
เสียวหมี่ เปิดตัว Xiaomi SkyNomad Series รถ SUV ครอบครัวอัจฉริยะรุ่นแรกบนแพลตฟอร์ม Xiaomi Kunlun โดดเด่นด้วยห้องโดยสารพื้นเรียบสนิท เบาะนั่งปรับเปลี่ยนได้หลากหลายแบบ และระยะทางวิ่งไกลสุดขีดถึง 1,705 กิโลเมตร

นับเป็นก้าวสำคัญครั้งประวัติศาสตร์ของเสียวหมี่ อีวี (Xiaomi EV) ที่ได้ประกาศเปิดตัวรถยนต์อัจฉริยะตระกูลล่าสุดอย่าง Xiaomi SkyNomad Series อย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็นรถยนต์รุ่นแรกของแบรนด์ที่สร้างสรรค์ขึ้นบนสถาปัตยกรรมแพลตฟอร์มระดับปฏิวัติวงการอย่าง Xiaomi Kunlun โดยในครั้งนี้เสียวหมี่ได้ตั้งเป้าหมายที่จะนิยามความหมายของรถยนต์ SUV ขนาดใหญ่เพื่อครอบครัวขึ้นมาใหม่ โดยเน้นไปที่จุดแข็งสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ พื้นที่ห้องโดยสารที่กว้างขวางเป็นประวัติการณ์ พื้นห้องโดยสารที่เรียบสนิทตลอดทั้งคัน และเบาะนั่งที่สามารถปรับเปลี่ยนสถาปัตยกรรมภายในได้อย่างไร้ข้อจำกัด การเปิดตัวครั้งนี้มาพร้อมกับสองรุ่นย่อยทรงพลัง ได้แก่ Xiaomi SkyNomad N90 Max รถ SUV 7 ที่นั่งระดับเรือธงระยะเดินทางไกล และ Xiaomi SkyNomad N70 Max รถ SUV 5 ที่นั่ง ขับเคลื่อน 4 ล้อ สำหรับครอบครัวที่ต้องการความคล่องตัวแต่ยังคงไว้ซึ่งความพรีเมียมอันเป็นเอกลักษณ์

สิ่งที่ทำให้ Xiaomi SkyNomad Series โดดเด่นและแตกต่างจาก SUV ขนาดใหญ่ทั่วไปในท้องตลาด คือปรัชญาการออกแบบที่ยึดเอาฟังก์ชันและพื้นที่ใช้สอยเป็นตัวนำอย่างแท้จริง โดยแพลตฟอร์ม Xiaomi Kunlun ได้รับการพัฒนาและจัดสรรองค์ประกอบทางวิศวกรรมใน 3 แกนหลักเพื่อคืนพื้นที่ให้แก่ห้องโดยสารอย่างสูงสุด เริ่มต้นจากแกน X ที่มีการบีบอัดขนาดห้องเครื่องยนต์ด้านหน้าให้เหลือเพียง 1,265 มิลลิเมตร ด้วยการรวมระบบขับเคลื่อน EREV แบบ 5-in-1 และโมดูลระบายความร้อนไว้ด้วยกัน ขณะที่แกน Y มีการปรับโครงสร้างซุ้มล้อและระบบกันสะเทือนด้านหลังแบบแยกส่วน ช่วยกู้คืนความสูงเหนือศีรษะในแถวที่สาม และในแกน Z ที่น่าทึ่งที่สุดคือการผสานชุดขับเคลื่อนไฟฟ้าด้านหลังแบบแกนร่วมเข้ากับการปรับดีไซน์แบตเตอรี่ใหม่ ทำให้พื้นห้องโดยสารของรถคันนี้ เรียบสนิทต่อเนื่องตั้งแต่คอนโซลหน้าไปจนถึงพื้นที่เก็บสัมภาระท้ายรถ โดยไม่มีขั้นบันไดหรือส่วนนูนให้กวนใจ มอบความยาวของพื้นเรียบรวมเกือบ 3 เมตร และคิดเป็นพื้นที่ใช้งานจริงกว่า 4.4 ตารางเมตร ซึ่งเอื้อต่อการจัดสรรพื้นที่ภายในได้อย่างน่าอัศจรรย์


ภายนอกของ Xiaomi SkyNomad สะท้อนถึงความมั่นคงและทรงพลังด้วยสัดส่วนตัวถังที่ตั้งตรงแต่ยังคงความโฉบเฉี่ยวตามหลักอากาศพลศาสตร์ โดยผ่านการปรับแต่งทางวิศวกรรมกว่า 140 จุด ส่งผลให้รุ่น N90 Max มีค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศต่ำเพียง 0.255 Cd เท่านั้น ภายในห้องโดยสารได้รับการออกแบบให้เป็นเสมือน "บ้านเคลื่อนที่" ที่อบอุ่นและหรูหรา โดยกว่า 95% ของพื้นผิวสัมผัสหุ้มด้วยวัสดุอ่อนนุ่มเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่ผ่านการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยสำหรับทารกระดับสากล OEKO-TEX® มอบความอุ่นใจให้กับครอบครัวที่มีเด็กเล็ก เบาะนั่งโซฟาหนานุ่ม 12 ชั้นที่มาพร้อมระบบนวดระบายอากาศและโหมดสภาวะไร้น้ำหนัก (Zero-Gravity) ทั้งนี้ยังมาพร้อมเฉดสีภายนอกใหม่อย่างเขียว Mountain Green และฟ้า Valley Blue ที่สะท้อนความงดงามของธรรมชาติได้อย่างลุ่มลึก ผสานความหรูหราของแผงคอนโซลกลางแบบตู้เลื่อนอเนกประสงค์ที่มีตู้เย็นระบบคอมเพรสเซอร์และแท่นชาร์จไร้สายในตัว




จากความมหัศจรรย์ของระบบพื้นเรียบสนิทและรางเลื่อนเบาะนั่งแบบยาวพิเศษอลูมิเนียมเกรดอากาศยาน Xiaomi SkyNomad เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานปรับเปลี่ยนรูปแบบห้องโดยสารได้มากกว่าที่เคยจินตนาการไว้ ไม่ว่าจะเป็น "โหมดห้องรับรองแบบหันหน้าเข้าหากัน" ที่สามารถหมุนเบาะคู่หน้ากลับมาพูดคุยหรือเล่นสนุกกับเด็กๆ ในแถวสองและสามได้อย่างใกล้ชิด หรือ "โหมดเฟิร์สคลาสระดับผู้บริหาร" ที่เลื่อนเบาะแถวสองถอยหลังสุดเพื่อมอบพื้นที่วางขาที่กว้างขวางถึง 1.55 เมตร และหากต้องการเดินทางท่องเที่ยวในวันหยุดยาว ตัวรถยังสามารถเปลี่ยนสภาพเป็น "เตียงนอนขนาดใหญ่พิเศษความยาว 2.3 เมตร" สำหรับนอนแคมป์ปิ้งชมดาวผ่านหลังคาแก้วได้อย่างสมบูรณ์แบบ นอกจากนี้ยังมีระบบประตูไฟฟ้าอัจฉริยะที่เปิดได้กว้างเกือบ 90 องศา และบันไดข้างไฟฟ้าที่ช่วยให้เด็กและผู้สูงอายุเข้า-ออกห้องโดยสารได้อย่างสะดวกและปลอดภัยในทุกทริปการเดินทาง


ด้านความปลอดภัย เสียวหมี่ได้สร้างสรรค์ตัวถังแบบโครงสร้างกรงนิรภัย Armor Cage ที่ผสมผสานเหล็กกล้าความแข็งแรงสูงพิเศษ 2,200 MPa และโครงสร้างวงแหวนประตูขึ้นรูปร้อน 13 จุด พร้อมติดตั้งถุงลมนิรภัยรอบคันถึง 12 ตำแหน่ง และมีระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่อัจฉริยะขั้นสูง (HAD) ที่ทำงานร่วมกับระบบเซ็นเซอร์อัจฉริยะ LiDAR เรดาร์ 4D และชิปประมวลผลทรงพลัง ด้านขุมพลังขับเคลื่อนมาพร้อมระบบ Xiaomi Kunlun HyperRange สถาปัตยกรรม EREV ที่ทลายขีดจำกัดเดิมๆ มอบระยะการเดินทางด้วยไฟฟ้าล้วนสูงสุดถึง 505 กิโลเมตร และเมื่อทำงานร่วมกับเครื่องยนต์ขยายระยะทางอัจฉริยะและถังน้ำมันขนาดใหญ่ จะสามารถทำระยะทางวิ่งรวมได้สูงสุดถึง 1,705 กิโลเมตร หมดปัญหาความกังวลในการเดินทางไกล พร้อมด้วยระบบช่วงล่างถุงลมปรับระดับได้ 5 ระดับและโช้กอัพปรับความหนืดต่อเนื่องที่สืบทอดพันธุกรรมความขับสนุกและนุ่มนวลมาจาก Xiaomi SU7 ทำให้รถ SUV ขนาดใหญ่คันนี้ขับง่าย คล่องตัว และปลอดภัยอย่างสูงสุดในทุกการเดินทาง



สิ้นสุดการรอคอย! "ดาบพิฆาตอสูร ภาค Ⅰ ปราสาทไร้ขอบเขต" สตรีมแล้ววันนี้ทาง Netflix ชวนทุกคนร่วมลุ้นระทึกไปกับทันจิโร่และเหล่าเสาหลักในศึกสุดท้าย พร้อมส่องกระแสความปังของอนิเมะญี่ปุ่นทั่วเอเชีย
แฟนๆ อนิเมะเตรียมกรี๊ดกันให้สุดเสียง เพราะในที่สุดการรอคอยอันแสนยาวนานก็สิ้นสุดลงแล้ว! เมื่อ Netflix ได้ประกาศสตรีมภาพยนตร์อนิเมะฟอร์มยักษ์ระดับตำนานที่ทุกคนคิดถึงอย่าง "ดาบพิฆาตอสูร ภาค Ⅰ ปราสาทไร้ขอบเขต" (Demon Slayer: Kimetsu no Yaiba Castle Movie I) ให้ได้ชมกันอย่างจุใจตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดยเปิดให้รับชมพร้อมกันถึง 23 ประเทศทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก รวมถึงประเทศไทยสุดที่รักของเรา อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ด้วย งานนี้บอกเลยว่าไม่ต้องเดินทางไปไหนไกล เพียงแค่เปิดจอ Netflix ที่บ้าน ก็สามารถกระโดดเข้าสู่การต่อสู้สุดตระการตาที่ทั้งตื่นเต้นและซาบซึ้งใจได้ทันที ถือเป็นของขวัญสุดพิเศษต้อนรับซีซั่นใหม่ที่แฟนอนิเมะตัวจริงเสียงจริงจะพลาดไม่ได้เด็ดขาดเลยล่ะค่ะ!

สำหรับภาพยนตร์อนิเมะเรื่องนี้ขอบอกเลยว่าดีกรีความปังไม่ธรรมดาเลยจริงๆ เพราะก่อนที่จะก้าวลงจอสตรีมมิ่งทาง Netflix นั้น ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ทุบสถิติด้านยอดตั๋วและรายได้อย่างถล่มทลายในหลายๆ ประเทศที่เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ โดยขึ้นแท่นเป็นภาพยนตร์อนิเมะที่ทำรายได้สูงสุดตลอดกาลในประเทศไทย แถมยังคว้าแชมป์ภาพยนตร์อนิเมะที่ทำรายได้เปิดตัวสูงสุดตลอดกาลในประเทศเพื่อนบ้านอย่างฟิลิปปินส์และอินโดนีเซียอีกด้วย โดยเนื้อเรื่องในภาคนี้จะพาทุกคนไปสัมผัสกับความระทึกใจเมื่อหน่วยพิฆาตอสูรต้องเตรียมแผนรับมือศึกครั้งสุดท้าย แต่จู่ๆ คิบุตสึจิ มุซัน ราชาอสูรตัวร้ายกลับชิงเปิดฉากบุกโจมตีคฤหาสน์อุบุยาชิกิแบบไม่ทันตั้งตัว จนทำให้ทันจิโร่และเหล่าเสาหลักฝีมือฉกาจต้องร่วงหล่นลงสู่มิติอันลึกลับและซับซ้อนของ "ปราสาทไร้ขอบเขต" ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของสมรภูมิเดือดที่ผู้ชมจะต้องลุ้นจนตัวโก่งแทบหยุดหายใจเลยทีเดียว
นอกจากกระแสของดาบพิฆาตอสูรที่ฮิตลมบนแล้ว ทาง Netflix ยังเผยสถิติที่น่าสนใจว่าคอนเทนต์อนิเมะญี่ปุ่นกำลังได้รับความนิยมอย่างล้นหลามจากแฟนๆ ทั่วโลก โดยมากกว่าครึ่งหนึ่งของสมาชิก Netflix ในปัจจุบันต่างก็เคยสัมผัสความสนุกของอนิเมะอย่างน้อย 1 เรื่องมาแล้วทั้งนั้น ซึ่งนอกจากเรื่องนี้แล้ว แฟนๆ ยังเลือกชมอนิเมะที่หลากหลายมาก ตั้งแต่คอนเทนต์ออริจินัลสุดน่ารักอย่าง "เจ้าหญิงกระบอกไม้ไผ่ ในโลกเมตาเวิร์ส" (Cosmic Princess Kaguya!) ไปจนถึงอนิเมะสายบู๊เดือดพลังล้นอย่าง "มหาเวทย์ผนึกมาร จรดลล้างบาง พาร์ต 1" ที่สร้างปรากฏการณ์ติดชาร์ต Top 10 ยาวนานถึง 13 สัปดาห์ในมาเลเซีย รวมถึงอนิเมะระดับขึ้นหิ้งอย่าง "สตีล บอล รัน: โจโจ้ ล่าข้ามศตวรรษ" และ "บากิ จอมระห่ำ" ที่พากันพาเหรดติดอันดับยอดนิยมในไทยและประเทศอื่นๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สะท้อนให้เห็นว่าดินแดนแห่งอนิเมะนี้ช่างกว้างใหญ่และพร้อมจะต้อนรับทุกคนให้เข้ามาสนุกสนานไปด้วยกันเสมอ
สุดท้ายนี้ สำหรับใครที่เพิ่งก้าวเข้าสู่วงการหรืออยากย้อนรำลึกความหลังเพื่อเพิ่มความอินก่อนจะก้าวเข้าสู่ปราสาทไร้ขอบเขต ก็ไม่ต้องกังวลใจไปเลยนะคะ เพราะทาง Netflix เขาใจดีจัดเต็มเตรียมอนิเมะดาบพิฆาตอสูรย้อนหลังให้เราได้ดูกันยาวๆ ครบถ้วนทั้ง 5 ซีซั่นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่วันแรกที่ทันจิโร่ออกเดินทางเพื่อช่วยเนซึโกะ ไปจนถึงการฝึกซ้อมสุดโหดของเหล่าเสาหลัก เพื่อเตรียมความพร้อมของร่างกายและจิตใจให้เต็มร้อย ก่อนจะไปกดปุ่มเล่นภาพยนตร์ภาคต่อสุดยิ่งใหญ่ในปราสาทไร้ขอบเขต เตรียมป๊อปคอร์นให้พร้อม วอร์มคอไว้กรี๊ดกับความเท่ของเสาหลักที่ชื่นชอบ แล้วไปร่วมผจญภัยในโลกแห่งอสูรกันได้เลยวันนี้ทาง Netflix เท่านั้นนะคะ!

เมื่อความมันส์สะใจมาเจอกับวิถีชีวิตไทยแท้! "คนเดือดทวงแค้น" ภาพยนตร์แอ็กชั่นสัญชาติไทยผงาดสู่อันดับ 3 ของโลกบนชาร์ต Netflix หมวดภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศ พร้อมการพลิกบทบาทครั้งสำคัญของ "ณเดชน์ คูกิมิยะ" และ "ต้าห์อู๋ พิทยา" ที่ทุ่มสุดตัวแบบไม่เหลือลุคเดิม

กรี๊ดออกมาค่ะทุกคน! วงการภาพยนตร์ไทยกำลังสร้างตำนานบทใหม่ในระดับอินเตอร์แบบฉุดไม่อยู่จริงๆ หลังจากที่ Netflix ได้ปล่อยภาพยนตร์แอ็กชั่นทริลเลอร์สุดเดือดอย่าง "คนเดือดทวงแค้น" ลงสตรีมมิ่งไปเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคมที่ผ่านมา เพียงแค่สัปดาห์เดียวก็สร้างปรากฏการณ์กระโดดทะยานขึ้นสู่อันดับ 3 บนชาร์ต Top 10 หมวดภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศที่มีผู้ชมสูงสุดทั่วโลกบน Netflix (Global Top 10 Movies) เป็นที่เรียบร้อย แถมยังแรงดีไม่มีตกเพราะติดอันดับ Top 10 ในอีกกว่า 56 ประเทศทั่วโลกเลยทีเดียว ส่วนในประเทศไทยบ้านเรานั้นไม่ต้องพูดถึง เพราะกระแสร้อนแรงจนคว้าอันดับ 1 ไปครองภายในเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมงและยังคงเหนียวแน่นอยู่บนยอดชาร์ตอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นความสำเร็จก้าวสำคัญของคอนเทนต์ไทยที่สามารถก้าวข้ามกำแพงภาษาและเข้าไปนั่งในใจของผู้ชมทั่วทุกมุมโลกได้อย่างน่าภาคภูมิใจสุดๆ เลยค่ะ

เบื้องหลังความปังระดับโลกนี้ ผู้กำกับฝีมือดีอย่าง "คุณสุรพงษ์ เพลินแสง" ได้เผยถึงหัวใจสำคัญของการทำหนังเรื่องนี้แบบเป็นกันเองว่า ความตั้งใจแรกเริ่มของเขานั้นเรียบง่ายมากๆ นั่นคือการส่งมอบความสนุกแบบ "มันส์-สะใจ" ให้กับคนดูอย่างเต็มอิ่ม เพราะเชื่อว่านี่คือแก่นแท้ที่จริงใจที่สุดของภาพยนตร์แนวแอ็กชั่นที่ทุกคนต้องการสัมผัส ทว่าภายใต้ความสะใจของฉากต่อสู้ที่ดุเดือด หนังยังแอบซ่อนประเด็นปัญหาสังคมที่เป็นสากลเอาไว้อย่างลึกซึ้ง โดยเฉพาะเรื่องราวความรุนแรงของวงจรหนี้นอกระบบที่กัดกินชีวิตของผู้คน ซึ่งไม่ว่าจะเป็นผู้ชมชาติใด ภาษาใด ก็สามารถเชื่อมโยงและเข้าใจถึงความเจ็บปวดตรงนี้ได้เป็นอย่างดี ส่งผลให้สารที่ผู้กำกับต้องการจะสื่อสารผ่านภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับการยอมรับและทัชหัวใจผู้คนทั่วโลกได้อย่างอบอุ่นและทรงพลังในเวลาเดียวกัน

อีกหนึ่งไฮไลต์ที่แฟนๆ พูดถึงกันหนาหูจนกลายเป็นไวรัลทั่วโซเชียลก็คือการโคจรมาเจอกันของสองนักแสดงหนุ่มฮอต "ณเดชน์ คูกิมิยะ" และ "ต้าห์อู๋ พิทยา แซ่ฉั่ว" ที่งานนี้ขอสลัดลุคเดิมๆ มารับบทบาทสุดท้าทายแบบที่เราไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน โดยหนุ่มณเดชน์ต้องแปลงโฉมเป็น "หนุ่ม" อดีตนักทวงหนี้มาดเซอร์ที่ต้องใช้เวลาแต่งหน้านานถึง 3-4 ชั่วโมงเพื่อเนรมิตผิวเข้ม รอยสัก และบาดแผลทั่วตัว จนเจ้าตัวยังบอกว่าต้องพยายามใช้ชีวิตแบบทิ้งความเป็นตัวเองเพื่ออยู่กับตัวละครนี้ตลอดการถ่ายทำ ขณะที่น้องต้าห์อู๋ก็โชว์สปิริตการแสดงขั้นสุดกับการสวมบท "โป้" ตัวร้ายสุดอำมหิตที่มีความย้อนแย้งน่าเอ็นดูปนน่าขนลุกตรงที่ชอบแทนตัวเองว่า "หนู" กับคุณแม่ จนกลายเป็นกระแสฮิตทั่วโลกออนไลน์ ซึ่งต้าห์อู๋ต้องทำการบ้านอย่างหนักกับครูสอนการแสดงเพื่อหาแรงขับเคลื่อนลึกๆ ของตัวละครนี้ เพื่อให้ผู้ชมเข้าถึงความร้ายกาจอย่างสมบทบาทที่สุด

ความเก๋ของหนังเรื่องนี้ยังอยู่ที่การเลือกฉากหลังในการถ่ายทำ เพราะทีมผู้สร้างอยากพาทุกคนไปสัมผัสบรรยากาศต่างจังหวัดของไทยที่เต็มไปด้วยเสน่ห์และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว จึงเลือก "จังหวัดเพชรบุรี" แทนที่จะใช้ฉากเมืองหลวงอย่างกรุงเทพฯ เหมือนเรื่องอื่นๆ ซึ่งการทำการบ้านอย่างละเอียดทำให้เราได้เห็นวิวทิวทัศน์ที่หลากหลาย ทั้งภูเขา ทะเล และย่านเมืองเก่าที่มีสถาปัตยกรรมสุดคลาสสิกมารองรับฉากแอ็กชั่นสุดระห่ำได้อย่างลงตัว ยิ่งไปกว่านั้น หนังยังสอดแทรกวิถีชีวิตไทยแท้ๆ ที่พวกเราคุ้นเคยกันดีอย่าง "งานวัด" เข้ามาสร้างสีสันได้อย่างน่ารักและสมจริงสุดๆ ไม่ว่าจะเป็นบ้านลมยักษ์ ไฟนีออนหลากสีสันสดใสชวนย้อนวัย ไปจนถึงการแสดงมอเตอร์ไซค์ไต่ถังสุดตื่นเต้น ซึ่งทั้งหมดนี้ช่วยสะท้อนภาพจำความเป็นไทยในมุมมองใหม่ที่เท่ ดิบ และอินเตอร์อย่างไม่น่าเชื่อ

สำหรับใครที่ยังไม่ได้ไปร่วมพิสูจน์ความเดือด ต้องรีบกดเปิด Netflix ด่วนๆ เลยนะคะ กับเรื่องราวของ "หนุ่ม" อดีตนักทวงหนี้ที่เหลือเวลาชีวิตอีกเพียงน้อยนิดจากโรคร้าย และต้องการไถ่บาปในอดีต แต่โชคชะตากลับพาให้เขาต้องไปพัวพันกับวงจรหนี้อันเลือดเย็นของ "โป้" ที่กระทำต่อหญิงชราและหลานสาวผู้บริสุทธิ์ หนุ่มจึงต้องแท็กทีมกับตำรวจตงฉินอย่าง "ก้อง" เพื่อเปิดศึกทวง "หนี้ชีวิต" คืนให้กับเหยื่อทุกคนในสมรภูมิสุดเถื่อนครั้งนี้ บอกได้คำเดียวเลยว่าเป็นผลงานภาพยนตร์จาก จังก้า สตูดิโอ ที่ครบรส ทั้งฉากแอ็กชั่นสุดเร้าใจ ปมประเด็นสังคมที่ชวนขบคิด และฝีมือการแสดงของเหล่านักแสดงชั้นนำที่ทุ่มเทกันแบบหมดหน้าตัก มาร่วมส่งกำลังใจและรับชมผลงานไทยระดับโลกเรื่องนี้ไปด้วยกันได้แล้ววันนี้ที่ Netflix เท่านั้นนะคะ!

realme ร่วมจัดกิจกรรมสุดคึกคักในงาน BACONTIME THE MEMORY ในฐานะผู้สนับสนุนหลักทีม Bacon Time พร้อมเปิดตัว realme 16 Series 5G สมาร์ตโฟนเล่นเกมสเปกแรง แบตเตอรี่ Titan 7000mAh และระบบระบายความร้อนอัจฉริยะ ให้แฟนเกมได้ทดลองเล่นจริงและท้าดวลในกิจกรรม 1:1 Freestyle Battle
บรรยากาศความคึกคักและรอยยิ้มอันแสนอบอุ่นกลับมาอบอวลอีกครั้งในงาน "BACONTIME THE MEMORY" ซึ่งจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา โดยมี realme แบรนด์สมาร์ตโฟนเพื่อคนรุ่นใหม่และผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการของทีม Bacon Time มาร่วมสร้างสีสันและเนรมิตพื้นที่แห่งความทรงจำให้กลายเป็นสวรรค์ของคนรักเกม ตลอดทั้งวันภายในงานเต็มไปด้วยเหล่าเกมเมอร์และแฟนคลับจำนวนมากที่พากันมาร่วมย้อนวันวานและเก็บเกี่ยวโมเมนต์สุดพิเศษร่วมกับนักกีฬาในดวงใจ ซึ่งทาง realme ไม่เพียงแต่นำความสนุกสนานมามอบให้เท่านั้น แต่ยังขนทัพนวัตกรรมระดับเรือธงมาร่วมเปิดประสบการณ์แบบ Gaming Master ให้แฟนคลับได้สัมผัสกันแบบใกล้ชิดและเป็นกันเองตลอดทั้งงานแบบไม่มีพัก

หนึ่งในจุดแลนด์มาร์กสำคัญที่ดึงดูดความสนใจจากผู้เข้าร่วมงานอย่างล้นหลามคือบูธกิจกรรมของ realme ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้ทดลองสัมผัสประสิทธิภาพของ realme 16 Series 5G สมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้เล่นระดับโปรเพลเยอร์โดยเฉพาะ การทดลองเล่นในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่การลองจับถือเครื่องหรือดูสเปกบนกระดาษเท่านั้น แต่เป็นการลงสนามจริงเพื่อทดสอบความลื่นไหลของเฟรมเรต การตอบสนองของหน้าจอ และความแม่นยำในการออกคำสั่งในสถานการณ์จำลองที่ตึงเครียด ซึ่งการกดสกิล การเปลี่ยนเป้าหมาย หรือการเข้าปะทะในช่วงเวลาสำคัญนั้นสามารถทำได้อย่างลื่นไหลไร้รอยต่อ ไม่มีอาการหน่วงหรือกระตุกให้เสียจังหวะ ทำให้ผู้เล่นสายจริงจังและบุคคลทั่วไปต่างพากันชื่นชมในความเสถียรและความรวดเร็วในการทำงานของตัวเครื่องที่สามารถรองรับจังหวะการเล่นที่รวดเร็วได้อย่างสมบูรณ์แบบ

นอกจากความแรงและสเปกที่จัดเต็มแล้ว realme 16 Series 5G ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีระบายความร้อนอัจฉริยะ AirFlow VC Cooling ที่เข้ามาช่วยจัดการอุณหภูมิภายในตัวเครื่องอย่างมีประสิทธิภาพ แม้ในยามที่ประมวลผลกราฟิกหนักๆ หรือมีการเชื่อมต่อที่ยาวนานต่อเนื่อง ซึ่งระบบนี้ช่วยให้ตัวเครื่องสามารถรักษาประสิทธิภาพการทำงานได้อย่างคงที่และช่วยให้ผู้เล่นสามารถจับถือเครื่องได้อย่างสะดวกสบายโดยไม่รู้สึกร้อนมือ ควบคู่ไปกับแบตเตอรี่ทรงพลังขนาดใหญ่พิเศษ Titan 7000mAh ที่รองรับการใช้งานอันยาวนานตลอดทั้งวัน ช่วยตัดความกังวลเรื่องแบตเตอรี่หมดระหว่างแมตช์สำคัญหรือจังหวะการพลิกเกมรอบตัดสินได้อย่างดีเยี่ยม ทำให้อุปกรณ์รุ่นนี้ตอบโจทย์ทั้งการเล่นเกมแบบจริงจังระดับทัวร์นาเมนต์และการใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวันอย่างไม่มีสะดุด

สำหรับไฮไลต์ที่สร้างเสียงเชียร์และแรงกระตุ้นให้บูธคึกคักเป็นพิเศษคือกิจกรรม "1:1 realme Freestyle Battle" ที่เปิดเวทีให้แฟนเกมได้เข้ามาท้าดวลฝีมือแบบตัวต่อตัวผ่านสมาร์ตโฟนเครื่องแรงนี้ ซึ่งบรรยากาศการแข่งขันเต็มไปด้วยความตื่นเต้นเร้าใจ มีทั้งการวางแผนเดินเกมรุกอย่างดุดันและการตั้งรับรอจังหวะสวนกลับที่ทำให้ผู้เข้าชมรอบๆ ต้องลุ้นกันจนตัวโก่ง นอกเหนือจากการประลองฝีมือสุดมันส์แล้ว บูธ realme ยังเต็มไปด้วยกิจกรรมร่วมสนุกกับเหล่าครีเอเตอร์ชื่อดังที่มาร่วมพูดคุย ถ่ายรูป และแจกของรางวัลสุดพิเศษให้กับผู้ร่วมสนุกและผู้ทดลองเล่นเครื่องกันอย่างทั่วถึง ทำให้ทุกคนที่มาเยือนบูธได้รับทั้งความสุข รอยยิ้ม และของที่ระลึกติดมือกลับบ้านไปพร้อมกับความทรงจำที่น่าประทับใจ

การเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงาน "BACONTIME THE MEMORY" ในครั้งนี้ นับเป็นการตอกย้ำจุดยืนและความมุ่งมั่นของ realme ในการสนับสนุนวงการอีสปอร์ตไทยอย่างไม่หยุดยั้ง โดยแบรนด์ไม่ได้มองว่าเกมเป็นเพียงแค่ความบันเทิงยามว่าง แต่ยังเป็นพื้นที่สำคัญที่ช่วยให้คนรุ่นใหม่ได้แสดงศักยภาพ ฝึกฝนทักษะ และสร้างมิตรภาพร่วมกันในคอมมูนิตี้อย่างสร้างสรรค์ การส่งมอบประสบการณ์ระดับ Gaming Master ผ่านสมาร์ตโฟนสเปกเทพจึงเป็นการเตรียมความพร้อมให้กับผู้เล่นในทุกระดับได้ก้าวข้ามขีดจำกัดของตนเอง และถึงแม้งานสุดประทับใจนี้จะจบลงไปแล้ว แต่ทาง realme ยังเตรียมแคมเปญและกิจกรรมสุดพิเศษอีกมากมายที่จะขนมาเอาใจแฟนๆ ตลอดทั้งปี ซึ่งสามารถติดตามรายละเอียดและความเคลื่อนไหวต่างๆ ได้ผ่านทางหน้าเพจ Facebook: realme Thailand และช่องทางโซเชียลมีเดียอย่างเป็นทางการ

ทรู คอร์ปอเรชั่น เตรียมความพร้อมโครงข่าย 5G และ 4G ครั้งยิ่งใหญ่ รองรับงานประเพณีแห่เทียนพรรษาอุบลราชธานี ครบรอบ 125 ปี ระหว่างวันที่ 28-30 กรกฎาคม 2569 โดยระดมติดตั้งรถโมบายล์ขยายสัญญาณและใช้ AI อัจฉริยะควบคุมตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเชื่อมต่อทุกความประทับใจของนักท่องเที่ยวและส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์ไทยสู่ระดับโลก
ประเพณีแห่เทียนพรรษาจังหวัดอุบลราชธานี ถือเป็นหนึ่งในมรดกทางวัฒนธรรมที่ยิ่งใหญ่และงดงามที่สุดของประเทศไทย ซึ่งจัดขึ้นเพียงปีละครั้งจนได้รับการยอมรับและปักหมุดหมายในระดับนานาชาติ โดยในปี พ.ศ. 2569 นี้ ความยิ่งใหญ่จะทวีคูณขึ้นเป็นพิเศษเนื่องในโอกาสครบรอบ 125 ปีแห่งการสืบสานประเพณีอันทรงคุณค่า งานนี้จะจัดขึ้นอย่างตระการตาระหว่างวันที่ 28–30 กรกฎาคม 2569 ณ บริเวณรอบทุ่งศรีเมือง แหล่งรวมจิตวิญญาณของชาวอุบลราชธานี โดยไฮไลต์สำคัญจะอยู่ที่การรวมต้นเทียนพรรษาที่แกะสลักอย่างวิจิตรบรรจงในวันที่ 28 กรกฎาคม ตามด้วยขบวนแห่เทียนพรรษาสุดอลังการทั้งในภาคกลางวันและภาคกลางคืนของวันที่ 29-30 กรกฎาคม ที่พร้อมจะสะท้อนความงดงามของศิลปะ วัฒนธรรมพื้นบ้าน ขบวนนางรำ และวิถีชีวิตชาวอีสานให้ประจักษ์แก่สายตาชาวโลกในฐานะซอฟต์พาวเวอร์ (Soft Power) ชิ้นเอกของไทย
เพื่อรองรับคลื่นมหาชนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติที่หลั่งไหลเข้ามาอย่างล้นหลาม ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้เดินหน้าเตรียมความพร้อมขั้นสูงสุดด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพและขยายช่องสัญญาณโครงข่าย 5G และ 4G ให้ครอบคลุมและแข็งแกร่งยิ่งขึ้น โดยการระดมติดตั้งรถสถานีฐานเคลื่อนที่ หรือ Cell on Wheels (COW) พร้อมกับการเพิ่มขีดความสามารถของสถานีฐานในพื้นที่จัดงานหลักและจุดที่มีการใช้งานหนาแน่นอย่างเป็นระบบ เพื่อรับประกันว่าทุกการเชื่อมต่อทางดิจิทัลจะเป็นไปอย่างลื่นไหลไม่มีสะดุด ไม่ว่าจะเป็นการไลฟ์สตรีมมิ่งความละเอียดสูง การอัปโหลดภาพถ่ายความประทับใจ หรือการแชร์วิดีโอเรียลไทม์ผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่างๆ ช่วยให้ผู้ร่วมงานทุกคนสามารถส่งต่อความงดงามของประเพณีไทยออกสู่โลกภายนอกได้อย่างรวดเร็วทันใจ
นอกเหนือจากการยกระดับสัญญาณบริเวณลานพิธีทุ่งศรีเมืองแล้ว ทรู ยังตระหนักถึงความสำคัญของการเดินทางของนักท่องเที่ยว จึงได้เตรียมความพร้อมของโครงข่ายในเส้นทางคมนาคมและจุดเชื่อมต่อสำคัญต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสถานีขนส่งผู้โดยสารเฉลิมพระเกียรติฯ ท่าอากาศยานนานาชาติอุบลราชธานี ตลอดจนศูนย์การค้าและเส้นทางคมนาคมสายหลักที่มุ่งสู่ตัวเมือง ควบคู่ไปกับการจัดตั้งทีมวิศวกรเครือข่ายลงพื้นที่คอยดูแลความเรียบร้อยอย่างใกล้ชิด โดยทำงานประสานกับศูนย์ปฏิบัติการเครือข่ายอัจฉริยะ หรือ Business Network Intelligence Center (BNIC) ที่ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาช่วยวิเคราะห์และตรวจสอบคุณภาพสัญญาณแบบเรียลไทม์ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเฝ้าระวังและบริหารจัดการการจราจรทางข้อมูลให้อยู่ในระดับดีเยี่ยมที่สุด

ความมุ่งมั่นของ ทรู คอร์ปอเรชั่น ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการให้บริการเครือข่ายโทรคมนาคมที่มีประสิทธิภาพสูงเท่านั้น แต่ยังเป็นการตอกย้ำพันธกิจสำคัญในการร่วมอนุรักษ์ สืบสาน และขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์ของไทยให้เติบโตในเวทีระดับโลกอย่างยั่งยืน การเชื่อมต่อผ่านนวัตกรรมดิจิทัลที่ไร้รอยต่อในงานแห่เทียนพรรษาครบรอบ 125 ปีนี้ จะเป็นสะพานเชื่อมร้อยความประทับใจ ความเลื่อมใสศรัทธา และความภาคภูมิใจในอารยธรรมท้องถิ่นอีสาน ให้ส่งผ่านจากใจของคนไทยไปสู่ผู้คนทั่วโลกได้อย่างสมบูรณ์แบบและราบรื่นตลอดเทศกาลอันศักดิ์สิทธิ์นี้