วันพฤหัสบดี, 3 ธันวาคม 2563

ระบบปฏิบัติการมือถือ มีอะไรใหม่ในปี 2020 (Android/ iOS)

ระบบปฏิบัติการ หรือ Operation system (OS) ตัวกลางเชื่อมผู้ใช้งานกับแอพพลิเคชั่นต่างๆ เพื่อขับเคลื่อนการทำงานไปพร้อมๆ กับ Hardware บนสมาร์ทโฟนเพื่อการประมวลผลการทำงาน และ เป็นอีกหนึ่งปัจจัยในการเลือกซื้อสมาร์ทโฟน โดยในปี 2020 ได้มีการพัฒนาระบบปฏิบัติการให้ดีขึ้น สมูทยิ่งขึ้น เพิ่มความคล่องตัวให้กับมือถือมากขึ้น หลักๆก็มี iOS กับ Android OS และยังมีระบบที่แยกมาจากตัวหลักอีก อย่าง ColorOS, MIUI, EMUI, Funtouch OS และ Oxygen OS แยกมาจาก Android OS และ iOS

Android 11

เริ่มต้นระบบแรกด้วย Android OS ซึ่งในปี 2020 ระบบได้พัฒนาจาก Android 10 ในปี 2019 มาเป็น Android 11 โดยฟีเจอร์ที่มีมาเพิ่มนั้นมีดังต่อไปนี้

  • People
    • Conversations : ปรับปรุงระบบ notification ไปอีกขั้น โดยเพิ่มหมวดการแจ้งเตือนหมวดที่สามเพิ่มเข้ามาคือ conversations เป็นหมวดแยกเฉพาะสำหรับการแชท ตั้งค่าการแชทให้มีความสำคัญเป็นพิเศษมากขึ้น แอพที่รองรับตอนนี้มีเพียง Facebook Messenger และ Android Messages เท่านั้น และในอนาคตกับแอพแชทยอดนิยมอื่นๆ เช่น LINE, Telegram, WeChat และ Slack
    • Bubbles : หน้าจอแชทลอยทับแอพตัวอื่นๆ คล้ายๆกับ Chat Head ของ Facebook Messenger แต่ bubble เป็นการรองรับที่ระดับ OS ทำให้แอพแชทตัวอื่นๆ สามารถทำหน้าจอลอยทับแบบเดียวกัน สามารถกำหนดได้ว่าแชทห้องไหนบ้างที่คุยเป็น bubble ได้ แต่คงต้องรอกันอีกสักระยะกว่าจะใช้ได้กับทุกแอพ
  • Control
    • Device Controls : หน้าจอ Power Menu ที่เปลี่ยนแปลงไป เวลาที่เรากดปุ่มปิดหน้าจอค้างไว้ จะขึ้นหน้าจอเต็ม ที่ใช้ควบคุมหรือสั่งการอุปกรณ์สมาร์ทโฮมในบ้านได้ด้วย
    • Media Controls : ควบคุมเพลงหรือมีเดียใน notification สามารถควบคุมจากแถบ notification ได้อยู่แล้ว เพียงแต่เพิ่มให้มีลักษณะเป็น widget ลอยค้างอยู่ตลอด และรองรับการควบคุมแอพมีเดียหลายตัวพร้อมกันได้ด้วย
  • Privacy
    • Permission : การอนุญาตให้สิทธิการเข้าถึง “เพียงครั้งนี้ครั้งเดียว” One-time permissions แบบเดียวกับที่ iOS ช่วยให้ผู้ใช้เปิดสิทธิให้แอพเป็นการชั่วคราว ก่อนตัดสินใจในภายหลังว่าจะให้สิทธิแบบถาวรหรือไม่ และยังสามารถเพิกถอนสิทธิที่เคยให้ไปแล้ว กับแอพที่ไม่เปิดใช้เป็นเวลานานๆ

หลักๆมีประมาณนี้ และยังมีฟีเจอร์อื่นๆให้เล่นอีกมากมาย นอกจาก Android 11 และยังมีย่อยอีก 5 ตัวที่ถูกพัฒนาบนรากฐานของ Android OS นั่นก็คือ

1.ColorOS 11

ครั้งแรกของ OPPO ที่ปล่อยเฟิร์มแวร์ ColorOS 11 ออกมาในวันเดียวกันกับที่ทาง Google ประกาศเปิดตัว Android 11 ทำให้ได้รับฟีเจอร์ที่คล้ายกัน และก็ยังมีฟีเจอร์บนหน้าจอใหม่ๆให้คุณได้สัมผัสอีกเช่นกัน

  • GESTURE : ผู้ใช้งานจะสามารถใช้ 3 นิ้ว เพื่อแคปหน้าจอส่วนที่ต้องการแปล จากนั้นก็กดเลือกภาษาที่ต้องการแปลผ่าน Google Lens ได้เลย ไม่ต้องไม่ต้องสลับแอปไปมา
  • DARK MODE : ปรับการใช้งาน Dark Mode เพิ่มระดับความเข้มของสีดำ ไปจนถึงการปรับวอลเปเปอร์หรือไอคอนให้เหมาะกับหน้าจอต่าง ๆ
  • ปรับแต่ง UI : แบ่งฟีเจอร์การปรับแต่งหลัก ๆ ออกเป็น 4 ส่วน ได้แก่ การตั้งค่า Always-on Display, การสร้างเสียงเรียกเข้า (Ringtone) ของตัวเอง, การสร้างรูปวอลเปเปอร์ ไปจนถึงการปรับแต่งโทนสีหลักในหน้า UI ต่าง ๆ
  • OPPO RELAX 2.0 : เพิ่มฟีเจอร์ Sound of the Cities ที่จะพาเราไปอยู่ในเมืองต่าง ๆ ด้วยเสียง Ambient ของเมืองซึ่งอัดมาจากทั่วโลก
  • FLEX DROP : ทำให้ผู้ใช้งานสามารถย่อขนาดหน้าต่างแอปพลิเคชันที่กำลังใช้อยู่ให้มีขนาดเล็กลง สามารถย้ายตำแหน่งบนจอได้ตามใจ และสามารถใช้งาน 2 แอปบนหน้าจอเดียวกันได้
  • PRIVATE MODE : ผู้ใช้งานสามารถสร้างโปรไฟล์แยกเป็น 2 บัญชีได้ แล้วตัวมือถือจะเปิดโปรไฟล์ที่แตกต่างกันตามลายนิ้วมือที่ตั้งไว้สำหรับการสแกนปลดล็อคเครื่อง ซึ่งโปรไฟล์นี้ก็จะไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลจากโปรไฟล์หลักได้ ทำให้เป็นส่วนตัวมาก ๆ
  • เพิ่มประสิทธิภาพ : ระบบการจัดการ RAM ที่ดีขึ้นถึง 45% การทำงานตอบสนองไวขึ้นถึง 32% และเฟรมเรทที่คงที่มากขึ้นถึง 17% ทำให้ประสบการณ์ในการใช้งานมือถือ OPPO ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดไม่ว่าจะการใช้งานทั่วไป

2.MIUI 12

MIUI 12 ในปี 2020 แน่นอนว่าฟีเจอร์ต้องคล้ายๆกันอยู่แล้ว แต่ก็มีฟีเจอร์ที่แตกต่าง เพื่อการใช้งานมือถือ Xiaomi ได้ดียิ่งขึ้น

  • Animetion : ได้รับการดีไซน์ใหม่หมด ไม่ว่าจะเป็นการหมุนจอ การเปิดแอป การลากไอคอนแอป การไถหน้าจอ และอื่นๆ ตัวอย่างเช่นการเคลื่อนไหวของไอคอนบนหน้าจอจะแตกต่างออกไปตามความเร็วของนิ้วเรา หรือการลบแอปทิ้ง ก็จะมีการเคลื่อนไหวเกิดขึ้นกับเหล่าแอปที่อยู่รอบๆ ไปด้วย
  • Super Wallpapars : เพิ่มลูกเล่นภาพ 3 มิติ ของโลก และดาวอังคาร ซึ่งใช้ข้อมูลอ้างอิงจาก NASA สามารถนำมาแสดงบนหน้าจอหลัก Always-on display, Home screen และ Lock screen ได้ในรูปแบบที่น่าตื่นเต้น
  • Privacy Protection : ปรับปรุงความปลอดภัย และความเป็นส่วนตัวในการใช้งานให้มากขึ้น เมื่อมีการใช้งานกล้อง ไมโครโฟน หรือการระบุตำแหน่งเกิดขึ้นบนมือถือ และเพิ่มการขออนุญาตเข้าถึงการใช้งานต่างๆ
  • Casting : ฟีเจอร์ Private Casting ขณะ Cast ภาพหน้าจอมือถือขึ้นไปที่หน้าจอทีวี จะโชว์ Notification ของข้อความ หรือสายเข้า แค่บนหน้าจอมือถือเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ Minimized Window ที่จะโชว์ภาพขึ้นจอทีวีเฉพาะแอปที่เราเลือกไว้เท่านั้น โดยบนหน้าจอมือถือจะสามารถออกไปใช้แอปอื่นๆ ต่อได้เลย
  • Ultra Battry Save : ตัดการทำงานของแอปเบื้องหลังทั้งหมด พร้อมทั้งเปลี่ยนเป็น Dark Mode โดยอัตโนมัติ และจะเปิดแอปที่จำเป็นจริงๆ เอาไว้เท่านั้น ซึ่งเราเลือกได้เองว่าแอปไหนจะให้เปิดเอาไว้ในโหมดนี้ ช่วยยืดอายุของแบตเตอรี่ออกไปได้มากกว่าเดิม

3.EMUI 11

HUAWEI ปล่อยให้อัปเดท EMUI 11 ไปแล้วตั้งแต่เดือนกันยายน 2020 ฟีเจอร์ไม่ค่อยแตกต่างจากหลายๆตัวมากนัก แต่ก็ยังมีเสริมเพิ่มเติมนอกเหนือจากตัวอื่นอยู่บ้าง

  • Always-on (AOD) : AOD หลากหลายสไตล์มาให้เลือกใช้กัน ผู้ใช้งานจะสามารถปรับแต่งหน้าตาของมันได้ ซึ่งแต่ละสไตล์ยังเลือกปรับแต่งสี หรือตำแหน่งต่างๆ เพิ่มเติมได้ แถมยังเอาภาพนิ่ง หรือภาพเคลื่อนไหว(GIF) มาเป็น AOD ได้
  • Smart Multi-Window : มือถือหรือแท็บเล็ตสามารถทำงานแบบ Multitask ได้ดียิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นไอคอนวงกลมที่โผล่มาด้านข้างจอเพื่อกดดู หรือกดเรียกใช้แอปที่ทำงานอยู่เบื้องหลัง รองรับการเปิดแอปพร้อมกัน 2 แอปบนหน้าจอเดียวกันในบางรุ่น
  • HUAWEI และ HONOR : สำหรับมือถือและแท็บเล็ต จะสามารถแชร์ไฟล์ ดูหนัง หรือเล่นเกมบนหน้าจอของอุปกรณ์อื่นๆ อย่างเช่นโน้ตบุ๊คของ Huawei และ Honor ได้ด้วย โดยตอนนี้ฟีเจอร์ดังกล่าวจะทำให้อุปกรณ์ที่ใช้ EMUI 11 เปิดแอปบนหน้าจอโน้ตบุ๊คที่รองรับได้พร้อมกันถึง 3 แอป

4.Funtouch OS

Funtouch OS 11 เป็นระบบปฏิบัติการเวอร์ชั่นล่าสุดที่มาพร้อมสมาร์ทโฟน Vivo ถูกใช้อยู่บน vivo V20 Series ตัวใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวไปในปี 2020

  • Always On Display : ผู้ใช้งานสามารถเลือกปรับแต่งต่างๆ มีสีสันลูกเล่นให้เลือกมากมาย รวมถึงเอฟเฟกต์แสงแบบไดนามิก
  • App Gallery : รูปแบบอัลบัมที่เรียกว่า Memories ภาพถ่ายในอัลบัมจะถูกจัดกลุ่มตามช่วงเวลา สถานที่ กิจกรรม และความใกล้ชิดของบุคคล และเพิ่มฟีเจอร์ AI Editor ที่ช่วยให้การตัดต่อวีดีโอง่ายขึ้น ที่ระบบจะระบุตัวละครหลัก และเน้นช่วงเวลาสำคัญอัตโนมัติ
  • iManager : แอปสำหรับให้ข้อมูลสรุปรายละเอียดของโทรศัพท์ของคุณ และประสิทธิภาพการทำงาน รวมถึงยังมีคุณสมบัติการสแกนความปลอดภัย ตรวจหาไวรัสในไฟล์ และแอพที่เป็นอันตราย เพิ่มโซลูชันในการลบออกได้ทันทีให้อีกด้วย
  • S-Capture : สามารถเลือกพื้นที่สำหรับจับภาพหน้าจอได้อิสระ และสามารถบันทึกวีดีโอพร้อมเสียงได้ด้วย เหมาะสำหรับทำการแคสเกม หรือสอนวิธีใช้งานต่างๆ บนมือถือ
  • Ultra Game Mode : สามารถเปิดแอปอื่นซ้อนแบบ Picture-in-Picture ในหน้าเกมได้ พร้อม Esports Mode ที่จะตัดการแจ้งเตือนต่างๆ ขณะเล่นเกม และมี adaptive frame rate ช่วยบูสต์ระบบเกมให้ลื่นไหลด้วย

5.Oxygen OS

OnePlus ปล่อยอัพเดท Oxygen OS 11 แล้วกับ OnePlus 8, OnePlus 8 Pro และ OnePlus 8T 5G ตัวล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัวไปไม่นานนี้

  • New visual design : ปรับเปลี่ยนรูปแบบแอพ Weather, Launcher, Gallery, Notes ให้มีสีสัน
  • New layout : ใช้งานมือเดียวได้สะดวกยิ่งขึ้น
  • Always-on display : ฟังก์ชั่นการแสดงผลตลอดเวลา รวมถึงนาฬิการูปแบบใหม่ ทั้งหมด 11 แบบ
  • Live wallpaper : วอลเปเปอร์ที่เปลี่ยนไปตามช่วงเวลาของวัน
  • New OnePlus Sans font : แบบตัวอักษรใหม่ที่ช่วยให้อ่านง่ายขึ้น
  • Dark Mode : ปรับให้ใช้งานง่ายขึ้น รวมถึงความสามารถในการเปิดและปิดโดยอัตโนมัติและทางลัดในการตั้งค่าด่วน
  • Zen 2.0 : ธีม Zen Mode ใหม่ 3 รูปแบบที่ได้รับแรงบันดาลใจจากจักรวาลมหาสมุทรและธรรมชาติ และตัวเลือกการปรับแต่งอื่น ๆ สามารถเลือกเพิ่มได้ 7ครั้ง สำหรับโหมด Zen ตั้งแต่ 1 นาที 20 30 40 60 90 ถึง 120 นาทีและฟีเจอร์นี้ยังทำงานร่วมกันได้อีกด้วย
  • New Gallery : คลังภาพที่สร้างเรื่องราวรายสัปดาห์แบบอัตโนมัติ โดยอ้างอิงจากรูปภาพและวิดีโอ

iOS 14

ในส่วนของ iOS 14 ที่ใหม่ล่าสุดจาก Apple ก็เรียกได้ว่ามีฟีเจอร์ใหม่ที่ลากหลาย จนลืมภาพระบบแบบเก่าๆไปได้เลย ถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงที่พิเศษสุดสำหรับสาวก iPhone แต่สามารถอัปเดตได้เฉพาะ iPhons 6s ขึ้นไปได้เท่านั้น

  • Widget : เลื่อนหน้าแอพจากหน้า Home ไปทางซ้ายจะเป็นคำสั่งลัด เช่น เข้าชมภาพถ่าย ปฏิทิน นัดหมาย สภาพอากาศ ปั๊มน้ำมัน ปริมาณแบตเตอรี่ หุ้น Screen Time ซึ่งสามารถเพิ่มลดวิดเจ็ตได้เองตามต้องการ
  • Smart Stack : รวม Widget หลัก ๆ ที่จำเป็นต่อการใช้งานมาไว้ในหน้าต่าง Widget อันเดียว เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเลื่อนขึ้นลงเพื่อดูสถานะต่าง ๆ ได้ โดยไม่เปลืองพื้นที่ Home  (Music  Stocks Calendar)
  • App Library : เลื่อนหน้าแอพจากหน้า Home ไปทางขวา จะเจอหมวดหมู่แอพที่เป็นระเบียบมากขึ้น โดยเป็นการจัดหมวดหมู่อัตโนมัติ อย่าง แอปที่ใช้บ่อย, แอปที่เพิ่งติดตั้ง และอื่นๆ โดยจัดลำดับตามพฤติกรรมการใช้งานของเรา สามารถซ่อนบางหน้าเพื่อให้หน้าจอโฮมดูเรียบง่ายสะอาดตามากขึ้น
  • Picture in Picture : สามารถดูวิดีโอพร้อมเล่นแอปพลิเคชั่นอื่นได้ โดยวิดีโอจะลอยเป็นหน้าต่างเล็กๆ สามารถลากไปไหนมาไหนบนจอได้ ซึ่งฟีเจอร์นี้จะสามารถใช้ได้กับการดูวิดีโอจากเบราว์เซอร์ Safari และ Netflix เท่านั้น
  • CAM/MIC Indicator : ทุกครั้งที่ตัวอุปกรณ์มีการเปิดกล้องหรือไมค์ขึ้นมา แถบ Notification ด้านบนขวาก็จะแสดงจุดวงกลมสี ๆ ขึ้นมาเพื่อแสดงให้เห็นว่ามีแอปพลิเคชันใช้กล้องหรือไมค์อยู่ โดยจะใช้ จุดสีเขียวเมื่อมีการใช้กล้องอยู่ และจุดสีส้มเมื่อมีการใช้ไมโครโฟน 
  • Backtap : ผู้ใช้งานสามารถตั้งค่าการแตะด้านหลังของตัวเครื่องเป็นจำนวน 2 หรือ 3 ครั้ง เพื่อล็อคเครื่อง, Mute เสียง, เข้า Notification Center และอื่นๆ ได้ตามที่เราต้องการ