกระดับและปฏิวัติวงการสมาร์ตโฟนเพื่อสร้างมาตรฐานบทใหม่ให้แก่ผู้ใช้งานทั่วโลกอย่างยั่งยืน

  • ปลุกพลังเกมมิ่งระดับโปร! “realme 16 Series 5G” ขึ้นแท่น Official Device Partner ศึก RoV Pro League 2026 Winter ขับเคลื่อนอีสปอร์ตไทยสู่ระดับสากล

    realme ประกาศร่วมมือครั้งสำคัญกับวงการอีสปอร์ตไทยในฐานะ Official Device Partner สำหรับการแข่งขัน RoV Pro League 2026 Winter โดยส่งสมาร์ตโฟนสเปกแรงรุ่น realme 16 Series 5G เข้ามาเป็นอาวุธคู่กายให้นักแข่งได้ใช้งาน พร้อมขนกิจกรรมสุดพิเศษมากมายอย่างงาน realme 828 Fan Festival มาให้เหล่าเกมเมอร์ได้ร่วมสนุกตลอดทั้งปี

    ปลุกพลังเกมมิ่งระดับโปร! “realme 16 Series 5G” ขับเคลื่อนอีสปอร์ตไทยสู่ระดับสากล

    วงการอีสปอร์ตไทยเตรียมสั่นสะเทือนอีกครั้งเมื่อแบรนด์สมาร์ตโฟนเพื่อคนรุ่นใหม่ที่เติบโตเร็วที่สุดในโลกอย่าง realme (เรียลมี) ได้ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญในการก้าวขึ้นเป็น “Official Device Partner” อย่างเป็นทางการสำหรับการแข่งขัน RoV Pro League 2026 Winter (RPL 2026 Winter) ซึ่งถือเป็นลีกอาชีพสูงสุดของเกม RoV ในประเทศไทย โดยในครั้งนี้ realme พร้อมส่งสมาร์ตโฟนทรงพลังรุ่นล่าสุดอย่าง “realme 16 Series 5G” เข้ามาเป็นอาวุธคู่ใจในสนามประลองของเหล่าเกมเมอร์ระดับมืออาชีพ เพื่อมอบประสบการณ์การเล่นเกมที่ลื่นไหล ไร้รอยต่อ และเปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพสูงสุด การจับมือในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการนำเสนอเทคโนโลยีล้ำสมัยสู่เวทีการแข่งขันระดับประเทศเท่านั้น แต่ยังเป็นการตอกย้ำวิสัยทัศน์อันแน่วแน่ของ realme ในการสนับสนุนและผลักดันวงการเกมรวมถึงคอมมูนิตี้อีสปอร์ตของไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้แสดงศักยภาพและแพสชันอย่างเต็มที่ในพื้นที่ระดับมืออาชีพ

    สำหรับสมาร์ตโฟนที่เป็นไฮไลต์สำคัญและถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์เหล่าโมบายเกมเมอร์และนักแข่งอีสปอร์ตระดับโปรเพลเยอร์โดยเฉพาะคือ “realme 16 Pro+ 5G” ซึ่งเป็นรุ่นท็อปสุดของซีรีส์นี้ ตัวเครื่องขับเคลื่อนด้วยขุมพลังชิปเซ็ตเจเนอเรชันใหม่อย่าง Snapdragon 7 Gen 4 ที่สามารถทำคะแนนทดสอบประสิทธิภาพการทำงาน AnTuTu ได้สูงทะลุ 1.44 ล้านคะแนน มอบพลังการประมวลผลที่รวดเร็วและแม่นยำอย่างเหนือชั้น ผสานการทำงานร่วมกับหน้าจอแสดงผลอัตรารีเฟรชเรตระดับท็อปที่สูงถึง 144Hz ช่วยให้ทุกการเคลื่อนไหวในเกมมีความสมูท ลื่นไหล และตอบสนองต่อการสัมผัสได้อย่างทันท่วงทีในทุกจังหวะสำคัญ นอกจากนี้ ตัวเครื่องยังมีจุดเด่นที่แบตเตอรี่ยักษ์ความจุสะใจถึง 7,000mAh Titan Battery ที่มาพร้อมระบบ Bypass Charging ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเล่นเกมไปด้วยและชาร์จแบตเตอรี่ไปด้วยได้อย่างปลอดภัยโดยไม่มีปัญหาเรื่องเครื่องร้อนเกินไป เสริมทัพด้วยระบบระบายความร้อนอันล้ำสมัย AirFlow VC Cooling System ที่ควบคุมอุณหภูมิได้อย่างยอดเยี่ยม แม้จะใช้งานหนักหน่วงในแมตช์การแข่งขันที่ยาวนาน พร้อมทั้งยังมีเทคโนโลยี AI ช่วยจัดการเฟรมเรตและการใช้พลังงานให้คงที่และลื่นไหลตั้งแต่วินาทีแรกจนจบแมตช์

    การก้าวเข้ามาเป็นพันธมิตรอย่างเป็นทางการในศึกโปรลีกครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของ realme ในการเดินหน้าขับเคลื่อนระบบนิเวศการท่องเที่ยวเชิงเกมและกีฬาอีสปอร์ต (Gaming & Esports Ecosystem) ของประเทศไทยในระยะยาว ภายใต้สโลแกนและแนวคิด “Make Your Passion Real” ที่ต้องการสนับสนุนและสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่เปลี่ยนจากความชื่นชอบและแพสชันในการเล่นเกมให้กลายเป็นประสบการณ์ชีวิตและการทำงานที่จับต้องได้จริง การร่วมมือครั้งนี้ไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่การมอบอุปกรณ์ประสิทธิภาพสูงให้กับผู้เข้าแข่งขันเท่านั้น แต่ realme ยังทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมโยงระหว่างผู้เล่นระดับมืออาชีพ แฟนเกม และคนรุ่นใหม่ที่รักในการเล่นเกมเข้าด้วยกัน เพื่อเปิดโอกาสให้คอมมูนิตี้แห่งนี้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น และช่วยผลักดันจากกลุ่มผู้ชมที่มีความฝัน สู่การเป็นผู้เล่นที่มีฝีมือ พร้อมที่จะก้าวเข้าสู่วงการอีสปอร์ตระดับสากลต่อไปในอนาคตได้อย่างมั่นใจ

    หากมองย้อนกลับไปตลอดปี 2569 จะเห็นได้ว่า realme มีความมุ่งมั่นในการทำกิจกรรมและสนับสนุนแวดวงเกมเมอร์ไทยอย่างชัดเจนและต่อเนื่อง โดยเริ่มต้นตั้งแต่การเป็น Official Device Partner ในการแข่งขัน RPL 2026 Summer เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ตามมาด้วยการจับมือเป็นผู้สนับสนุนหลักของสโมสรชื่อดังขวัญใจมหาชนอย่าง Bacon Time ในงานแฟนมีตติ้งสุดอบอุ่น และล่าสุดกับการจัดงานเฉลิมฉลองครั้งยิ่งใหญ่อย่าง realme 828 Fan Festival 2026 ซึ่งภายในงานจะมีการแข่งขัน RoV 828 GAMING TOURNAMENT ทัวร์นาเมนต์สุดพิเศษที่เปิดโอกาสให้เกมเมอร์จากทั่วประเทศได้มาร่วมประลองฝีมือกันทั้งในรอบออนไลน์และออฟไลน์ โดยรอบชิงชนะเลิศจะจัดขึ้นในวันที่ 28 สิงหาคม ณ realme Brand Shop สาขามาร์เก็ตวิลเลจ สุวรรณภูมิ เพื่อลุ้นรับของรางวัลใหญ่อย่างสมาร์ตโฟน realme 16 Pro+ 5G ไปครองแบบฟรีๆ ซึ่งกิจกรรมนี้เป็นเหมือนสนามอุ่นเครื่องชั้นยอดก่อนที่การแข่งขันระดับโปรลีกรอบฤดูหนาวจะเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ

    นอกเหนือจากการแข่งขันในสนามจริงแล้ว realme ยังส่งต่อความสนุกและมอบสิทธิพิเศษให้กับแฟนคลับรวมถึงผู้ชมทางบ้านผ่านกิจกรรมสุดพิเศษ “real Gaming DNA” เพื่อร่วมค้นหาดีเอ็นเอความเป็นเกมเมอร์ในตัวคุณ พร้อมเปิดโอกาสให้ทุกคนได้ร่วมสนุกลุ้นรับสมาร์ตโฟน realme 16 Pro 5G ไปใช้งานกันฟรีๆ ถึง 3 รางวัล โดยสามารถติดตามรายละเอียดและกติกาเข้าร่วมสนุกได้ง่ายๆ ผ่านช่องทางเพจ Facebook ทางการของ realme Thailand การจัดเต็มของแคมเปญทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นว่า realme พร้อมที่จะยืนหยัดเคียงข้างคอมมูนิตี้เกมเมอร์ไทยในระยะยาวอย่างแท้จริง ทั้งในแง่ของผลิตภัณฑ์ประสิทธิภาพสูงและการสนับสนุนด้านกิจกรรมสร้างสรรค์ ดังนั้น แฟนเกม RoV และเหล่าเกมเมอร์ทุกคนจึงไม่ควรพลาดที่จะร่วมเกาะขอบสนาม ติดตามความตื่นเต้น และเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่ที่จะเกิดขึ้นในศึก RPL 2026 Winter ที่กำลังจะมาถึงนี้ไปพร้อมๆ กัน

  • HUAWEI Pura 90s Series x AIS 5G-ADVANCED นิยามใหม่ของสมาร์ทโฟนเรือธงเพื่อการสร้างสรรค์อย่างไร้ขีดจำกัด

    HUAWEI ร่วมมือกับ AIS เปิดตัวสมาร์ทโฟนเรือธง HUAWEI Pura 90s Series ขุมพลังจากเครือข่าย AIS 5G-ADVANCED ที่เชื่อมต่อได้รวดเร็วและเสถียรยิ่งขึ้น พร้อมตอบโจทย์คนรุ่นใหม่และคอนเทนต์ครีเอเตอร์ด้วยกล้องระดับมืออาชีพและดีไซน์หรูหราพรีเมียม

    HUAWEI Pura 90s Series x AIS 5G-ADVANCED นิยามใหม่ของสมาร์ทโฟนเรือธงเพื่อการสร้างสรรค์อย่างไร้ขีดจำกัด

    ทุกวันนี้เทคโนโลยีบนสมาร์ทโฟนได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการมอบอิสระให้ผู้ใช้งานสามารถสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ได้อย่างไร้ขีดจำกัด ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนมือถือให้กลายเป็นสตูดิโอถ่ายภาพส่วนตัวหรือออฟฟิศเคลื่อนที่สำหรับการทำงานในยุคดิจิทัล สำหรับกลุ่มครีเอเตอร์และคนรุ่นใหม่ที่ใช้ชีวิตส่วนใหญ่บนโลกออนไลน์ การแชร์ไลฟ์สไตล์ ถ่ายทำคอนเทนต์ ตลอดจนการไลฟ์สตรีมแบบเรียลไทม์จำเป็นต้องพึ่งพาเครือข่ายที่เร็ว แรง และเสถียรเป็นที่สุด ด้วยเหตุนี้ หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป (ประเทศไทย) จึงได้จับมือร่วมกับผู้ให้บริการเครือข่ายอันดับหนึ่งอย่าง AIS เพื่อเปิดตัวสมาร์ทโฟนระดับเรือธงล่าสุดอย่าง HUAWEI Pura 90s Series ที่ผสานศักยภาพร่วมกับเครือข่ายประสิทธิภาพสูง AIS 5G-ADVANCED ยกระดับประสบการณ์การเชื่อมต่อให้เหนือชั้นกว่าที่เคย ตอบโจทย์การอัปโหลดไฟล์ขนาดใหญ่ การประชุมออนไลน์ และการทำงานนอกสถานที่อย่างไร้รอยต่อ เพราะในยุคนี้ทุกโมเมนต์สำคัญไม่สามารถรอได้ เครือข่าย 5G จึงต้องเป็นมากกว่าแค่เรื่องของความเร็วทั่วๆ ไป

    มิติใหม่แห่งการเชื่อมต่อที่รวดเร็วและเสถียรยิ่งขึ้นด้วยเทคโนโลยี 5G-ADVANCED

    ในยุคที่คอนเทนต์เกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลา ความหมายของเครือข่ายที่รวดเร็วจึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การดาวน์โหลดข้อมูลที่ไวขึ้นเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงความสามารถในการอัปโหลดเพื่อแบ่งปันช่วงเวลาสำคัญได้อย่างทันท่วงที โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับกลุ่มอินฟลูเอนเซอร์และคอนเทนต์ครีเอเตอร์ที่ต้องทำงานแข่งกับเวลา การถ่ายวิดีโอความละเอียดสูงจากสถานที่จริง การไลฟ์สดจากงานอีเวนต์สำคัญ หรือการส่งไฟล์งานขนาดใหญ่กลับไปให้ทีมตัดต่ออย่างรวดเร็ว ถือเป็นหัวใจสำคัญของความสำเร็จ การมีสมาร์ทโฟนที่รองรับเครือข่าย AIS 5G-ADVANCED จะช่วยลดขั้นตอนการรอคอยที่น่าเบื่อหน่าย ทำให้กระบวนการทำงานตั้งแต่การถ่ายภาพ การตัดต่อ ไปจนถึงการอัปโหลดและแชร์ออกไปสู่โลกโซเชียลเป็นไปอย่างลื่นไหลไม่มีสะดุด ขณะเดียวกันผู้ใช้งานทั่วไปก็สามารถรับประโยชน์นี้ได้เต็มๆ ไม่ว่าจะเป็นการสตรีมความบันเทิงระหว่างเดินทาง การวิดีโอคอลคุณภาพสูงกับครอบครัว หรือการสำรองข้อมูลขึ้นระบบคลาวด์ได้ทันทีโดยไม่ต้องรอให้ถึงบ้าน

    นวัตกรรมกล้องระดับสตูดิโออัจฉริยะและการออกแบบที่ผสานแฟชั่นอย่างไร้ที่ติ

    นอกเหนือจากความทรงพลังในเรื่องของระบบเครือข่ายแล้ว HUAWEI Pura 90s Series ยังได้รับการขนานนามว่าเป็นที่สุดของสมาร์ทโฟนเพื่อการสร้างสรรค์คอนเทนต์ ด้วยระบบกล้องถ่ายภาพระดับเรือธงที่มาพร้อมเลนส์เสริมสีจริง 2.0 (Real-Color Camera 2.0) ทำงานร่วมกับเทคโนโลยีประมวลผลอัจฉริยะเพื่อมอบความแม่นยำของสี แสง และรายละเอียดภาพสูงสุด โดยในรุ่นท็อปอย่าง HUAWEI Pura 90s Pro Max มาพร้อมกับกล้องเทเลโฟโต้เซนเซอร์ขนาดใหญ่ความละเอียดสูงถึง 200 ล้านพิกเซล ควบคู่กับกล้อง HDR ที่ช่วยเก็บรายละเอียดในทุกสภาพแสงได้อย่างสมบูรณ์แบบ ส่วนรุ่น HUAWEI Pura 90s Pro ก็โดดเด่นด้วยกล้องเทเลโฟโต้มาโครที่สามารถโฟกัสวัตถุได้ใกล้สุดถึง 5 เซนติเมตร ถ่ายทอดมิติที่สวยงามของภาพชิ้นเล็กได้อย่างน่าอัศจรรย์ ยิ่งไปกว่านั้นยังมีฟีเจอร์ AI อัจฉริยะคอยช่วยเหลือผู้ใช้งานในทุกขั้นตอน เช่น AI Composition ช่วยจัดองค์ประกอบภาพให้ออกมาเหมือนมืออาชีพ, AI Best Expression เพื่อการถ่ายภาพบุคคลที่ดีที่สุด, AI De-glare ลดแสงสะท้อนบนกระจก, และ AI Remove กับ AI Move ที่ช่วยจัดการแต่งภาพได้อย่างสะดวกง่ายดายในไม่กี่คลิก

    ดีไซน์สุดพรีเมียมอันเป็นเอกลักษณ์และขุมพลังการใช้งานอันยาวนาน

    ในด้านความงามและการออกแบบตัวเครื่อง สมาร์ทโฟนซีรีส์นี้ยังสะท้อนความเป็นแฟชั่นและศิลปะผ่านแนวคิดการดีไซน์ “Rhythm of Color” ที่ผสานแสง สี และเส้นสายได้อย่างลงตัว โดยรุ่น HUAWEI Pura 90s Pro Max นำเสนอสีสันสุดหรูหราอย่าง ขาวบลัชโกลด์, ส้มโอเชียน, ม่วงซันเซ็ต และดำแกรไฟต์ ซึ่งในสีส้มโอเชียนจะมีความพิเศษด้วยกรอบเครื่องแบบไล่เฉดสีอันประณีต ขณะที่รุ่น HUAWEI Pura 90s Pro มาในเฉดสีสดใส อาทิ พิงก์กวาวา, ส้มซ่า, ขาวมะพร้าว และดำมัลเบอร์รี ช่วยสะท้อนเอกลักษณ์เฉพาะตัวของผู้ครอบครองได้อย่างชัดเจน ทั้งนี้ ตัวเครื่องยังอัดแน่นด้วยสเปกการใช้งานสุดทนทานด้วยกระจกกันรอยนิรภัย Kunlun Glass รุ่นที่ 2 ที่มีความแข็งแกร่งเป็นเลิศ พร้อมแบตเตอรี่ความจุสะใจถึง 6,000mAh ที่รองรับระบบชาร์จเร็วทันใจ HUAWEI SuperCharge และสามารถเข้าถึงทุกความบันเทิงอย่างปลอดภัยผ่าน AppGallery แหล่งรวมแอปพลิเคชันยอดนิยมอย่างครบครัน

    ข้อเสนอสุดพิเศษต้อนรับการเปิดตัวกับ AIS สเปกแรงในราคาที่จับต้องได้

    ความคุ้มค่าครั้งนี้ยิ่งทวีคูณเมื่อทาง AIS มอบสิทธิพิเศษสุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับผู้ที่ต้องการครอบครองสมาร์ทโฟนสุดล้ำเครื่องนี้ โดยรุ่น HUAWEI Pura 90s Pro เริ่มต้นเพียง 24,590 บาท จากราคาเครื่องเปล่า 34,990 บาท และสำหรับรุ่นเรือธงตัวจริง HUAWEI Pura 90s Pro Max ในราคาเครื่องพร้อมแพ็กเกจเริ่มต้นเพียง 32,590 บาท จากราคาปกติ 49,990 บาท พร้อมรับส่วนลดสูงสุดเมื่อใช้สิทธิ์ซื้อเครื่องพร้อมแพ็กเกจรายเดือนตามเงื่อนไขที่กำหนด ยิ่งไปกว่านั้น ลูกค้า AIS Serenade ยังสามารถใช้คะแนน AIS Points เพื่อรับส่วนลดเพิ่มได้สูงสุดอีก 6,000 บาท พร้อมสิทธิ์นำเครื่องเก่ามาแลกซื้อเครื่องใหม่ด้วยมูลค่าการรับซื้อที่สูงเป็นพิเศษ ตลอดจนรับของแถมระดับพรีเมียมมากมาย เช่น อะแดปเตอร์ชาร์จไว, หูฟังไร้สาย HUAWEI FreeBuds SE 2 และแพ็กเกจการรับประกันสุดอุ่นใจ HUAWEI Care+ นาน 1 ปี รวมถึงสิทธิพิเศษสำหรับใช้งานแพลตฟอร์มความบันเทิงชั้นนำอย่าง Grab Unlimited, Spotify Premium และ YouTube Premium สำหรับใครที่ไม่อยากพลาดสัมผัสประสบการณ์ความเร็วระดับ 5G-ADVANCED ควบคู่กับสุดยอดสมาร์ทโฟนแห่งปี สามารถเข้าไปจับจองและดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้แล้ววันนี้ที่ AIS Shop ทุกสาขา หรือสั่งซื้อสะดวกสบายผ่านทาง AIS Online Store

  • พลิกโฉมประสบการณ์สมาร์ตโฟนแห่งอนาคต! บุก OPPO Experience Center centralwOrld แลนด์มาร์กแฟลกชิปสุดล้ำใจกลางเมือง

    OPPO เปิดตัว Flagship Experience Center แห่งใหม่ใจกลางกรุงที่เซ็นทรัลเวิลด์ ภายใต้แนวคิด Wish Garden ที่รวมทั้งเทคโนโลยีสุดล้ำและโซนสร้างสรรค์ผลงาน DIY พร้อมศูนย์บริการครบวงจรเพื่อประสบการณ์ระดับพรีเมียม

    วันที่ 21 สิงหาคม 2569 ถือเป็นหมุดหมายครั้งสำคัญของวงการเทคโนโลยีในประเทศไทย เมื่อ OPPO แบรนด์สมาร์ตโฟนและเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลก ได้ประกาศเปิดตัว OPPO Experience Center centralwOrld อย่างเป็นทางการ ณ ชั้น 4 โซนเอเทรียม ของศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ โดยพื้นที่แห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ร้านจำหน่ายมือถือทั่วไป แต่ถูกยกระดับให้เป็น Flagship Experience Destination แห่งใหม่และแห่งเดียวในไทยที่รวมเอาศูนย์บริการระดับแฟลกชิปมาไว้ในที่เดียว ภายใต้แนวคิดสร้างสรรค์อย่าง “Wish Garden” หรือสวนแห่งแรงบันดาลใจ ซึ่งทำหน้าที่เชื่อมโยงนวัตกรรมล้ำสมัย ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ และความคิดสร้างสรรค์อันไร้ขีดจำกัดเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว โดยภายในงานเปิดตัวยังได้รับเกียรติจากคู่หูสุดฮอตจาก OPPO Family อย่าง ตี๋ตี๋-วันพิชิต นิมิตภาคภูมิ และ ป๋อ-ศุภการ จิรโชติกุล มาร่วมถ่ายทอดนิยามความหมายของแนวคิด “Make Your Moment” เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคนได้มาร่วมค้นหาและบันทึกช่วงเวลาดีๆ ไปพร้อมกัน

    เมื่อก้าวเข้าสู่ภายในศูนย์บริการและสัมผัสประสบการณ์แห่งนี้ ไฮไลต์แรกที่พร้อมต้อนรับทุกคนสะดุดตาตั้งแต่แรกเห็นคือ Ollie Landmark มาสคอตอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ขนาดใหญ่ยักษ์ในลุคพิเศษที่ผสมผสานความเป็นไทยและแฟชั่นร่วมสมัยด้วยการสวมสไบเก๋ไก๋คู่กับกางเกงยีนส์ ท่ามกลางบรรยากาศสวนดอกไม้สีสันสดใสที่กลายเป็นจุดเช็กอินและถ่ายภาพแห่งใหม่ใจกลางเมือง ถัดมาในส่วนของ Robotic Tech Lab ผู้เข้าชมจะได้ตื่นตาตื่นใจไปกับห้องปฏิบัติการจำลองเทคโนโลยีสุดล้ำที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้นำด้านดีไซน์ของ OPPO โดยมีการสาธิตความทนทานและความบางเบาผ่านนวัตกรรมฝาหลังดีไซน์ดวงดาว 3 มิติรุ่นแรกของอุตสาหกรรมในสมาร์ตโฟน OPPO Reno16 Series 5G โดยใช้แขนกลอัจฉริยะที่ทำงานอย่างแม่นยำ นอกจากนี้ยังมีโซน 3D Printing Experience ซึ่งถือเป็นไฮไลต์เด็ดที่มีเพียงแห่งเดียวในประเทศไทย โดยใช้เทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติมาเปลี่ยนไอเดียจากโลกดิจิทัลให้กลายเป็นชิ้นงานที่จับต้องได้จริง รวมถึงการพิมพ์ภาพถ่ายความทรงจำสุดประทับใจจากสมาร์ตโฟน OPPO ได้ทันทีภายในร้านเพื่อนำกลับบ้านไปเป็นของที่ระลึก

    สำหรับผู้ที่ชื่นชอบงานสร้างสรรค์และต้องการแสดงออกถึงตัวตนที่ไม่ซ้ำใคร โซน DIY Experience จะเปิดพื้นที่ให้ทุกคนได้ปลดปล่อยจินตนาการอย่างอิสระด้วยการทำไอเทมชิ้นพิเศษในแบบของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบสายคล้องสมาร์ตโฟนจากลูกปัดสะกดคำสุดเก๋ที่สามารถเลือกสีเชือกและตัวอักษรได้ตามใจชอบ หรือกิจกรรมสร้างสรรค์งานศิลปะจากเม็ดบีดส์รีดร้อนพิกเซลสุดชิค ซึ่งลูกค้าสามารถใช้คะแนนสะสม My OPPO แลกรับสิทธิ์เข้าร่วมเวิร์กช็อปสุดสนุกนี้ได้ทันที ยิ่งไปกว่านั้น ในส่วนของ Product Showcase ยังเป็นพื้นที่รวบรวมนวัตกรรมและอุปกรณ์ของ OPPO ไว้อย่างครบวงจรที่สุด นำทัพโดยสมาร์ตโฟนระดับเรือธงรุ่นล่าสุดอย่าง OPPO Find X9 Series, OPPO Reno16 Series 5G และสมาร์ตโฟนสุดคุ้มค่าอย่าง OPPO A Series เสริมทัพด้วยแท็บเล็ต หูฟังไร้สาย ตลอดจนอุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะ และไอเทมสุดฮิตอย่าง OPPO Bubble ตัวช่วยเซลฟี่ด้วยกล้องหลังสุดเทรนดี้ รวมถึงผลิตภัณฑ์คอลแลบอเรชันสุดพิเศษร่วมกับแบรนด์ดังที่คอไอทีไม่ควรพลาด

    นอกเหนือจากนวัตกรรมและการจัดแสดงสินค้าแล้ว อีกหนึ่งมิติที่ OPPO ให้ความสำคัญอย่างยิ่งคือการบริการหลังการขายระดับพรีเมียมในโซน OPPO Service ที่พร้อมยกระดับการดูแลลูกค้าด้วยความใส่ใจในทุกรายละเอียด เริ่มต้นตั้งแต่การต้อนรับอย่างอบอุ่นด้วยบริการอาหารและเครื่องดื่มสูตรพิเศษระหว่างรอรับบริการ มีระบบจัดการคิวที่แสดงผลผ่านหน้าจอ LED ขนาดใหญ่เพื่อให้ลูกค้าสามารถติดตามสถานะได้อย่างสะดวกสบายไร้กังวล ไปจนถึงทีมงานวิศวกรและผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพที่พร้อมให้คำปรึกษาและแก้ไขปัญหาอย่างรวดเร็วตรงจุด การเปิดตัวแลนด์มาร์กแห่งใหม่นี้จึงเป็นก้าวสำคัญที่ตอกย้ำความมุ่งมั่นของ OPPO ในการเข้าใกล้ผู้คนมากขึ้นผ่านการสร้างสรรค์ประสบการณ์ที่เข้าถึงง่ายและสนุกสนาน ร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษและสร้างโมเมนต์ที่มีความหมายด้วยตัวคุณเองได้แล้ววันนี้ที่ OPPO Experience Center centralwOrld ชั้น 4 โซนเอเทรียม