วันจันทร์, 18 ตุลาคม 2564

รีวิว Hisense Android TV 4K รองรับ HDR 10+ ในงบ 20,000 บาท

ในยุคนี้ Android TV กำลังเป็นที่นิยมมาก ด้วยการใช้งานง่ายเหมือนสมาร์ทโฟน พร้อมฟีเจอร์หลากหลายในระบบปฏิบัติการ Android นอกจากจะใช้งานผ่านอินเตอร์เน็ตแล้ว ยังดาวน์โหลดแอปพลิเคชันความบันเทิงได้อีกเยอะ สามารถต่ออุปกรณ์เล่นเกม หรือ เชื่อมต่อสมาร์ทโฟนไปยังทีวีแบบไร้สายได้

วันนี้เรามาจะมารีวิว Hisense Android TV รุ่น A6500G ซึ่งอัดแน่นไปด้วยฟีเจอร์ครบครัน และสเปคสุดล้ำในราคาประหยัด ทั้งแอปดูหนัง ฟังเพลงแบบจัดเต็ม สามารถสั่งงานด้วยเสียง Google Assistant เพื่อสะดวกต่อการค้นหา 

Unbox 

ตัวกล่องเป็นสีน้ำตาลขนาดใหญ่ ทั้งด้านหน้าและด้านหลังมีชื่อแบรนด์ ชื่อรุ่น ขนาดหน้าจอ และฟีเจอร์ที่โดดเด่นอยู่ด้วย ส่วนด้านบนคือวิธีการยกทีวีออกจากกล่องอย่างถูกต้อง

อุปกรณ์ภายในกล่อง 

  • Hisense Android TV A6500G  
  • รีโมทควบคุม × 1
  • แบตเตอร์รี่ AAA × 2
  • ขาตั้งโทรทัศน์ × 2 
  • สกรู × 4 
  • คู่มือการติดตั้งเบื้องต้น × 1
  • ใบรับประกัน 

Hisense A6500G  

เริ่มจากตัวทีวีเป็นสีดำเรียบหรู ดีไซน์แบบไร้ขอบจอ โลโก้ Hisense อยู่ด้านล่าง มีหน้าจอหลากหลายขนาด เช่น 43 นิ้ว , 50 นิ้ว , 55 นิ้ว , 58 นิ้ว , 65 นิ้ว และ 70 นิ้ว ขาตั้งทีวีเป็นแบบกิ่งไม้ 2 ข้าง สำหรับวางทีวี หากต้องการให้ทีวียึดติดกับผนังจะต้องมีอุปกรณ์เพิ่มเติม ตัวแผงด้านหลังใช้วัสดุโลหะ ช่วยระบายความร้อน และยืดอายุการใช้งานได้นานขึ้น ส่วนพอร์ตเชื่อมต่อ มีสายอากาศ(ANT) ,  HDMI 3 ช่อง (รองรับ ARC 1 ช่อง) , USB 2 ช่อง , สาย LAN 1 ช่อง , หูฟังขนาด 3.5 มม. 1 ช่อง

ด้วยภาพมีความละเอียดระดับ 4K พร้อมกับเทคโนโลยี UHD AI Upscaler ทำให้ภาพมีความคมชัดขึ้น และ Ultra Dimming ช่วยควบคุมแสง ทำให้ภาพดูมีมิติ ไม่เพียงเท่านี้ ยังมี Precision Color ทำให้สีภาพสดใสสวยงาม ดูเป็นธรรมชาติ และ Dolby Vision , HDR 10+ ช่วยปรับความต่างของแสงสว่างและความมืดได้ดี เก็บรายละเอียดทั้งแสงและเงา ทำให้ภาพดูเสมือนจริงนั่นเอง ซึ่งต้องบอกก่อนว่ารุ่นนี้ Refresh Rate อยู่ที่ 60Hz และ 120Hz เฉพาะจอ 65” , 75” เท่านั้น 

โดยเรื่องเสียง มีลำโพงสเตอริโอ 30 วัตต์ อยู่ด้านล่างของทีวี มีโหมดตั้งค่าเสียงตามรูปแบบความบันเทิงต่างๆ ที่ต้องการ เช่น โหมดภาพยนตร์ , กีฬา , ธรรมชาติ เพื่อความสมจริงมากขึ้น และรองรับ Dolby Atmos ช่วยให้เสียงดังทั่วทุกมุมห้องในบ้าน 

Hisense รุ่นนี้เป็น Android TV สามารถดาวน์โหลดแอปความบันเทิงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Netflix , Disney+ , Youtube , Viu , iQIYI , WeTV เพื่อเพิ่มอรรถรสในการดูหนัง ฟังเพลงได้อย่างเพลิดเพลิน ที่สำคัญคือ Google Assistant รองรับการสั่งงานด้วยเสียงทั้งภาษาอังกฤษและไทยอีกด้วย 

สำหรับการใช้งานร่วมกับอุปกรณ์อื่นๆ เช่น สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต หรือโน๊ตบุ๊ค โดยการส่งภาพจากอุปกรณ์ไปขึ้นบนหน้าจอทีวีแบบไร้สายด้วย Chromecast หรือ Miracast ซึ่งการเชื่อมต่อจะง่ายขึ้น เมื่อใช้กับอุปกรณ์ที่เป็น Android เหมือนกัน

ส่วนรีโมตใช้งานง่ายมาก มีปุ่มลัดทั้ง Netflix , Prime Video , Youtube , Youtube Music , Google Play และปุ่มเมนูต่างๆ , ปุ่มตั้งค่า , ปุ่มคำสั่งเสียง Google Assistant , ปุ่ม input มุมบนซ้ายมือ สำหรับเชื่อมต่อสาย HDMI หรือ USB สามารถเปลี่ยนช่องที่ต้องการเชื่อมต่อได้ 

วิธีการใช้งาน 

เชื่อมต่อสายไฟเข้ากับเต้ารับหลัก จากนั้นเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆ ทั้งหมดแล้วเปิดโทรทัศน์ จะเข้าสู่โหมดการติดตั้งใช้งานทันที หลังจากตั้งค่าการใช้งานเสร็จสิ้นสมบูรณ์ตามขั้นตอนแล้ว ข้อมูลเฉพาะต่างๆ จะปรากฏตามสภาพจริง 

ข้อมูลเพิ่มเติม 

  • ขนาด : 1230 x 773 x 226 มม. 
  • น้ำหนัก :12.6 กก. 
  • ขนาดหน้าจอที่ใช้งาน : 139 ซม.
  • ความคมชัดของหน้าจอ : 4K / 3840 x 2160p
  • ความสว่าง(CD/M2) : 350nit
  • Dimming : Ultra Dimming
  • Color :  Precision Color
  • Dolby Vision™ HDR : ใช่
  • HDR10+ : ใช่
  • Motion : Smooth Motion
  • เสียง : DTS Virtual:X™  / Dolby Audio
  • พลังเสียง : 15 W + 15 W
  • รองรับการสั่งงานด้วยเสียง : Google Assitant
  • แหล่งจ่ายไฟ : 100V – 240V 50Hz/60Hz
  • WiFi Built-in :   2.4 , 5G
  • Bluetooth : Version 5 
  • Android version : Android 9.0
  • การติดตั้งบนผนัง : รองรับ 
  • USB Ports :  2 ช่อง
  • HDMI Ports :  3 ช่อง
  • ช่องต่อหูฟัง : 1 ช่อง 
  • เสียงดิจิตอล ออก : ออปติคอล 1 ช่อง
  • ดิจิตอลทีวีจูนเนอร์ : DVB-T2 1 ช่อง

ตัวอย่างภาพของ Hisense TV  

ภาพจาก Netflix (Dolby Vision)

ภาพ 4K จาก Youtube

จบไปแล้วกับการรีวิว Hisense Android TV รุ่น A6500G ซึ่งถือว่าตอบโจทย์การใช้งานทั่วไปได้ดี ทั้งภาพและเสียงคมชัด ฟีเจอร์ครบครัน สามารถเลือกอุปกรณ์ที่ต้องการเชื่อมต่อได้หลากหลาย เช่น เชื่อมต่อกับเครื่องเล่นเกมผ่านสาย HDMI , ฟังเพลงผ่านบลูทูธ หรือ การแชร์ภาพหน้าจอ สะดวกสบายต่อการใช้งานด้วยคำสั่งเสียง Google Assitant รวมถึงแอปพลิเคชันสำหรับความบันเทิง สามารถดาวน์โหลดจาก Google Play Store ได้ 

ราคา : 21,990 บาท 
ลิงก์การสั่งซื้อ : 
ความคุ้มค่า : เสียงดี ภาพคมชัดสมจริง สามารถต่อสายสัญญาณทีวีทั่วไปได้ รองรับคำสั่งเสียง Google Assistant 
การตอบสนอง : ไม่มีขาตั้งยึดติดผนัง ภาพดีเลย์เมื่อเชื่อมต่อ Chromecast ผ่านโทรศัพท์ หากเชื่อมต่อระบบ iOS มีการจำกัดประสิทธิภาพการทำงาน 
การรับประกัน : รับประกัน 3 ปี