
ไปรษณีย์ไทย แท็กทีม MONOMAX และ JAS เปิดแคมเปญสุดยิ่งใหญ่ 'แสตมป์ลุ้นแชมป์ แจกโชคทะลุ 5 ล้านบาท' ชวนแฟนบอลสะสม iStamp ฟุตบอลโลก 2026 ผ่านแอป Prompt Post ลุ้นรับรถยนต์ไฟฟ้า OMODA C5 EV, ทองคำ และรางวัลอื่นๆ เพียบ พร้อมรับสิทธิ์ดูพรีเมียร์ลีกฟรี 3 วัน!
เหล่าคอลูกหนังและนักสะสมเตรียมตัวร้องกรี๊ดกันได้เลย! เพราะวันนี้พี่ไปรฯ หรือไปรษณีย์ไทยสุดใจดี ได้จับมือแท็กทีมครั้งใหญ่กับ MONOMAX แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งความบันเทิงสุดฮิต ร่วมกันเปิดตัวแคมเปญสุดพิเศษเอาใจคนรักฟุตบอลอย่าง "แสตมป์ลุ้นแชมป์ แจกโชคทะลุ 5 ล้านบาท" ที่จะมาชวนทุกคนก้าวเข้าสู่โลกดิจิทัลไลฟ์สไตล์ด้วยการสะสม iStamp ฟุตบอลโลก 2026 ผ่านแอปพลิเคชันสุดล้ำอย่าง Prompt Post งานนี้บอกเลยว่าไม่ใช่แค่การสะสมแสตมป์แบบเดิมๆ อีกต่อไปแล้วนะจ๊ะ เพราะนี่คือโอกาสทองที่จะทำให้เพื่อนๆ ได้ลุ้นรับของรางวัลสุดพรีเมียมมูลค่ารวมกว่า 5 ล้านบาท แถมยังได้สิทธิ์ฟินไปกับการดูพรีเมียร์ลีกและคอนเทนต์กีฬาเด็ดๆ ฟรีอีกด้วย เรียกว่าคุ้มแสนคุ้มจนต้องรีบกดแอปฯ ขึ้นมาลงทะเบียนด่วนๆ เลยล่ะ!
เบื้องหลังความสนุกและแคมเปญสุดยิ่งใหญ่ในครั้งนี้ ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ บิ๊กบอสใหญ่แห่งไปรษณีย์ไทย ได้เล่าให้ฟังด้วยรอยยิ้มว่า ทางไปรษณีย์ไทยมีความตั้งใจจริงที่จะพัฒนาแอปพลิเคชัน Prompt Post ให้เป็นมากกว่าแค่เครื่องมือบริการดิจิทัลทั่วไป แต่ต้องการให้แพลตฟอร์มนี้เข้าไปนั่งในใจและเชื่อมโยงเข้ากับทุกไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตประจำวันของทุกคนอย่างแท้จริง การจับมือกับ MONOMAX และบริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS ผู้ได้รับสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 ในไทยอย่างเป็นทางการ จึงเป็นเหมือนสะพานเชื่อมระหว่างโลกแสตมป์และโลกแห่งความบันเทิงระดับโลกเข้าด้วยกัน ซึ่งเป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์ใหม่ของไปรษณีย์ไทยในการก้าวสู่การเป็น Lifestyle Brand ที่พร้อมจะมอบความสุขและความบันเทิงส่งตรงถึงมือคุณในทุกช่วงเวลาสำคัญ
สำหรับกติกาความสนุกก็ง่ายแสนง่ายและเป็นมิตรกับทุกคนสุดๆ เพียงแค่เพื่อนๆ เข้าไปซื้อดิจิทัลแสตมป์หรือ iStamp ฟุตบอลโลก 2026 ผ่านแอปพลิเคชัน Prompt Post ในราคาชุดละ 329 บาทเท่านั้นเอง โดยการซื้อแสตมป์ 1 ชุด จะได้รับสิทธิ์ในการลุ้นโชคใหญ่ทันที 1 สิทธิ์ และที่กรี๊ดไปกว่านั้นคือใครที่อยากเพิ่มโอกาสชนะก็สามารถซื้อสะสมสิทธิ์ได้แบบไม่จำกัดจำนวนครั้งกันเลยทีเดียว ยิ่งสะสมมากก็ยิ่งมีโอกาสเป็นเจ้าของรางวัลใหญ่มากขึ้นเท่านั้น นอกเหนือจากสิทธิ์ลุ้นโชคแล้ว ทุกคนที่ซื้อยังจะได้รับรหัสของขวัญสำหรับใช้งาน MONOMAX SPORTS STANDARD ฟรีถึง 3 วันเต็มๆ ให้ไปรับชมแมตช์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษสุดมันส์ รวมถึงซีรีส์ฮิต ภาพยนตร์ดัง และคอนเทนต์กีฬาระดับโลกกันแบบจุใจจุลินทรีย์กันไปเลย

มาส่องกองทัพของรางวัลสุดว้าวที่ไปรษณีย์ไทยและพันธมิตรเตรียมขนมาแจกกันบ้างดีกว่า บอกเลยว่าจัดหนักจัดเต็มจนใจสั่น เริ่มต้นด้วยรางวัลใหญ่กระแทกตาอย่าง รถยนต์ไฟฟ้าสุดล้ำ OMODA C5 EV จำนวนถึง 3 รางวัล ตามมาด้วยทองคำแท้หนัก 1 บาท อีกจำนวน 20 รางวัล และสำหรับสายแว้นสุดชิคก็ยังมีรถจักรยานยนต์สุดเท่ Honda Scoopy รุ่นปี 2026 อีกจำนวน 10 รางวัล รวมไปถึงสมาร์ททีวีจอใหญ่เต็มตา Hisense ขนาด 55 นิ้ว จำนวน 50 รางวัล และปิดท้ายด้วยแพ็กเกจดูความบันเทิงยาวๆ กับ MONOMAX SPORTS PREMIUM นานถึง 1 ปีเต็ม อีกจำนวน 100 รางวัล รวมมูลค่าทั้งหมดสูงกว่า 5 ล้านบาทเลยนะทุกคน แต่ต้องกระซิบบอกก่อนเลยว่า iStamp ชุดพิเศษนี้ทำออกมาในรูปแบบ Limited Collection ที่จำกัดเพียงแค่ 500,000 ชุดเท่านั้น ถ้าหมดแล้วคือหมดเลย ไม่มีทำเพิ่มแน่นอนจ้า
ความสนุกระดับพรีเมียมและความเฮงขั้นสุดแบบนี้ไม่ได้มีมาบ่อยๆ นะจ๊ะ คอรักลูกหนังและผู้ที่รักการสะสมแสตมป์ต้องห้ามพลาดเด็ดขาด โดยสามารถร่วมสนุกและจับจองเป็นเจ้าของ iStamp ฟุตบอลโลก 2026 เพื่อลุ้นรับโชคใหญ่มูลค่ากว่า 5 ล้านบาทได้แล้วตั้งแต่วันนี้ยาวไปจนถึงวันที่ 19 กรกฎาคม 2569 ผ่านทางแอปพลิเคชัน Prompt Post เท่านั้น และหากใครอยากติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือข่าวสารกิจกรรมดีๆ แบบนี้อีก ก็สามารถเข้าไปดูได้ที่หน้าเฟซบุ๊ก MONOMAX ได้เลย มาร่วมส่งแรงเชียร์ระดับโลกพร้อมกับลุ้นโชคใหญ่ไปกับพี่ไปรฯ และ MONOMAX กันเถอะ รับรองว่างานนี้มีแต่ฟินกับคุ้มแน่นอน!

โบว์ เมลดา ดาราสาวสุดสดใส เผยเคล็ดลับการถ่ายภาพสุดเทรนดี้ด้วย OPPO Reno16 Series 5G โดดเด่นด้วยกล้องมุมกว้าง 50MP กล้องพอร์ตเทรตซูม 3.5x และโหมดกล้องฟิล์ม Pop Cam ใหม่ล่าสุดที่ช่วยให้ทุกช็อปสวยป๊อปแบบไม่ต้องแต่งเพิ่ม
ใครที่เป็นสายคอนเทนต์และรักการถ่ายภาพบอกเลยว่าห้ามพลาดเด็ดขาด! เมื่อดาราสาวสุดสดใสน่ารักอย่าง “โบว์-เมลดา สุศรี” หนึ่งในสมาชิกครอบครัว OPPO Family ได้จูงมือคู่หูคนใหม่ล่าสุดอย่าง OPPO Reno16 Series 5G มาแชร์ไลฟ์สไตล์การถ่ายภาพสุดชิคให้แฟนๆ ได้ชมกัน งานนี้สาวโบว์ขนความน่ารักสดใสมาแบบจัดเต็ม พร้อมเผยเคล็ดลับดีๆ ในการอัปเกรดทุกช็อตให้ดูสวย โดดเด่น เป็นตัวเอง และคมชัดกว่าที่เคยมีมา สมาร์ตโฟนรุ่นนี้เปรียบเสมือนเพื่อนซี้คนโปรดที่จะช่วยเนรมิตรูปภาพให้ออกมาป๊อปและมีมิติได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะเดินทางไปท่องเที่ยวที่ไหน หรือทำกิจกรรมอะไร ก็สามารถเก็บครบทุกโมเมนต์ความประทับใจได้อย่างไร้ที่ติแน่นอน


เริ่มต้นกันที่ทริกแรกสำหรับสายลุยและสายคาเฟ่ที่ชอบการเก็บภาพวิวกว้างๆ หรือภาพกลุ่มกับเดอะแก๊ง ด้วยฟีเจอร์เด่นอย่าง กล้องมุมกว้างพิเศษความละเอียดสูงถึง 50MP 0.6x ที่สาวโบว์แนะนําว่าเหมาะสุดๆ กับการถ่ายภาพสไตล์เจเนอเรชันซี (Gen Z) ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายมุมสูงแบบเผลอๆ หรือการโพสท่าเท่ๆ ท่ามกลางวิวทิวทัศน์ที่ยิ่งใหญ่ตระการตา กล้องตัวนี้สามารถเก็บรายละเอียดได้อย่างคมชัดทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง ช่วยให้รูปภาพดูมีมิติกว้างขวางและถ่ายทอดบรรยากาศรอบตัวได้อย่างสมบูรณ์แบบในเฟรมเดียว โดยไม่ต้องกังวลเรื่องภาพเบลอหรือรายละเอียดตกหล่นเลยแม้แต่น้อย ถือเป็นเครื่องมือที่ช่วยเปลี่ยนภาพถ่ายธรรมดาให้กลายเป็นผลงานสุดเทรนดี้ที่ใครเห็นก็ต้องกดไลก์รัวๆ


ขยับมาที่การถ่ายภาพบุคคลแบบมืออาชีพกันบ้าง ซึ่งถือเป็นไฮไลต์เด็ดที่สาวโบว์เลิฟสุดๆ กับ กล้องพอร์ตเทรตที่สามารถซูมได้ถึง 3.5x ด้วยความละเอียด 50MP มอบผลลัพธ์ภาพถ่ายบุคคลที่สวยสะกดสายตา โดดเด่น และดูเป็นธรรมชาติแบบขั้นสุด โดยระยะการซูม 3.5x นี้ได้รับการยอมรับว่าเป็นระยะที่สมบูรณ์แบบที่สุดสำหรับการถ่ายภาพคน เพราะช่วยดึงความโดดเด่นของตัวแบบให้ออกมาคมชัดพร้อมสร้างเอฟเฟกต์หน้าชัดหลังเบลอได้อย่างนุ่มนวล มิติภาพดูสวยสมจริงเหมือนใช้กล้องโปรถ่าย อีกทั้งยังช่วยปรับโทนสีผิวให้ดูเนียนใสเป็นธรรมชาติ เหมาะมากสำหรับสายเซลฟี่และสายแฟชั่นที่ต้องการอัปโหลดรูปภาพลงอินสตาแกรมให้เป๊ะปังทุกโมเมนต์โดยไม่ต้องพึ่งฟิลเตอร์แต่งรูปเพิ่มให้ยุ่งยาก
อีกหนึ่งฟีเจอร์ใหม่แกะกล่องที่เรียกเสียงฮือฮาได้ไม่น้อยเลยก็คือโหมดกล้องใหม่ล่าสุดอย่าง “Pop Cam” ซึ่งเป็นโหมดถ่ายภาพสไตล์ฟิล์มสุดคลาสสิกที่แฝงไปด้วยความสนุกสนานและขี้เล่นในแบบฉบับของคนรุ่นใหม่ โดยสาวโบว์ได้แชร์ว่าโหมดนี้มีโทนสีและสไตล์กล้องฟิล์มให้เลือกสรรอย่างหลากหลายมากกว่า 9 สไตล์สุดป๊อป เช่น สไตล์กล้องดิจิทัลยุคเก่า (Digicam), ฟิล์มสำเร็จรูป (Instant Film) และเอฟเฟกต์แสงรั่วสุดอาร์ต (Light Leak) ซึ่งช่วยให้ทุกคนสามารถสัมผัสกลิ่นอายย้อนยุคแต่ยังคงความสดใสสดใหม่ได้อย่างลงตัว ทุกช็อตที่กดถ่ายออกมาจะเสร็จสมบูรณ์พร้อมใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาดาวน์โหลดแอปพลิเคชันอื่นเพื่อมาแต่งโทนสีเพิ่มเติม ช่วยให้ชีวิตการทำคอนเทนต์ง่ายขึ้นหลายเท่าตัว


สำหรับใครที่อยากจะอัปเกรดไลฟ์สไตล์การถ่ายภาพให้มีความสร้างสรรค์และสนุกสนานเหมือนดาราสาวสุดชิคคนนี้ OPPO Reno16 Series 5G ถือเป็นตัวเลือกสมาร์ตโฟนเพื่อนซี้ที่ตอบโจทย์ได้อย่างยอดเยี่ยม ไม่ว่าคุณจะเป็นสายคอนเทนต์ สายท่องเที่ยว หรือสายโซเชียลที่ชอบแบ่งปันเรื่องราวดีๆ ในแต่ละวัน เครื่องนี้ก็พร้อมที่จะเป็นผู้ช่วยคู่ใจคอยบันทึกทุกความทรงจำให้ออกมาโดดเด่นและมีสไตล์ที่สุดในทุกๆ วัน โดยผู้ที่สนใจสามารถไปทดลองสัมผัสเครื่องจริงและจับจองเป็นเจ้าของได้แล้ววันนี้ที่ OPPO Brand Shop ทุกสาขา รวมถึงตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ พร้อมติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวที่น่าตื่นเต้นเพิ่มเติมได้ทางเพจเฟซบุ๊กหลักของ OPPO Thailand

เอเซอร์ฉลองครบรอบ 50 ปีอย่างยิ่งใหญ่ ด้วยการคว้ารางวัล Marketeer No.1 Brand Thailand 2026 ครองใจผู้ใช้ชาวไทยในฐานะแบรนด์โน้ตบุ๊กอันดับหนึ่งติดต่อกันยาวนานถึง 15 ปี พร้อมเดินหน้ายุทธศาสตร์ทลายขีดจำกัดด้านเทคโนโลยีด้วย AI และนวัตกรรมดิจิทัลไลฟ์สไตล์เพื่อผู้บริโภคทุกคน
การยืนระยะเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและมีการแข่งขันที่รุนแรงอย่างตลาดคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กไม่ใช่เรื่องง่าย แต่การที่ บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัด (Acer) สามารถรักษาตำแหน่งแบรนด์อันดับหนึ่งในใจผู้บริโภคชาวไทยมาได้อย่างยาวนานถึง 15 ปีซ้อน คือข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนถึงความแข็งแกร่งและความเชื่อใจที่ฝังรากลึกในตลาดประเทศไทย ล่าสุดกับการคว้ารางวัลอันทรงเกียรติ Marketeer No.1 Brand Thailand 2026 ในสาขาคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก ซึ่งเป็นผลจากการสำรวจความคิดเห็นของผู้บริโภคทั่วประเทศอย่างเป็นระบบโดยทีมวิจัยชั้นนำของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ยิ่งเป็นการตอกย้ำว่าเอเซอร์ไม่ได้เป็นเพียงแค่ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ แต่เป็นแบรนด์ที่หยั่งรากลึกและสามารถตอบสนองความต้องการที่ผันแปรไปตามยุคสมัยของคนไทยได้อย่างแท้จริง การก้าวขึ้นรับรางวัลของ นายเจฟ ลี กรรมการผู้จัดการประจำประเทศไทย จึงไม่ได้เป็นเพียงการฉลองความสำเร็จในอดีต แต่เป็นการประกาศศักดาความพร้อมของแบรนด์ในการก้าวเข้าสู่ทศวรรษใหม่ที่เปี่ยมด้วยความท้าทาย
ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ในครั้งนี้เกิดขึ้นพร้อมกับหลักไมล์สำคัญในการครบรอบ 50 ปีของเอเซอร์ทั่วโลก ซึ่งแบรนด์ได้ถือโอกาสนี้ประกาศยุทธศาสตร์ครั้งสำคัญภายใต้แนวคิด “The Next Breaking Barriers” หรือการทลายทุกขีดจำกัดเพื่อก้าวสู่สิ่งใหม่ที่เหนือกว่า ยุทธศาสตร์นี้สะท้อนให้เห็นว่าเอเซอร์ไม่ได้หยุดนิ่งอยู่กับภาพจำของการเป็นผู้ขายคอมพิวเตอร์พีซีแบบดั้งเดิมอีกต่อไป แต่กำลังทรานส์ฟอร์มตัวเองไปสู่แบรนด์เทคโนโลยีดิจิทัลไลฟ์สไตล์ (Digital Lifestyle) ที่มีความเป็นมนุษย์และเข้าใกล้ชิดกับชีวิตประจำวันของผู้คนมากยิ่งขึ้น การนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาผสานรวมเป็นฟีเจอร์หลักในผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ๆ ไม่ใช่แค่การเกาะกระแสเทคโนโลยี แต่เป็นการพัฒนาเครื่องมือที่เข้ามาทำหน้าที่เป็น "คู่คิดคนสำคัญ" (AI Companion) เพื่อยกระดับประสบการณ์การทำงาน การเรียนรู้ และการใช้ชีวิตของผู้ใช้ให้สะดวกสบายและมีประสิทธิภาพมากขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

หากวิเคราะห์อย่างเจาะลึก ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เอเซอร์สามารถรักษาความเป็นที่หนึ่งได้อย่างเหนียวแน่น ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ประสิทธิภาพของตัวผลิตภัณฑ์หรือสเปกที่คุ้มค่าคุ้มราคาเท่านั้น แต่เกิดจากการสร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) และการมีส่วนร่วมกับผู้บริโภคในทุกมิติของสังคมไทยอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นการเข้ามามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนและยกระดับวงการอีสปอร์ต (Esports) ของไทยผ่านเวทีการแข่งขันระดับนานาชาติอย่าง Predator League ซึ่งเปิดโอกาสให้เกมเมอร์รุ่นใหม่ได้มีพื้นที่ในการแสดงความสามารถ ตลอดจนการทำหน้าที่เป็นพันธมิตรด้านการศึกษาที่ร่วมมือกับสถาบันการศึกษาต่างๆ ในการส่งเสริมการเรียนรู้โดยการนำเทคโนโลยี AI และอุปกรณ์ไอทีประสิทธิภาพสูงเข้าไปพัฒนาหลักสูตรและการเรียนการสอน การลงลึกไปถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิตและการศึกษาเช่นนี้ทำให้เอเซอร์กลายเป็นแบรนด์ที่เติบโตร่วมกับผู้ใช้ในทุกช่วงวัย ตั้งแต่วัยเรียน วัยทำงาน ไปจนถึงระดับมืออาชีพ
ในท้ายที่สุด คำกล่าวของนายเจฟ ลี ที่ระบุว่าความไว้วางใจตลอดห้าทศวรรษที่ผ่านมาคือแรงผลักดันให้เอเซอร์มุ่งมั่นพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง ถือเป็นภาพสะท้อนของแบรนด์ระดับโลกที่ไม่เคยพึงพอใจกับความสำเร็จเดิมๆ การเดินทางต่อไปของเอเซอร์หลังจากหลักไมล์ปีที่ 50 นี้ จึงเต็มไปด้วยความน่าสนใจและความท้าทายใหม่ๆ ในการนำเสนอโซลูชันที่ชาญฉลาดและมีความเป็นมิตรต่อผู้ใช้งานมากขึ้น รางวัล Marketeer No.1 Brand Thailand 2026 จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่ใบประกาศเกียรติคุณประจำปี แต่เปรียบเสมือนพันธสัญญาระหว่างเอเซอร์และผู้บริโภคชาวไทยว่า แบรนด์จะยังคงเดินหน้าทลายข้อจำกัดด้านเทคโนโลยี เพื่อส่งมอบสิ่งที่ดีที่สุดและยืนหยัดในฐานะแบรนด์ไอทีอันดับหนึ่งในใจคนไทยต่อไปอย่างยั่งยืนและมั่นคง

Xiaomi EV เปิดตัว ‘SkyNomad’ ซีรีส์ SUV อัจฉริยะรุ่นใหม่ที่พัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิดห้องโดยสารปรับเปลี่ยนได้ตามใจสั่ง ชูจุดเด่นสถาปัตยกรรม Kunlun Architecture และระบบ AI อัจฉริยะเพื่อเปลี่ยนรถยนต์ให้เป็นบ้านเคลื่อนที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่
โลกแห่งยานยนต์ไฟฟ้ากำลังสั่นสะเทือนอีกครั้งเมื่อยักษ์ใหญ่ไอทีสัญชาติจีนอย่าง Xiaomi EV ประกาศเดินหน้าปฏิวัติวงการอย่างยิ่งใหญ่ด้วยการเปิดตัว Xiaomi SkyNomad ซีรีส์ SUV อัจฉริยะรุ่นใหม่ล่าสุดที่ฉีกทุกกฎเกณฑ์เดิมๆ ของรถยนต์ทั่วไปอย่างสิ้นเชิง หากเรายังจำกันได้ถึงความสำเร็จอันท่วมท้นของรุ่นพี่อย่าง Xiaomi SU7 และ Xiaomi YU7 ที่ถูกยกย่องให้เป็นยอดปรารถนาของเหล่านักขับด้วยสมรรถนะการควบคุมที่เฉียบคมและทรงพลัง ทว่าสำหรับความเคลื่อนไหวครั้งใหม่นี้ เสียวหมี่ได้เลือกที่จะหันมาโฟกัสที่กลุ่มผู้โดยสารและประสบการณ์การอยู่อาศัยภายในรถอย่างเต็มตัว โดยเปลี่ยนมุมมองจาก "รถเพื่อการขับขี่" สู่ "รถยนต์เพื่อการใช้ชีวิต" ที่มอบความกว้างขวางและยืดหยุ่นในการใช้งานอย่างไร้ขีดจำกัด ถือเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนถึงวิสัยทัศน์และการทุ่มเทวิจัยพัฒนาอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 5 ปีของแบรนด์ เพื่อสร้างนิยามใหม่ให้กับคำว่าพื้นที่เคลื่อนที่อย่างแท้จริง

คำถามที่น่าสนใจคือ ทำไมเสียวหมี่ถึงเลือกที่จะบุกเบิกตลาดยานยนต์ในทิศทางนี้ ท่ามกลางอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศจีนที่กำลังเติบโตและแข่งขันกันอย่างดุเดือดจนรถยนต์ SUV ขนาด 6-7 ที่นั่งกลายเป็นเรื่องปกติธรรมดาในท้องตลาดไปแล้ว สิ่งที่แบรนด์ได้วิเคราะห์และค้นพบคือ ความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่ความกว้างขวางของเบาะนั่งหรือตัวเลขขนาดของห้องโดยสารเท่านั้น แต่พวกเขากำลังมองหาพื้นที่ที่สามารถมอบความรู้สึกผ่อนคลาย สะดวกสบาย และปลอดภัยทางอารมณ์ในทุกวินาทีที่ต้องเผชิญกับการใช้ชีวิตบนท้องถนน ไม่ว่าจะเป็นชั่วโมงเร่งด่วนในการเดินทางไปกลับที่อาจยาวนานกว่าสองชั่วโมงในแต่ละวัน การปรับเบาะเพื่อพักสายตาในเวลาพักกลางวัน การแปลงสภาพห้องโดยสารให้เป็นออฟฟิศชั่วคราวเพื่อสะสางงานสำคัญ หรือแม้กระทั่งการออกเดินทางท่องเที่ยวพักผ่อนกับครอบครัวและสัตว์เลี้ยงในวันหยุดสุดสัปดาห์ รถยนต์ในมุมมองของเสียวหมี่จึงไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงพาหนะที่พาจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งอีกต่อไป แต่เปรียบเสมือนบ้านหลังที่สองที่พร้อมขับเคลื่อนไปกับพวกเขาทุกที่ทุกเวลาและตอบสนองทุกจังหวะของชีวิตได้อย่างลงตัว

หัวใจสำคัญที่ทำให้แนวคิดอันล้ำสมัยนี้เกิดขึ้นได้จริงคือการพัฒนาสถาปัตยกรรมยานยนต์ใหม่ล่าสุดภายใต้ชื่อ Kunlun Architecture ซึ่งทีมวิศวกรของเสียวหมี่ได้ทุ่มเทศึกษาและซุ่มพัฒนามาตั้งแต่ช่วงต้นปี 2566 เพื่อตอบโจทย์ความยืดหยุ่นขั้นสูงสุดด้วยการดีไซน์พื้นห้องโดยสารแบบเรียบสนิท (Flat Floor) ควบคู่ไปกับระบบรางเบาะนั่งแบบยาวพิเศษที่ช่วยปรับเปลี่ยนตำแหน่งพื้นที่ได้อย่างอิสระและง่ายดายอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ทำให้เมื่อตัวรถจอดนิ่งหรือขับขี่ ผู้ใช้งานจะสามารถแปลงสภาพพื้นที่ภายในให้ตอบรับกับทุกกิจกรรมได้อย่างใจนึก ตั้งแต่การเป็นห้องทำงานอัจฉริยะ ห้องนั่งเล่นพักผ่อนดูหนัง ไปจนถึงแคมป์ปิ้งเฮ้าส์สุดหรูหรา โดยทั้งหมดนี้ถูกขับเคลื่อนด้วยขุมพลังปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการเชื่อมต่อเข้ากับระบบนิเวศอุปกรณ์อัจฉริยะของเสียวหมี่อย่างไร้รอยต่อ ซึ่งเป็นจุดแข็งอันทรงพลังที่ มร. เหลย จุน (Lei Jun) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ได้กล่าวไว้อย่างภาคภูมิใจว่าความอัจฉริยะของเทคโนโลยีจะเป็นตัวกำหนดนิยามใหม่ของพื้นที่ใช้ชีวิตที่สามารถเคลื่อนที่ได้

ทั้งนี้ Xiaomi SkyNomad ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อใครคนใดคนหนึ่ง แต่ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบสนองกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีความหลากหลายในชีวิต (Multi-Hyphenate) ผู้ซึ่งสวมหมวกหลายใบในวันเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นพนักงานออฟฟิศผู้ทุ่มเทกับการทำงาน และในขณะเดียวกันก็เป็นคุณพ่อคุณแม่ที่ต้องการพื้นที่แห่งความสุขสำหรับลูกๆ และสัตว์เลี้ยงแสนรัก รถยนต์คันนี้จึงเป็นสะพานเชื่อมระหว่างบทบาทที่แตกต่างกันเหล่านั้นได้อย่างแนบเนียน โดยเปลี่ยนผ่านจากยานพาหนะสุดเนี้ยบสำหรับเจรจาธุรกิจในเวลาเช้า สู่พื้นที่สันทนาการและบ้านพักตากอากาศเคลื่อนที่สำหรับครอบครัวในเวลาค่ำคืนได้อย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งหลังจากผ่านกระบวนการออกแบบและการทดสอบอย่างเข้มข้นเป็นเวลากว่าสามปีครึ่ง ซีรีส์ SkyNomad ก็พร้อมแล้วที่จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศจีนและพร้อมสั่นสะเทือนวงการยานยนต์ระดับโลกให้ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิดในเร็วๆ นี้

เตรียมพบกับการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ของ OPPO x T-POP Campus Tour 2026 มหกรรมคอนเสิร์ตและกิจกรรมสุดสนุกที่เตรียมบุกไปเยือน 6 รั้วมหาวิทยาลัยทั่วไทย ชวนน้อง ๆ นักศึกษามา Make Your Moment ร่วมกับศิลปินดังและสมาร์ตโฟนสุดเทรนดี้ OPPO Reno16 Series 5G เริ่มความสนุก 15 กรกฎาคม 2569 นี้
มหกรรมความสนุกสุดยิ่งใหญ่ที่วัยรุ่นไทยทุกคนรอคอยกำลังจะกลับมาสร้างเสียงฮือฮาอีกครั้งกับงาน OPPO x T-POP Campus Tour 2026 งานนี้ออปโป้ ประเทศไทย ไม่ปล่อยให้แฟน ๆ ต้องรอนาน ขอจับมือร่วมกับ T-POP Campus Tour เพื่อยกขบวนความสนุกและความมันส์ระดับพรีเมียมบุกไปถึงรั้วมหาวิทยาลัยทั่วประเทศถึง 6 แห่งด้วยกัน หลังจากที่เคยสร้างปรากฏการณ์ความฟินและได้รับกระแสตอบรับอย่างถล่มทลายไปแล้วในปีก่อนหน้า ปีนี้พวกเขากลับมาพร้อมความยิ่งใหญ่ที่ทวีคูณขึ้นกว่าเดิม เพื่อชวนน้อง ๆ นักศึกษามาร่วมปลุกพลังความสร้างสรรค์และปลดปล่อยความเป็นตัวเองภายใต้คอนเซปต์สุดเก๋อย่าง "Make Your Moment" ที่พร้อมจะเนรมิตให้ทุกช่วงเวลาในชีวิตมหาลัยเต็มไปด้วยสีสัน ความสดใส และเสียงเพลงจากศิลปินแถวหน้าขวัญใจคนรุ่นใหม่แบบใกล้ชิดติดขอบเวทีกันเลยทีเดียว

ไฮไลต์สุดพิเศษที่ห้ามพลาดเด็ดขาดในทัวร์ครั้งนี้ก็คือการเปิดตัวเพื่อนซี้คู่ใจวัยเทรนดี้อย่าง OPPO Reno16 Series 5G สมาร์ตโฟนที่จะมาปฏิวัติการถ่ายภาพและการทำคอนเทนต์ของคนรุ่นใหม่ให้สนุกสนานและง่ายดายยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะชอบไปเที่ยวลุยเดี่ยว ไปเดตกับคนรู้ใจ หรือยกแก๊งเพื่อนซี้ไปแดนซ์ในคอนเสิร์ต ก็สามารถเก็บภาพบรรยากาศอันแสนประทับใจได้อย่างครบถ้วนคมชัดด้วยกล้องมุมกว้างพิเศษ 50MP ระยะ 0.6x ที่เก็บได้หมดห่วงทั้งคนและวิวในเฟรมเดียว นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์สุดล้ำอย่าง AI คอลลาจภาพและวิดีโอที่ช่วยให้เรามิกซ์แอนด์แมตช์หลายโมเมนต์รวมไว้ในภาพเดียว พร้อมตกแต่งความน่ารักด้วยสติกเกอร์สุดคิวต์ในสไตล์ของตัวเอง เท่านั้นยังไม่พอ! เตรียมตัวมาสนุกกับโซน Photobooth ดีไซน์เก๋ไก๋สุดชิคที่ชวนทุกคนมาครีเอทท่าโพสแบบไร้ขีดจำกัด พร้อมรับความฟินขั้นสุดกับเฟรมภาพถ่ายสุดเอ็กซ์คลูซีฟร่วมกับสาวๆ วง BABYMONSTER ในฐานะ Reno Girls ที่เหล่า MONSTIEZ ต้องร้องว้าว รวมถึงเฟรมภาพสุดเท่จากสองหนุ่มหล่อละลายใจ ดิว จิรวรรตน์ และ ธี ธีรเดช ที่เป็นตัวแทนของ The Portrait Expert มาร่วมสร้างความทรงจำสุดเอ็กซ์คลูซีฟร่วมกับแฟนๆ ทุกคน

สำหรับน้อง ๆ คนไหนที่กำลังตั้งตารอคอยว่าคาราวานความสนุกในครั้งนี้จะแวะเวียนมาเช็กอินที่สถาบันของตัวเองเมื่อไหร่ ออปโป้ได้จัดตารางทัวร์คอนเสิร์ตสุดมันส์ครอบคลุมทั่วไทย โดยจะเริ่มออกเดินทางสตาร์ทความสนุกกันตั้งแต่ภาคอีสาน ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ในวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 ก่อนจะมุ่งหน้าสู่ภาคกลางต้อนรับความสดใสกันต่อที่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม ในวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 จากนั้นไปแดนซ์กันต่อยาว ๆ ที่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี ในวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 และเดินทางขึ้นเหนือไปสัมผัสลมหนาวและเสียงเพลงที่ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย ในวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 สำหรับเพื่อน ๆ ในเมืองกรุงเตรียมตัวให้พร้อมพบกันที่ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ในวันที่ 14 สิงหาคม 2569 และปิดท้ายความสนุกสุดประทับใจล่องใต้ไปยัง มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา ในวันที่ 24 กันยายน 2569 เรียกได้ว่าจัดเต็มยาวนานเกือบสามเดือนเต็มเพื่อให้มั่นใจว่าทุกคนจะได้รับประสบการณ์ความบันเทิงที่น่าจดจำที่สุดอย่างทั่วถึง
โอกาสดี ๆ ที่จะได้ใกล้ชิดศิลปินคนโปรด พร้อมสัมผัสประสบการณ์เทคโนโลยีสุดล้ำและกิจกรรมที่อัดแน่นไปด้วยความสนุกสนานแบบนี้ไม่ได้มีมาบ่อย ๆ ดังนั้นเตรียมเคลียร์คิว แท็กทีมชวนก๊วนเพื่อนสนิทมาเช็กอิน และวอร์มท่าโพสท่าเต้นรอกันไว้ให้พร้อม แล้วมาสร้างโมเมนต์สุดพิเศษที่น่าจดจำไปด้วยกันในงาน OPPO x T-POP Campus Tour 2026 ทั่วประเทศ หากใครไม่อยากพลาดข่าวสารการอัปเดต รายชื่อศิลปินที่จะมาร่วมทัวร์ในแต่ละจังหวัด หรือรายละเอียดกิจกรรมแจกของรางวัลสุดพิเศษ สามารถกดติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมแบบเรียลไทม์ได้ทางแฟนเพจอย่างเป็นทางการที่ Facebook: OPPO Thai แล้วมาร่วมกันบันทึกทุกภาพความสุขและเฉิดฉายในสไตล์ของตัวเองไปกับสมาร์ตโฟนออปโป้เครื่องโปรดของคุณกันเถอะ!