
GWM เปิดตัว NEW TANK 500 3.0T DIESEL ยนตรกรรมพรีเมียม PPV ขุมพลังดีเซล 3.0 ลิตร 231 แรงม้า แรงบิด 620 นิวตัน-เมตร เคาะราคาเริ่มต้นที่ 1,669,000 บาท พร้อมสิทธิพิเศษเพียบและการรับประกันเครื่องยนต์นานถึง 8 ปี หรือ 1 ล้านกิโลเมตร
ตลาดรถยนต์อเนกประสงค์ขนาดใหญ่หรือ PPV ในประเทศไทยต้องสั่นสะเทือนอีกครั้ง เมื่อเกรท วอลล์ มอเตอร์ (GWM) ประกาศรุกคืบเซกเมนต์ระดับพรีเมียมด้วยการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ ‘NEW TANK 500 3.0T DIESEL’ ยนตรกรรมพรีเมียมเอสยูวีที่ผสานความหรูหราเข้ากับความสมบุกสมบันได้อย่างไร้ที่ติ ภายใต้แนวคิด ‘Power Beyond Limits – พลังที่เหนือทุกขีดจำกัด’ การเปิดตัวในครั้งนี้สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ที่มุ่งมั่นและแน่วแน่ของ GWM ภายใต้กลยุทธ์ ‘All Scenarios – All Powertrains – All Users’ ที่พร้อมตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยอย่างครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์การใช้งาน แม้ว่าแนวโน้มตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยจะเติบโตอย่างก้าวกระโดด แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซลยังคงได้รับความเชื่อมั่นและไว้วางใจในเรื่องความอึด ถึก ทน ตลอดจนแรงบิดรอบต่ำที่ยอดเยี่ยมสำหรับการลุยทุกสภาพเส้นทาง การเข้ามาของรุ่นเครื่องยนต์ดีเซลเจเนอเรชันใหม่นี้จึงเป็นคำตอบที่สมบูรณ์แบบสำหรับผู้ที่มองหารถยนต์อเนกประสงค์ระดับเรือธงที่พร้อมจะเคียงข้างไปในทุกเส้นทางอย่างมั่นใจ

หัวใจสำคัญที่เป็นไฮไลท์เด่นของ NEW TANK 500 3.0T DIESEL คือการติดตั้งขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบแปรผัน (VGT) ขนาดใหญ่ 3.0 ลิตร เจเนอเรชันใหม่ ซึ่งได้รับการพัฒนาและปรับแต่งด้วยเทคโนโลยีอันล้ำสมัยที่ทาง GWM สั่งสมความเชี่ยวชาญมายาวนานกว่าสองทศวรรษ โดยเครื่องยนต์บล็อกนี้ทำงานร่วมกับระบบส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 9 สปี (9AT) มอบพละกำลังสูงสุดที่ 231 แรงม้า และแรงบิดมหาศาลสูงถึง 620 นิวตัน-เมตร ส่งผลให้การออกตัวและการเร่งแซงเป็นไปอย่างทรงพลังและลื่นไหลไม่มีสะดุด ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่ในเมืองหลวงที่ต้องการความกระฉับกระเฉง หรือการเดินทางไกลข้ามจังหวัด ตลอดจนการลุยบนเส้นทางออฟโรดที่สูงชันและท้าทาย ยิ่งไปกว่านั้น GWM ยังสามารถทลายข้อจำกัดเดิมๆ ด้วยการออกแบบระบบจัดการพลังงานที่ยอดเยี่ยม ส่งผลให้ตัวรถมีอัตราการบริโภคน้ำมันเฉลี่ยที่ประหยัดอย่างเหลือเชื่อเพียง 7.1 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร ซึ่งเป็นระดับที่ใกล้เคียงกับเครื่องยนต์ดีเซลขนาดเล็ก 2.4 ลิตรทั่วไปในท้องตลาด ทำให้ผู้ขับขี่สามารถเพลิดเพลินกับสมรรถนะที่เหนือชั้นโดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น

ภายในห้องโดยสารของ NEW TANK 500 3.0T DIESEL ได้รับการรังสรรค์ขึ้นอย่างประณีตเพื่อมอบความหรูหราและความสะดวกสบายระดับเฟิร์สคลาสสำหรับผู้โดยสารทั้ง 7 ที่นั่ง โดดเด่นด้วยพื้นที่ใช้สอยที่กว้างขวางเป็นพิเศษพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน ไม่ว่าจะเป็นบันไดข้างไฟฟ้าที่กางออกอัตโนมัติเพื่อความสะดวกและปลอดภัยในการขึ้นลงรถ ระบบพวงมาลัยไฟฟ้าแปรผันตามความเร็วที่สามารถปรับตำแหน่งได้ 4 ทิศทางด้วยไฟฟ้า ตลอดจนระบบความบันเทิงและการเชื่อมต่อที่เหนือชั้นผ่านหน้าจอมัลติมีเดียขนาดใหญ่ 14.6 นิ้ว และหน้าจอแสดงผลข้อมูลขับขี่ขนาด 12.3 นิ้วที่คมชัด ทำงานบนระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ Coffee OS 3.0 ที่ลื่นไหลและรองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto อย่างสมบูรณ์แบบ ควบคู่ไปกับระบบเสียงรอบทิศทางระดับพรีเมียม และเบาะนั่งแถวที่สามที่สามารถพับเก็บด้วยระบบไฟฟ้าเพื่อเพิ่มพื้นที่บรรทุกสัมภาระได้อย่างง่ายดาย นอกจากความหรูหราแล้ว ยนตรกรรมรุ่นนี้ยังมาพร้อมระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ ADAS Level 2 ที่ทำงานร่วมกับโครงสร้างตัวถังเหล็กกล้าแรงดึงสูงมากกว่า 75% และกล้องมองภาพรอบคันแบบ 360 องศา เพื่อมอบความอุ่นใจและปกป้องทุกคนในครอบครัวได้อย่างปลอดภัยสูงสุดในทุกการเดินทาง

สำหรับกลยุทธ์การจำหน่ายและการเป็นเจ้าของ NEW TANK 500 3.0T DIESEL นั้น GWM ได้เปิดตัวทางเลือกที่หลากหลายเพื่อตอบโจทย์งบประมาณที่แตกต่างกัน โดยมีราคาเริ่มต้นที่น่าสนใจสำหรับรุ่นขับเคลื่อนสองล้อ (2WD) รุ่น ULTRA ในราคา 1,669,000 บาท และรุ่น BLACK WARRIOR ในราคา 1,699,000 บาท ขณะที่รุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ (4WD) รุ่น ULTRA มีราคาปกติอยู่ที่ 1,769,000 บาท และรุ่น BLACK WARRIOR อยู่ที่ 1,799,000 บาท ทว่าความพิเศษสุดสำหรับลูกค้าที่จองในเทศกาลเปิดตัวแบบ Early Bird ตั้งแต่วันที่ 21 สิงหาคม ถึง 30 กันยายน 2569 จะได้รับส่วนลดพิเศษมูลค่ากว่า 50,000 บาท ส่งผลให้ราคารุ่น 4WD ULTRA ลดลงเหลือเพียง 1,719,000 บาท และรุ่น 4WD BLACK WARRIOR ลดเหลือเพียง 1,749,000 บาทเท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้น GWM ยังตอกย้ำความเชื่อมั่นด้วยการรับประกันคุณภาพตัวรถนาน 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร และการรับประกันเครื่องยนต์ยาวนานสะท้านวงการถึง 8 ปี หรือ 1,000,000 กิโลเมตร พร้อมแคมเปญการันตีจัดส่งอะไหล่ด่วนภายใน 7 วัน หากล่าช้าชดเชยด้วยคะแนน GWM Point ทันที เพื่อสะท้อนถึงการบริการหลังการขายที่โปร่งใสและใส่ใจในทุกขั้นตอนอย่างแท้จริง โดยทาง GWM จะเริ่มทยอยส่งมอบรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อได้ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกันยายน 2569 นี้เป็นต้นไป
https://inewch.com/?p=19454
