
เสียวหมี่ คอร์เปอเรชัน ประกาศผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 โกยรายได้ทะลุ 108.9 พันล้านหยวน เติบโตอย่างแข็งแกร่งในทุกกลุ่มธุรกิจ ทั้งสมาร์ทโฟนพรีเมียม ยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ และระบบนิเวศ AIoT ที่เชื่อมโยงผู้ใช้งานทั่วโลกอย่างไร้รอยต่อ
ยืนหยัดอย่างทรงพลังท่ามกลางความท้าทายระดับโลก
เสียวหมี่ คอร์เปอเรชัน (Xiaomi) ยักษ์ใหญ่แห่งวงการเทคโนโลยีและผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะระดับโลก ได้ประกาศผลการดำเนินงานประจำไตรมาสที่สองของปี 2569 ที่แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งอันน่าทึ่งท่ามกลางความท้าทายในตลาดเทคโนโลยีทั่วโลก โดยบริษัทสามารถทำรายรับรวมในไตรมาสนี้ไปได้สูงถึง 108.9 พันล้านหยวน ซึ่งเป็นการกลับมาทะลุหลักแสนล้านหยวนอีกครั้งอย่างสง่างาม คิดเป็นการเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 9.9% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ขณะเดียวกันก็สามารถทำกำไรสุทธิที่ปรับปรุงแล้วได้สูงถึง 6.2 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 2.4% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน แม้ว่าในปัจจุบันอุตสาหกรรมเทคโนโลยีจะเผชิญกับพายุความกดดันรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนของชิ้นส่วนสำคัญอย่างหน่วยความจำที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ตลอดจนการแข่งขันที่ทวีความดุเดือดในทุกเซกเมนต์ ทว่าด้วยกลยุทธ์การบริหารจัดการอันชาญฉลาดและวิสัยทัศน์ที่มุ่งมั่น เสียวหมี่ก็ยังคงยืนหยัดและเติบโตได้อย่างมั่นคงภายใต้ระบบนิเวศอันทรงพลัง “Human × Car × Home” ที่เชื่อมโยงการใช้ชีวิตของผู้คน ยานยนต์ และที่อยู่อาศัยเข้าด้วยกันได้อย่างลงตัวและไร้รอยต่อ
สมาร์ทโฟนพรีเมียมเติบโตแกร่ง รักษาบัลลังก์ท็อป 3 ระดับสากล
ในส่วนของธุรกิจสมาร์ทโฟนซึ่งเป็นหนึ่งในเสาหลักสำคัญ เสียวหมี่ยังคงรักษาเสถียรภาพและตำแหน่งผู้นำได้อย่างเหนียวแน่น โดยสามารถครองอันดับหนึ่งในสามของผู้จัดส่งสมาร์ทโฟนสูงสุดของโลกติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 24 จากข้อมูลของสถาบันวิจัยระดับโลกอย่าง Omdia ซึ่งในไตรมาสนี้เสียวหมี่สร้างรายรับจากธุรกิจสมาร์ทโฟนได้สูงถึง 42.1 พันล้านหยวน จากยอดจัดส่งทั่วโลกจำนวน 31.2 ล้านเครื่อง ยิ่งไปกว่านั้น กลยุทธ์การยกระดับแบรนด์ขึ้นสู่ตลาดพรีเมียม (Premiumization) ยังประสบความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม โดยราคาเฉลี่ยต่อเครื่อง (ASP) ทั่วโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 25.9% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า จนแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1,351 หยวน โดยเฉพาะในตลาดจีนแผ่นดินใหญ่ที่สมาร์ทโฟนระดับไฮเอนด์ราคาตั้งแต่ 3,000 หยวนขึ้นไป มีสัดส่วนยอดขายเติบโตจนคิดเป็น 32.1% ของยอดขายทั้งหมด ซึ่งการเปิดตัวสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นล่าสุดอย่าง Xiaomi 17T Series ได้เข้ามาเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยขยายฐานกลุ่มลูกค้าพรีเมียมในตลาดต่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ปฏิวัติวงการยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะด้วยการเปิดตัว SUV รุ่นใหม่ล่าสุด
อีกหนึ่งไฮไลท์ที่สร้างความสั่นสะเทือนให้แก่วงการยานยนต์อัจฉริยะ คือผลการดำเนินงานของกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และนวัตกรรมใหม่ของเสียวหมี่ ที่ทำรายรับรวมได้สูงถึง 24.9 พันล้านหยวน โดยในจำนวนนี้เป็นรายรับหลักจากกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะถึง 23.9 พันล้านหยวน ด้วยยอดส่งมอบรถยนต์ในไตรมาสนี้ที่ทะยานทะลุ 104,199 คัน ซึ่งนอกจากความสำเร็จของ Xiaomi SU7 Series ที่ครองแชมป์ยอดขายอันดับหนึ่งในกลุ่มรถยนต์ซีดานไฟฟ้าหรูของจีนแล้ว เสียวหมี่ยังเดินหน้าสร้างความตื่นตาตื่นใจด้วยการเปิดตัวเทคโนโลยีโครงสร้างสถาปัตยกรรมระดับปฏิวัติวงการอย่าง Xiaomi Kunlun Technical Architecture ควบคู่ไปกับการเปิดตัวรถยนต์ SUV แบบ Extended-Range รุ่นใหม่อย่าง Xiaomi SkyNomad N90 Max ที่มาพร้อมนวัตกรรมแบตเตอรี่ Xiaomi Armor Scale Battery ขนาด 76 kWh ซึ่งให้ระยะทางการขับขี่ที่ไกลถึง 1,705 กิโลเมตรตามมาตรฐาน CLTC พร้อมห้องโดยสารอัจฉริยะที่สามารถปรับเปลี่ยนพื้นที่การใช้งานได้อย่างหลากหลาย ตอบโจทย์ทั้งโหมดสำนักงานและการพักผ่อนสำหรับครอบครัวยุคใหม่ได้อย่างลงตัวที่สุด
อาณาจักร AIoT และบริการอินเทอร์เน็ตที่ขยายตัวอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
ทางด้านระบบนิเวศอัจฉริยะ IoT และผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ของเสียวหมี่ ก็มีการเติบโตที่ร้อนแรงไม่แพ้กัน โดยทำรายรับไปได้ถึง 31.3 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นถึง 26.7% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งได้รับแรงขับเคลื่อนหลักจากการขยายตลาดและช่องทางการจัดจำหน่ายในต่างประเทศอย่างแข็งแกร่ง ส่งผลให้อุปกรณ์แท็บเล็ตและหูฟัง TWS ของเสียวหมี่สามารถครองตำแหน่งท็อป 5 และท็อป 2 ของโลกตามลำดับ ปัจจุบันแพลตฟอร์ม AIoT ของเสียวหมี่มีจำนวนอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต (ไม่รวมสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต) สูงเป็นประวัติการณ์ถึง 1,160.8 ล้านเครื่อง เติบโตขึ้น 17.4% โดยมีกลุ่มผู้ใช้งานที่มีอุปกรณ์เชื่อมต่อตั้งแต่ 5 เครื่องขึ้นไปพุ่งสูงถึง 24.6 ล้านราย สอดคล้องกับความแข็งแกร่งของธุรกิจบริการอินเทอร์เน็ตที่สร้างรายได้ 9.0 พันล้านหยวน พร้อมอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงถึง 76.8% โดยมีจำนวนผู้ใช้งานรายเดือน (MAU) ทั่วโลกทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 766.5 ล้านราย สะท้อนให้เห็นว่าระบบนิเวศเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านของเสียวหมี่ได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของผู้คนทั่วโลกอย่างสมบูรณ์แบบ
ทุ่มงบวิจัยและพัฒนา สรรค์สร้างนวัตกรรมแห่งอนาคต
กุญแจสำคัญที่ทำให้เสียวหมี่สามารถรักษาความเป็นผู้นำทางเทคโนโลยีไว้ได้อย่างยั่งยืน คือความมุ่งมั่นในการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) ซึ่งในครึ่งปีแรกของปี 2569 เสียวหมี่ได้ทุ่มงบประมาณไปแล้วกว่า 18.2 พันล้านหยวน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการมุ่งเน้นพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างโมเดลภาษาขนาดใหญ่อย่าง Xiaomi MiMo-V2.5 ที่มียอดใช้งานโทเคนต่อสัปดาห์สูงที่สุดบนแพลตฟอร์ม OpenRouter ถึง 10.5 ล้านล้านโทเคน รวมถึงการยกระดับประสิทธิภาพโรงงานผลิตอัจฉริยะด้วยการนำหุ่นยนต์ทรงพลังสองรุ่นอย่าง Xiaomi-Robotics-U0 และ Xiaomi-Robotics-1 เข้ามาทำงานในสายการผลิตจริง นอกจากนี้ การเผยโฉมระบบปฏิบัติการเจเนอเรชันใหม่อย่าง Xiaomi HyperOS 4 ที่ทำงานร่วมกับระบบผู้ช่วยอัจฉริยะ Xiaomi Hyper XiaoAi 2.0 ยังช่วยผสานรวมการทำงานระหว่างอุปกรณ์พกพา ยานยนต์ และอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านได้อย่างราบรื่นไร้รอยต่อ และนี่คือเครื่องพิสูจน์อันเด่นชัดว่า เสียวหมี่ไม่ใช่เพียงแค่แบรนด์สินค้าไอทีทั่วไป แต่คือผู้กำหนดทิศทางแห่งอนาคตที่พร้อมจะนำพาระบบนิเวศ “Human × Car × Home” ไปสู่ระดับที่ไม่มีใครเทียบเคียงได้
https://inewch.com/?p=19497
